เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาลูกน้อยวัยแบเบาะไปตรวจสุขภาพ แล้วคุณหมอทักว่าลูกมีภาวะตับโตและเอนไซม์ตับผิดปกติ เชื่อว่าหัวใจของคนเป็นพ่อเป็นแม่คงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที ภาพความกังวลสารพัดอย่างจะพรั่งพรูเข้ามาในหัว เพราะคำว่าตับมักจะมาพร้อมกับโรคที่ดูน่ากลัวในผู้ใหญ่
ในฐานะหมอเด็กที่ต้องเจอคุณพ่อคุณแม่หน้าเครียดเดินเข้ามาปรึกษาเรื่องนี้บ่อยๆ ผมอยากชวนทุกท่านมาทำความเข้าใจเรื่องนี้กันใหม่แบบสบายๆ ค่อยๆ แกะปมทีละเปลาะว่า ตับโตในเด็กเล็กเกิดจากอะไร ทำไมค่าตับถึงดีดสูงขึ้น และเราในฐานะคนดูแลใกล้ชิดจะต้องสังเกตอาการลูกน้อยอย่างไรบ้าง เพื่อให้ความกังวลที่มีค่อยๆ ภาวะตับโตและเอนไซม์ตับผิดปกติในเด็กทารกนั้นมีความหมายและแนวทางการจัดการที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ค่อนข้างมากครับ
เช็คให้ชัวร์ ตับโตในเจ้าตัวเล็กเกิดจากอะไรกันแน่?
เวลาเราคลำท้องทารกแล้วเจอว่าตับมีขนาดใหญ่กว่าปกติ อย่าเพิ่งด่วนสรุปไปไกลถึงโรคร้ายแรงนะครับ ในเด็กทารกโดยเฉพาะช่วงขวบปีแรก ขนาดของตับมักจะใหญ่และคลำได้ง่ายกว่าในผู้ใหญ่เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เนื่องจากสรีระร่างกายของเด็กยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต
แต่ถ้าขนาดที่โตนั้นเกินเกณฑ์หรือตรวจพบร่วมกับผลเลือดที่ฟ้องว่าค่าเอนไซม์ตับสูงขึ้น นั่นแปลว่าเซลล์ตับกำลังส่งสัญญาณเตือนว่ามีความผิดปกติบางอย่างเกิดขึ้น ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ในวัยนี้มักจะแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้ครับ
- ภาวะท่อน้ำดีตีบตัน: โรคนี้มักมาพร้อมกับอาการตัวเหลือง ตาเหลือง และอุจจาระสีซีดเหมือนสีดินน้ำมัน ซึ่งเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องได้รับการผ่าตัดรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ
- การติดเชื้อตั้งแต่ในครรภ์หรือหลังคลอด: เช่น การติดเชื้อไวรัสกลุ่ม TORCH ไวรัสตับอักเสบ หรือการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบทางเดินอาหารและตับ
- โรคทางพันธุกรรมหรือโรคสะสมของสารบางชนิด: เช่น ภาวะร่างกายสะสมแป้งหรือไขทานในตับผิดปกติ ซึ่งพบได้น้อยแต่ต้องอาศัยการตรวจวินิจฉัยที่ละเอียดจากกุมารแพทย์โรคตับ
ถอดรหัสผลเลือด ทำไมค่าเอนไซม์ตับถึงสูงเกินเกณฑ์?
เวลาผลตรวจเลือดออกมาแล้วเห็นตัวเลขของเอนไซม์ตับ เช่น AST หรือ ALT สูงขึ้นกว่าปกติ คุณพ่อคุณแม่มักจะตกใจว่าลูกตับอักเสบหนักแค่ไหน หมออยากอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆ ว่า เอนไซม์เหล่านี้เปรียบเสมือนคนงานที่อยู่ในโรงงานตับ
เมื่อไหร่ก็ตามที่เซลล์ตับเกิดความระคายเคือง บวมอักเสบ หรือเสียหาย คนงานเหล่านี้ก็จะหลุดออกมาลอยอยู่ในกระแสเลือด ทำให้เวลาเราเจาะเลือดจึงตรวจพบตัวเลขที่สูงขึ้น การที่ค่าเอนไซม์ตับสูงไม่ได้แปลว่าตับพังถาวรในทันที แต่เป็นตัวบอกว่าตับกำลังทำงานหนักหรือกำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างอยู่ หน้าที่ของเราคือการหาตัวการให้เจอว่าอะไรคือสิ่งที่มารบกวนตับของลูกน้อยครับ
สัญญาณเตือนภัยแบบไหนที่ต้องรีบพามาหาหมอด่วน?
ในระหว่างที่สังเกตอาการอยู่ที่บ้าน หรือกำลังรอผลตรวจเพิ่มเติมจากโรงพยาบาล มีอาการบางอย่างที่ถ้าคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นเมื่อไหร่ ต้องรีบพาลูกน้อยกลับมาพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงนัด
- ลูกมีอาการตัวเหลืองและตาเหลืองชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ไม่ยอมลดลง
- สังเกตเห็นอุจจาระของลูกมีสีซีดลงเรื่อยๆ หรือเป็นสีขาวคล้ายดินน้ำมัน
- น้องมีอาการซึมลง ไม่ค่อยดูดนม ร้องกวนผิดปกติ หรือตัวร้อนมีไข้ร่วมด้วย
- ท้องป่องขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือคลำก้อนที่บริเวณใต้ชายโครงขวาได้ชัดเจน
- มีเลือดออกง่าย เช่น จ้ำเลือดตามตัว หรือเลือดออกตามไรฟัน
วิธีดูแลและก้าวต่อไปร่วมกับคุณหมอ
เมื่อลูกรักได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะตับโตและเอนไซม์ตับผิดปกติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการร่วมมือกันระหว่างครอบครัวและทีมแพทย์ในการหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะแนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับต้นตอของปัญหาโดยตรง หากเป็นการติดเชื้อก็ต้องรักษาตามอาการและให้ร่างกายฟื้นฟู หากเป็นปัญหาเรื่องท่อน้ำดีก็ต้องอาศัยการผ่าตัดแก้ไขในเวลาที่เหมาะสม
คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องแบกรับความเครียดไว้คนเดียวนะครับ ยุคนี้การแพทย์เด็กก้าวหน้าไปมาก และการตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่วัยทารกก็ถือเป็นโอกาสทองที่ทำให้เราสามารถช่วยเหลือลูกน้อยได้ทันท่วงทีก่อนที่โรคจะลุกลาม ขอเพียงแค่หมั่นสังเกตอาการ ป้อนยาตามที่คุณหมอสั่งอย่างเคร่งครัด และมาตามนัดทุกครั้งเพื่อติดตามผลเลือดอย่างใกล้ชิด ลูกรักก็จะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแรงและปลอดภัยครับ