ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนคงเคยรู้สึกเหมือนตัวเองวางมือถือไม่ลง ตื่นมาก็คว้าโทรศัพท์เช็กฟีด ก่อนนอนก็ยังไถหน้าจอจนดึกดื่น พอนานวันเข้าเริ่มรู้สึกสมองล้า หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ หรือแม้แต่มือสั่นใจหวิวเวลาเน็ตหมด อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลยในยุคนี้ เพราะสมองของเราถูกออกแบบมาให้เสพติดการกระตุ้นจากหน้าจอสีฟ้าตลอดเวลา

ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้ด้วยอาการปวดหัว ไมเกรน เครียดลงกระเพาะ และนอนไม่หลับเรื้อรัง สิ่งหนึ่งที่มักพบร่วมกันเสมอคือภาวะเสพติดหน้าจอ การที่เราเอาตัวเองไปจ่อมอยู่กับข้อมูลข่าวสารและแสงสีฟ้าเป็นชั่วโมงๆ ทำให้ระบบประสาทอัตโนมัติซิมพาเทติกทำงานตลอดเวลา เปรียบเสมือนรถยนต์ที่เหยียบคันเร่งค้างไว้ไม่ยอมพักเครื่อง

อยากลองพักสมองจากหน้าจอ เริ่มต้นตรงไหนดีและต้องเตรียมตัวอย่างไร

การบำบัดด้วยการงดสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกกันเข้าใจง่ายว่า Digital Detox ไม่ได้หมายความว่าต้องปิดโทรศัพท์หนีโลกไปอยู่ป่าตลอดกาล แต่เป็นการกำหนดขอบเขตและเวลาที่ชัดเจน เพื่อดึงสติกลับมาอยู่กับโลกความเป็นจริง

ก่อนจะเริ่มงดสื่อ เราต้องสำรวจตัวเองก่อนว่าเสพติดโซเชียลมีเดียหรือหน้าจอมากแค่ไหน การหักดิบทันทีโดยไม่วางแผนมักจะล้มเหลวเสมอ แนะนำให้เริ่มจากการตั้งเป้าหมายเล็กๆ เช่น งดใช้มือถือช่วงกินข้าว หรือปิดหน้าจอหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน เพื่อให้สมองได้ปรับตัวและลดความคาดหวังจากสิ่งเร้าภายนอก

ช่วงวันแรกๆ ที่ไม่มีมือถือ อาการลงแดงและวิธีรับมือเมื่อสมองโหยหาหน้าจอ

เวลาที่เราเริ่มงดมือถือ ช่วง 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกมักจะยากที่สุด สมองจะเริ่มส่งสัญญาณประท้วงเพราะขาดโดปามีน หรือสารเคมีแห่งความสุขที่เคยหลั่งทุกครั้งที่เราไถฟีดเจอเรื่องสนุกๆ หลายคนจะมีอาการกระวนกระวาย มือไม้สั่น หยิบรีโมทหรือมองหาโทรศัพท์โดยไม่รู้ตัว

วิธีรับมือกับอาการเหล่านี้คือการหาอะไรทำทดแทนทันที เช่น การออกไปเดินเล่นรับลมยืดเส้นยืดสาย อ่านหนังสือเป็นเล่มกระดาษ หรือเคลียร์งานบ้านที่ค้างคา การขยับร่างกายจะช่วยหลั่งสารเอนโดอร์ฟินออกมาทดแทน ช่วยลดความเครียดและความอยากหน้าจอลงได้มาก

กิจกรรมทดแทนและวิธีจัดบ้าน จัดตารางชีวิตใหม่ให้ห่างไกลหน้าจอ

การอยู่เฉยๆ แล้วพยายามไม่หยิบมือถือ คือสูตรสำเร็จของความล้มเหลว ดังนั้นเราต้องออกแบบสิ่งแวดล้อมรอบตัวใหม่ เริ่มจากการกำหนดเขตปลอดมือถือในบ้าน เช่น บนโต๊ะอาหารและห้องนอน ควรเป็นพื้นที่ที่ไม่มีหน้าจอมารบกวน

ลองหากิจกรรมที่ใช้มือและสมองในมิติอื่น เช่น การทำอาหาร วาดรูป ปลูกต้นไม้ หรือพูดคุยสังสรรค์กับคนในครอบครัวแบบสบตา การได้มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์จริงๆ ช่วยฟื้นฟูสุขภาพจิตและกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนหน้าได้ดีกว่าการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือหลายเท่า

ชีวิตหลังจากกลับมาใช้หน้าจออย่างมีสติและรู้เท่าทันเทคโนโลยี

เป้าหมายสุดท้ายของการบำบัดนี้ไม่ใช่การตัดขาดจากโลกดิจิทัลไปเลย เพราะในยุคปัจจุบันเรายังจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีในการทำงานและการใช้ชีวิต แต่เป็นการเปลี่ยนสถานะจากผู้ถูกควบคุม มาเป็นผู้ควบคุม

เมื่อเราผ่านกระบวนการดีท็อกซ์มาได้ระยะหนึ่ง สมองจะเริ่มจดจำความสงบและความโล่งสบายได้ เราจะเรียนรู้ที่จะปิดแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น ตั้งเวลาจำกัดการใช้งานแอปพลิเคชัน และกล้าที่จะวางมือถือลงเมื่ออยู่กับคนที่เรารัก การมีชีวิตที่สมดุลระหว่างโลกออนไลน์กับโลกความจริง จะช่วยคืนพลังชีวิตและทำให้เรามีความสุขกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down