ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่มีคนไข้เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยอาการตาแฉะ น้ำตาไหลพรากตลอดเวลาโดยไม่ได้ร้องไห้ แถมบางคนยังมีขี้ตาเหนียวๆ ติดที่หัวตาทุกเช้า หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองเป็นโรคตาแดงหรือภูมิแพ้ แต่พอตรวจดูจริงๆ แล้ว ปัญหามักจะมาจากท่อระบายน้ำตาอุดตัน ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยทั้งในเด็กทารกและผู้ใหญ่

หนึ่งในวิธีรักษาที่หมอแนะนำบ่อยเมื่อการหยอดยาหรือนวดหัวตาไม่ได้ผล ก็คือ การแยงท่อน้ำตาเพื่อขยายท่อ ฟังชื่อแล้วอาจจะรู้สึกน่ากลัว ชวนให้เสียวตา แต่วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าขั้นตอนนี้คืออะไร เจ็บไหม และทำไมถึงช่วยให้ตาหายแฉะได้จริง

น้ำตาไหลไม่หยุด เกิดจากท่อระบายน้ำตตันได้อย่างไร?

ก่อนจะไปถึงเรื่องการขยายท่อ หมออยากให้เห็นภาพระบบระบายน้ำตาของเราก่อน ปกติแล้วเวลากล่อมตาผลิตน้ำตาออกมา น้ำตาส่วนเกินจะไหลไปรวมกันที่รูเล็กๆ บริเวณหัวตา ทั้งด้านบนและด้านล่าง จากนั้นจะไหลผ่านท่อเล็กๆ เข้าสู่ถุงน้ำตา และไหลลงสู่โพรงจมูกในที่สุด

แต่ถ้าวันดีคืนดี ท่อทางเดินเหล่านี้เกิดตีบตันหรืออุดตันขึ้นมา น้ำตาที่ควรจะระบายลงจมูกได้ ก็จะล้นทะลักออกมานอกตา กลายเป็นอาการตาแฉะเรื้อรังที่สร้างความรำคาญใจในชีวิตประจำวัน บางรายปล่อยไว้นานจนน้ำตาขังและติดเชื้อ กลายเป็นถุงน้ำตาอักเสบ มีหนองไหลที่หัวตาได้อีกด้วย

การแยงท่อน้ำตาเพื่อขยายท่อ คืออะไรกันแน่?

เมื่อท่อระบายน้ำตามีการอุดตัน การใช้ยาหยอดแก้แพ้หรือยาปฏิชีวนะอาจช่วยลดอาการอักเสบได้ชั่วคราว แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้ วิธีการรักษาที่จะเข้าไปเคลียร์สิ่งอุดตันหรือขยายทางเดินให้กลับมาโล่ง จึงต้องอาศัยหัตถการที่เรียกว่า การแยงท่อน้ำตาเพื่อขยายท่อ

พูดให้เห็นภาพง่ายๆ มันคือการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่มีลักษณะเป็นก้านโลหะขนาดเล็กและเรียวมากๆ ค่อยๆสอดผ่านรูเปิดเล็กๆ ที่หัวตา เพื่อทะลวงผ่านจุดที่ตีบตัน และดันให้ท่อที่แฟบหรือติดกันอยู่กลับมาเปิดออกตามปกติ บางครั้งหมออาจจะมีการฉีดน้ำเกลือตามลงไปเพื่อล้างสิ่งอุดตันและเช็กดูว่าทางเดินโล่งดีแล้วหรือยัง

ความแตกต่างระหว่างการทำในเด็กเล็กและผู้ใหญ่

ขั้นตอนการทำหัตถการนี้ จะมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากระหว่างคนไข้กลุ่มเด็กทารกกับผู้ใหญ่ ซึ่งหมอต้องอธิบายให้ฟังแยกกันชัดเจน

  • ในเด็กทารก: เด็กบางคนเกิดมาพร้อมกับพังผืดที่ยังเปิดไม่สนิทที่ปลายท่อน้ำตา มักมีอาการตาแฉะตั้งแต่อายุไม่กี่สัปดาห์ หากนวดหัวตาแล้วไม่ดีขึ้นเมื่ออายุครบประมาณ 1 ขวบ แพทย์อาจพิจารณาทำการแยงท่อน้ำตา โดยในเด็กเล็กมักจะต้องมีการดมยาสลบช่วงสั้นๆ เพื่อไม่ให้เด็กดิ้นและป้องกันอันตรายต่อดวงตา
  • ในผู้ใหญ่: ส่วนใหญ่มักเกิดจากการอักเสบเรื้อรัง อายุที่มากขึ้น หรืออุบัติเหตุบริเวณจมูกและเบ้าตา ในผู้ใหญ่อาจไม่ต้องถึงขั้นดมยาสลบ แต่จะใช้การหยอดยาชาเฉพาะที่บริเวณตา เพื่อให้คนไข้รู้สึกเจ็บน้อยที่สุดขณะที่หมอกำลังทำหัตถการ

ขั้นตอนการเตรียมตัวและความรู้สึกระหว่างทำ

สำหรับคนไข้ผู้ใหญ่หลายคนที่กังวลว่ามันจะเจ็บมากไหม หมอบอกได้เลยว่าขั้นตอนการเตรียมตัวจะช่วยลดความกังวลไปได้เยอะ เริ่มจากการหยอดยาชาลงในตา ซึ่งจะทำให้รู้สึกชาและลดความรู้สึกเจ็บลงไปได้มาก

ในระหว่างที่แพทย์กำลังสอดเครื่องมือ คนไข้จะรู้สึกเหมือนมีอะไรมาโดนแถวหัวตา หรือรู้สึกตึงๆ หน่วงๆ ที่จมูกบ้างเล็กน้อย แต่โดยทั่วไปจะใช้เวลาทำไม่นานนัก เพียงแค่ไม่กี่นาทีต่อข้างก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากทำเสร็จอาจมีเลือดออกจางๆ ปนกับน้ำตาได้เล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

การดูแลตัวเองหลังผ่านการขยายท่อน้ำตา

เพื่อให้แผลหายไวและป้องกันไม่ให้ท่อกลับมาตีบตันซ้ำ การปฏิบัติตัวหลังทำจึงเป็นสิ่งสำคัญมากที่คนไข้ต้องให้ความร่วมมือ

  • หยอดยาตามแพทย์สั่ง: หมอจะมีatยาหยอดตาฆ่าเชื้อและลดการอักเสบให้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อหลังทำ ต้องหยอดให้ครบตามกำหนด
  • งดขยี้ตาแรงๆ: ช่วงแรกเนื้อเยื่ออาจจะยังบอบบางอยู่ ควรหลีกเลี่ยงการขยี้ตาหรือแคะแกะเกาบริเวณหัวตา
  • ระวังไม่ให้น้ำเข้าตา: ในช่วงวันแรกๆ ควรระวังเวลาอาบน้ำหรือสระผม อย่าให้น้ำสกปรกเข้าตาเพื่อความปลอดภัย
  • มาพบแพทย์ตามนัด: เพื่อประเมินอาการว่าน้ำตาหายแฉะแล้วหรือยัง และดูว่าทางเดินน้ำตายังเปิดโล่งดีอยู่ไหม

อาการแบบไหนที่ควรกลับมาพบแพทย์ก่อนนัด

แม้ว่าการแยงท่อน้ำตาจะมีความปลอดภัยสูง แต่หากผ่านไปแล้วมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น คนไข้ไม่ควรปล่อยไว้และควรกลับมาให้หมอตรวจเช็กซ้ำทันที

  • ปวดตามากขึ้นเรื่อยๆ: อาการปวดควรจะค่อยๆ ดีขึ้น หากปวดรุนแรงขึ้นถือว่าผิดปกติ
  • ตามัวลงอย่างเห็นได้ชัด: การมองเห็นควรจะปกติหรือใกล้เคียงกับก่อนทำ
  • มีหนองหรือตาแดงก่ำ: อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่ต้องรีบรักษา

อาการตาแฉะเรื้อรังไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่ต้องทนทรมาน หากคุณหรือคนในครอบครัวกำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ การเข้ามาปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อพิจารณาเรื่องการแยงท่อน้ำตา ถือเป็นทางออกที่จะช่วยคืนความสบายตา และทำให้ชีวิตประจำวันกลับมาสดใสได้อีกครั้งโดยไม่ต้องคอยซับน้ำตาทั้งวัน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down