เวลาที่เราหรือคนในครอบครัวล้มป่วยลง สิ่งหนึ่งมักจะสร้างความกังวลใจเสมอคือ เราควรนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลดีไหม หรือแค่นอนพักกินยาอยู่ที่บ้านก็พอ หลายคนอาจเคยเจอเหตุการณ์ที่หมอห้องฉุกเฉินหรือหมอเจ้าของไข้บอกว่า ต้องนอนโรงพยาบาลนะ แต่เราเองยังรู้สึกว่าไหวอยู่เลย หรือในทางกลับกัน บางคนอยากแอดมิตใจจะขาดเพราะเพลียมาก แต่หมอกลับให้กลับบ้าน
วันนี้หมออยากชวนมาคุยกันสบายๆ ถึงเบื้องหลังการตัดสินใจนี้ครับ ว่าทีมแพทย์เขาใช้เกณฑ์อะไรบ้างในการพิจารณา เพื่อให้เราเข้าใจตรงกันและคลายความกังวลเวลาเจ็บป่วยครับ
ความรุนแรงของอาการป่วยคือหัวใจสำคัญที่สุด
เวลาที่หมอตรวจร่างกาย สิ่งแรกที่มองหาคือความปลอดภัยในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคตอันใกล้ อาการป่วยบางอย่างต่อให้ดูไม่น่ากลัวตอนนี้ แต่มีโอกาสทรุดหนักได้อย่างรวดเร็ว แบบนี้หมอจะแนะนำให้นอนโรงพยาบาลเสมอครับ
- สัญญาณชีพที่ผิดปกติ: เช่น ไข้สูงลอยที่กินยาลดไข้แล้วไม่ยอมลง ความดันโลหิตต่ำเกินไป ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ หรืออัตราการหายใจถี่ขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้บอกว่าร่างกายกำลังรับภาระหนักเกินไป
- ระดับความรู้สึกตัว: ถ้าเริ่มซึมลง ปลุกตื่นยาก สับสน หรือจำวันเวลาไม่ได้ นี่คือสัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องให้แพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดทันที
- ความรุนแรงของโรคเฉพาะทาง: เช่น อาการเจ็บแน่นหน้าอกที่สงสัยโรคหัวใจ หอบหืดกำเริบจนพูดเป็นประโยคไม่จบ หรืออาการชาและอ่อนแรงครึ่งซีกที่สงสัยโรคหลอดเลือดสมอง กลุ่มนี้ต้องเข้าโรงพยาบาลทุกรายไม่มีข้อยกเว้น
ร่างกายขาดน้ำหรือสารอาหารจนช่วยเหลือตัวเองไม่ไหว
อีกหนึ่งเหตุผลที่เราเจอบ่อยในคนไข้ท้องเสีย อาเจียน หรือไข้สูงเรื้อรัง คือการที่ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่จนหมดแรง
- ภาวะขาดน้ำรุนแรง: ปากแห้ง ตาโหล ไม่ปัสสาวะเลยหลายชั่วโมง หน้ามืดเวลาลุกขึ้นยืน อาการเหล่านี้แปลว่ากินน้ำเองไม่ทันกับที่เสียไป จำเป็นต้องได้รับสารน้ำหรือน้ำเกลือทางหลอดเลือดดำในโรงพยาบาล
- กินอาหารและยาเองไม่ได้: อาเจียนทุกอย่างที่กินเข้าไป หรือกลืนอาหารไม่ลง การนอนโรงพยาบาลจะช่วยให้หมอให้สารอาหารและยาผ่านทางสายน้ำเกลือได้อย่างปลอดภัย
โรคประจำตัวและอายุมีผลต่อการตัดสินใจแค่ไหน
บางครั้งโรคเดียวกัน แต่นอนโรงพยาบาลไม่เหมือนกันครับ เช่น คนหนุ่มสาวท้องเสีย อาเจียน แค่ให้เกลือแร่และยาแก้อาเจียนกลับบ้านก็หาย แต่ถ้าเป็นคุณตาคุณยายวัยแปดสิบ หรือคนไข้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคไตวาย โรคหัวใจ การติดเชื้อเพียงเล็กน้อยอาจลุกลามใหญ่โตได้ง่ายมาก
โรคประจำตัวซับซ้อนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
กลุ่มคนไข้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ เช่น กำลังรักษาโรคมะเร็ง กินยากดภูมิ หรือเป็นโรคไตเรื้อรัง หากมีไข้เพียงนิดเดียว หมอมักจะรับตัวไว้ดูอาการในโรงพยาบาลเสมอ เพราะเชื้อโรคอาจกระจายตัวในกระแสเลือดได้อย่างรวดเร็วจนน่ากลัว
สภาพแวดล้อมที่บ้านและความพร้อมในการดูแล
การตัดสินใจให้แอดมิตไม่ได้มองแค่ตัวโรคอย่างเดียว แต่มองถึงชีวิตจริงที่บ้านด้วยครับ ถ้าหมอประเมินแล้วว่าโรคนี้ต้องใช้ยาฉีดทุก 6 ชั่วโมง หรือต้องพ่นยาถี่ๆ ตลอดวัน แต่ที่บ้านไม่มีคนคอยช่วยดูแล หรือตัวคนไข้เองอยู่คนเดียวและไม่มีแรงเดินไปหยิบยา แบบนี้การนอนโรงพยาบาลคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด เพื่อให้พยาบาลดูแลได้อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง
ความจำเป็นในการตรวจวินิจฉัยเชิงลึก
บางครั้งอาการปวดท้องเรื้อรังหรือปวดหัวรุนแรงที่ไม่รู้สาเหตุ การอยู่บ้านแล้วกินยาแก้ปวดไปเรื่อยๆ อาจทำให้อาการของโรคร้ายแรงถูกบังไว้ หมออาจมีความจำเป็นต้องรับตัวให้นอนโรงพยาบาลเพื่อเจาะเลือดตรวจเพิ่มเติม เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือทำอัลตราซาวด์เร่งด่วน ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ทำที่โรงพยาบาลจะรวดเร็วและปลอดภัยกว่าการรอตรวจนอกเวลา
ท้ายที่สุดแล้ว ทุกเกณฑ์ที่หมอใช้พิจารณาไม่ได้ตั้งอยู่บนความยุ่งยาก แต่มตั้งอยู่บนความปลอดภัยสูงสุดของตัวคนไข้เองครับ หากวันไหนที่หมอแนะนำให้นอนโรงพยาบาล อยากให้สบายใจได้เลยว่านั่นคือทางเลือกที่ดีที่สุดที่ผ่านการคิดวิเคราะห์มาอย่างรอบคอบแล้ว เพื่อให้เราหายป่วยและกลับบ้านไปใช้ชีวิตกับคนที่เรารักได้อย่างปลอดภัยครับ