เคยไหมที่อยู่ดีๆ ก็มีน้ำตาไหลเอ่อขึ้นมาคลอเบ้าตลอดเวลา ทั้งที่ไม่ได้รู้สึกเศร้าหรือมีเรื่องให้ต้องร้องไห้ บางคนต้องคอยพกทิชชูหรือผ้าเช็ดหน้าไว้คอยซับน้ำตาทั้งวันจนผิวรอบดวงตาเริ่มแดงระคายเคือง แถมบางครั้งยังมีขี้ตาเหนียวๆ ไหลออกมาด้วย อาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากอารมณ์อ่อนไหว แต่เป็นสัญญาณเตือนของภาวะท่อน้ำตาอุดตัน ซึ่งหนึ่งในวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพและช่วยแก้ปัญหานี้ได้อย่างตรงจุดคือ การแยงท่อน้ำตาเพื่อขยายท่อ
ทำไมอยู่ดีๆ ตาถึงแฉะ มีน้ำตาเอ่อคลอ และมีขี้ตาตลอดเวลา
โดยปกติแล้ว ดวงตาของเราจะมีการผลิตน้ำตาออกมาหล่อเลี้ยงและสร้างความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา เมื่อน้ำตาทำหน้าที่เสร็จแล้ว จะไหลไปรวมกันที่บริเวณหัวตา แล้วระบายผ่านรูท่อน้ำตาขนาดเล็กๆ ไหลลงสู่โพรงจมูกและคอ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเวลาเราร้องไห้ถึงมีน้ำมูกไหลออกมาด้วย
แต่เมื่อใดก็ตามที่เส้นทางการระบายน้ำตานี้เกิดการตีบแคบหรืออุดตัน ไม่ว่าจะจากคราบสกปรก การติดเชื้อ เนื้อเยื่อเจริญเติบโตผิดปกติ หรือแม้แต่โครงสร้างร่างกายตั้งแต่กำเนิด น้ำตาที่ผลิตออกมาก็จะไม่สามารถระบายทิ้งได้ ทำให้น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้าอยู่ตลอดเวลา และเมื่อน้ำตาขังอยู่นานๆ ก็จะกลายเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย นำไปสู่การเกิดขี้ตาปริมาณมาก ตาแดง และอาจเกิดการอักเสบติดเชื้อเป็นฝีหนองที่ถุงน้ำตาตามมา
การแยงท่อน้ำตาเพื่อขยายท่อ คืออะไรและมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?
เมื่อตรวจพบว่าคนไข้มีภาวะท่อน้ำตาอุดตัน และการรักษาเบื้องต้นอย่างการนวดหัวตาหรือการใช้ยาหยอดตาไม่ได้ผล จักษุแพทย์มักจะแนะนำให้รักษาด้วย การแยงท่อน้ำตาเพื่อขยายท่อ ซึ่งเป็นหัตถการทางการแพทย์ที่ช่วยเปิดทางระบายน้ำตาที่ตีบตันให้กลับมาไหลเวียนได้สะดวกอีกครั้ง
ขั้นตอนการรักษานั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด โดยแพทย์จะดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
- การเตรียมความพร้อมและระงับความรู้สึก: ในผู้ป่วยผู้ใหญ่ แพทย์จะทำการหยอดยาชาและพ่นยาชาเข้าไปในโพรงจมูกเพื่อลดความรู้สึกเจ็บ ส่วนในผู้ป่วยเด็กเล็กที่อาจไม่ร่วมมือ แพทย์มักจะแนะนำให้ทำภายใต้การดมยาสลบขนาดตื้นเพื่อความปลอดภัยและป้องกันการขยับตัว
- การแยงขยายท่อน้ำตา: แพทย์จะใช้เครื่องมือโลหะขนาดเล็กและบางมากๆ มีลักษณะเป็นเส้นลวดปลายมน เรียกว่า Probe สอดผ่านรูเปิดของท่อน้ำตาที่บริเวณหัวตาอย่างเบามือ เครื่องมือนี้จะค่อยๆ ผ่านเข้าไปตามแนวท่อน้ำตาเพื่อทะลวงส่วนที่อุดตันหรือพังผืดที่ขวางกั้นอยู่ให้เปิดออก
- การล้างท่อน้ำตาเพื่อตรวจสอบ: หลังจากแยงขยายท่อเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะใช้ไซริงค์บรรจุน้ำเกลือปราศจากเชื้อ ฉีดล้างผ่านท่อน้ำตาเพื่อทดสอบดูว่าน้ำเกลือสามารถไหลผ่านลงสู่โพรงจมูกและลำคอได้สะดวกหรือไม่ หากคนไข้รู้สึกว่ามีน้ำไหลลงคอ แสดงว่าท่อน้ำตาเปิดโล่งดีแล้ว
ใครบ้างที่จำเป็นต้องรักษาด้วยวิธีนี้?
การแยงท่อน้ำตาเพื่อขยายท่อ ไม่ได้ทำในคนไข้ทุกคนที่มีอาการตาแฉะ แต่แพทย์จะพิจารณาทำในกลุ่มคนไข้ที่มีข้อบ่งชี้เฉพาะ ดังนี้
- เด็กทารกที่มีภาวะท่อน้ำตาอุดตันแต่กำเนิด: มักพบในเด็กแรกเกิดที่แผ่นเนื้อเยื่อตรงปลายท่อน้ำตาไม่เปิดตามธรรมชาติ หากคุณพ่อคุณแม่ช่วยนวดหัวตาจนอายุประมาณ 1 ขวบแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์มักจะแนะนำให้ทำการแยงท่อน้ำตาเพื่อขยายท่อ เนื่องจากเนื้อเยื่อยังบางและมีโอกาสหายขาดสูงมากด้วยวิธีนี้
- ผู้ใหญ่ที่มีท่อน้ำตาตีบตันบางส่วน: ในรายที่มีอาการน้ำตาไหลพรากเรื้อรังจากท่อน้ำตาตีบแคบ แต่ยังไม่อุดตันสนิท การแยงขยายท่อร่วมกับการล้างตาจะช่วยบรรเทาอาการได้ดี
- ผู้ป่วยที่มีประวัติถุงน้ำตาอักเสบติดเชื้อซ้ำซาก: การขยายทางเดินน้ำตาจะช่วยลดการสะสมของเชื้อโรคและลดการกลับมาเป็นซ้ำของการติดเชื้อ
การเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลตัวเองหลังแยงท่อน้ำตา
เพื่อให้ผลการรักษาออกมาดีที่สุดและลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน คนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งในช่วงก่อนและหลังทำหัตถการ
การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการรักษา
หากต้องดมยาสลบ (มักเป็นในเด็กเล็ก) จะต้องงดน้ำและอาหารตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด สำหรับผู้ใหญ่ที่ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้าหากมีโรคประจำตัวหรือกำลังรับประทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่
การดูแลตัวเองหลังทำเสร็จเรียบร้อย
หลังการทำหัตถการ คนไข้สามารถกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และควรดูแลตัวเองดังนี้
- หยอดยาปฏิชีวนะหรือยาหยอดตาผสมสเตียรอยด์ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดการบวมอักเสบของเนื้อเยื่อภายในท่อน้ำตา
- ห้ามขยี้ตาหรือแคะแกะเกาบริเวณหัวตาและใบหน้าเด็ดขาด เพื่อป้องกันไม่ให้ท่อน้ำตาที่เพิ่งขยายเกิดการบาดเจ็บหรืออักเสบซ้ำ
- อาจมีน้ำตาปนเลือดจางๆ หรือมีเลือดกำเดาไหลซึมออกมาเล็กน้อยในช่วง 1-2 วันแรก ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้ปกติจากการที่เครื่องมือไปขยายเนื้อเยื่อ ให้ใช้สำลีสะอาดซับเบาๆ
- งดการว่ายน้ำหรือการทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อในดวงตาประมาณ 1-2 สัปดาห์
อาการผิดปกติหลังทำที่ต้องรีบกลับมาพบหมอ
แม้ว่าการแยงท่อน้ำตาเพื่อขยายท่อจะเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูงและใช้เวลาไม่นาน แต่คนไข้และญาติยังคงต้องคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากพบอาการผิดปกติดังต่อไปนี้ ควรรีบกลับมาพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด
- มีเลือดสดไหลออกจากตาหรือจมูกในปริมาณมากและไม่ยอมหยุด
- มีอาการปวดตารุนแรง หรือบริเวณหัวตาและรอบดวงตามีอาการบวมแดง อักเสบ และร้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- มีไข้สูง หรือมีหนองไหลออกมาจากดวงตา
- การมองเห็นแย่ลง ตาพร่ามัว หรือรู้สึกระคายเคืองตาอย่างรุนแรงคล้ายมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ข้างในตลอดเวลา
ภาวะท่อน้ำตาอุดตันไม่ใช่เรื่องไกลตัว และสร้างความรำคาญใจรวมถึงส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประจำวันอย่างมาก หากใครกำลังมีอาการน้ำตาไหลเอ่อตลอดเวลา ตาแฉะ หรือมีขี้ตามากผิดปกติ การเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและพิจารณารักษาด้วยการแยงท่อน้ำตาเพื่อขยายท่อ อาจเป็นคำตอบที่ช่วยคืนความสบายตาและรอยยิ้มสดใสให้กลับคืนมาอีกครั้ง