ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตื่นมาแล้วปวดท้อง ท้องอืด แน่นเฟ้อ แบบนี้เรียกว่าอะไรดี?

หลายคนคงเคยเจออาการปวดท้องยามเช้า ท้องเสียสลับกับท้องผูก หรือมีลมแน่นในท้องตลอดเวลาจนใช้ชีวิตประจำวันลำบาก ไปตรวจหมอทีไรผลเลือดก็ปกติ เอ็กซเรย์ก็ไม่พบแผลหรือเนื้องอกอะไร แต่มันทรมานเหลือเกิน อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนคลาสสิกของภาวะลำไส้แปรปรวน หรือที่หมอชอบเรียกสั้นๆ ว่า IBS (Irritable Bowel Syndrome) ซึ่งเป็นโรคที่ไม่มีแผลในทางเดินอาหาร แต่ระบบการทำงานของลำไส้มันรั้นและไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ

ทำไมอยู่ดีๆ ลำไส้ถึงแปรปรวนและเกร็งตัวผิดปกติ?

ในมุมมองทางการแพทย์ ลำไส้ของเราไม่ใช่แค่ท่อส่งอาหาร แต่มันมีระบบประสาทของตัวเองที่เชื่อมต่อโดยตรงกับสมอง หรือที่เรียกว่า Gut-Brain Axis เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเครียด วิตกกังวล พักผ่อนน้อย หรือกินอาหารบางประเภท สมองจะส่งสัญญาณไปที่ลำไส้ ทำให้กล้ามเนื้อผนังลำไส้บีบตัวเร็วเกินไปจนเกิดอาการท้องเสีย หรือบีบตัวช้าเกินไปจนกลายเป็นท้องผูก

เช็กลิสต์อาการแบบไหนเข้าข่ายภาวะลำไส้แปรปรวน

การวินิจฉัยโรคนี้หมอจะดูจากอาการและระยะเวลาเป็นหลัก ลองเช็กตัวเองดูว่ามีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยหรือไม่ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา:

  • ปวดท้องเรื้อรัง บริเวณท้องน้อยหรือรอบสะดือ โดยอาการปวดมักจะดีขึ้นหลังจากการขับถ่าย
  • มีการเปลี่ยนแปลงของความถี่ในการขับถ่าย เช่น จากวันละครั้งเป็นวันละสามครั้ง หรือนานๆ ถ่ายที
  • ลักษณะอุจจาระเปลี่ยนไป อาจจะเหลวเป็นน้ำ แข็งเป็นก้อน หรือมีมูกปน
  • ท้องอืด แน่นท้อง มีลมในท้องเยอะ เรอ หรือผายลมบ่อย

อาหารตัวการที่กระตุ้นให้ลำไส้ปั่นป่วน

อาหารบางชนิดย่อยยากและไปหมักตัวในลำไส้ใหญ่จนเกิดแก๊สและอาการปวดเกร็ง หากรู้ตัวว่าเป็นภาวะลำไส้แปรปรวน ควรหลีกเลี่ยงอาหารเหล่านี้:

  • อาหารรสจัด เผ็ดจัด หรือมันจัด ซึ่งกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
  • นมและผลิตภัณฑ์จากนม เนื่องจากคนไข้บางคนมีภาวะย่อยน้ำตาลแลคโตสได้ไม่ดี
  • เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และน้ำอัดลม
  • ผักบางชนิดที่มีแก๊สสูง เช่น หอมใหญ่ กระเทียม กะหล่ำปลี และถั่วต่างๆ

ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ลำไส้กลับมาสงบสุข

การดูแลรักษาภาวะลำไส้แปรปรวนให้ได้ผลระยะยาว หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่การกินยาแก้ปวดอย่างเดียว แต่ต้องปรับวิถีชีวิตควบคู่กันไป:

  • กินอาหารให้เป็นเวลา เคี้ยวให้ละเอียด และแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ แทนการกินมื้อใหญ่
  • ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น
  • จัดการความเครียดด้วยการออกกำลังกายเบาๆ เล่นโยคะ หรือฝึกหายใจลึกๆ
  • จดบันทึกอาหารในแต่ละวัน เพื่อสังเกตว่ากินอะไรแล้วมีอาการ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงตัวการนั้น

อาการแบบไหนที่ต้องระวังและควรมาพบแพทย์โดยเร็ว

แม้ว่าภาวะลำไส้แปรปรวนจะไม่ใช่โรคร้ายแรงถึงชีวิตและไม่พัฒนาไปเป็นมะเร็ง แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย หมอแนะนำให้มาตรวจเพิ่มเติมเพื่อความปลอดภัย:

  • มีเลือดปนมากับอุจจาระ หรืออุจจาระมีสีดำสนิท
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • มีไข้ร่วมกับอาการปวดท้อง
  • อาการปวดท้องรุนแรงจนรบกวนการนอนหลับตอนกลางคืน
  • เริ่มมีอาการครั้งแรกตอนอายุเกิน 50 ปี
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down