ช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะสังเกตเห็นลูกวัยรุ่นที่บ้านมีเสียงพูดเปลี่ยนไป เดี๋ยวเช้าพูดเสียงนึง พอตกเย็นเสียงกลับห้าวทุ้มขึ้น หรือบางทีพูดอยู่ดีๆ เสียงก็กระโดดแหลมสูงขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยจนสะดุ้งกันทั้งบ้าน อาการแบบนี้มักทำให้วัยรุ่นเองรู้สึกประหม่า ไม่มั่นใจเวลาพูดคุยกับเพื่อน หรือบางคนถึงกับไม่กล้าเปล่งเสียงดังๆ เพราะกลัวเสียงหลง
ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้กลุ่มนี้บ่อยๆ ขอบอกเลยว่าเป็นเรื่องธรรมชาติมาก ไม่ได้มีความผิดปกติอะไรร้ายแรงเลยครับ ปรากฏการณ์ ความแปรปรวนของระดับเสียงระหว่างวันในวัยรุ่น เป็นสัญญาณบอกว่าร่างกายกำลังเติบโตเข้าสู่วัยผู้ใหญ่เต็มตัว โดยเฉพาะกล่องเสียงและเส้นเสียงที่กำลังขยายขนาดอย่างรวดเร็วในช่วงนี้
ทำไมเสียงเด็กๆ ถึงเปลี่ยนไปเป็นเสียงผู้ใหญ่ในช่วงวัยรุ่น
พอล่วงเข้าสู่วัยรุ่น ฮอร์โมนเพศ ไม่ว่าจะเป็นเทสโทสเตอโรนในผู้ชาย หรือฮอร์โมนในผู้หญิง จะเริ่มหลั่งออกมาทำงานอย่างเต็มที่ เจ้าฮอร์โมนตัวนี้แหละครับที่เข้าไปกระดูกอ่อนและกล้ามเนื้อบริเวณกล่องเสียงให้มีการเจริญเติบโต โดยเฉพาะในผู้ชาย กล่องเสียงจะขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จนทำให้ลูกกระเดือกเด่นชัดขึ้นมา และเส้นเสียงก็มีความหนาและยาวขึ้น
เมื่อโครงสร้างพื้นฐานของเครื่องดนตรีชิ้นนี้กำลังขยายตัว ความตึงและหย่อนของเส้นเสียงจึงยังไม่คงที่ เปรียบเสมือนยางยืดที่กำลังถูกดึงให้ยืดออก ทำให้การควบคุมระดับเสียงยังทำได้ไม่เนียนเรียบ ส่งผลให้เกิดอาการเสียงหลง เสียงแหบ หรือเสียงเปลี่ยนระดับไปมาระหว่างวันได้ง่ายเป็นธรรมดา
ความแปรปรวนของระดับเสียงระหว่างวันเกิดจากอะไรทำไมเช้ากับเย็นไม่เหมือนกัน
หลายคนสงสัยว่าทำไมตอนเช้าเสียงพูดถึงแตกต่างจากตอนเย็น ความจริงแล้วในระหว่างวัน กล้ามเนื้อรอบๆ คอและกล่องเสียงของเราต้องผ่านการใช้งาน ทั้งการพูดคุย หัวเราะ ตะโกน หรือแม้แต่การกลืนน้ำลาย
เมื่อกล้ามเนื้อเหล่านี้ใช้งานไปนานๆ ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ย่อมเกิดความล้าสะสม ประกอบกับระดับความชุ่มชื้นในลำคอที่ลดลงระหว่างวัน ทำให้ความยืดหยุ่นของเส้นเสียงเปลี่ยนไป ส่งผลให้ระดับเสียงในช่วงเย็นมีความทุ้มต่ำลงกว่าตอนเช้า หรือในบางคนที่มีอาการบวมเล็กน้อยจากการใช้เสียง ก็อาจทำให้เสียงแหบพร่าในช่วงบ่ายและเย็นได้เช่นกัน
ช่วงอายุไหนที่เสียงมักจะแกว่งมากที่สุดและต้องรอนานแค่ไหนถึงจะปกติ
ช่วงเวลาที่เสียงจะแปรปรวนและคาดเดาได้ยากที่สุด มักจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 12 ถึง 15 ปี สำหรับเด็กผู้ชาย และอาจจะเร็วกว่านั้นเล็กน้อยในเด็กผู้หญิง ระยะเวลาในการปรับตัวของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนใช้เวลาแค่ไม่กี่เดือนเสียงก็คงที่ แต่บางคนอาจใช้เวลานานเป็นปี
ดังนั้น ถ้าลูกหลานของท่านอยู่ในช่วงวัยนี้แล้วเสียงเกิดความแปรปรวน ขอให้วางใจได้เลยว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต ร่างกายแค่กำลังหาจุดสมดุลใหม่ให้กับกล่องเสียงและเส้นเสียงของตัวเองเท่านั้น
วิธีดูแลรักษาเส้นเสียงช่วงวัยรุ่นให้กลับมานุ่มนวลและมั่นใจ
แม้ว่าความแปรปรวนนี้จะเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เราก็สามารถช่วยดูแลเส้นเสียงในช่วงที่กำลังเปลี่ยนแปลงนี้ให้ผ่านไปได้อย่างราบรื่นด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้ครับ
- ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอตลอดวัน เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวเส้นเสียงทำงานได้อย่างยืดหยุ่น
- หลีกเลี่ยงการตะโกนหรือใช้เสียงดังเกินความจำเป็น ในช่วงที่รู้สึกว่าเสียงเริ่มแหบหรือเสียงหลงบ่อยๆ
- งดการกระแอมไอแรงๆ เพราะจะทำให้เส้นเสียงกระทบกันรุนแรงและเกิดการระคายเคืองมากขึ้น
- พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกายรวมถึงกล่องเสียงได้ฟื้นฟูตัวเองเต็มที่
สัญญาณเตือนแบบไหนที่แปลว่าเสียงเปลี่ยนแบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติ
ถึงแม้ว่าอาการเสียงแกว่งระหว่างวันจะเป็นเรื่องธรรมดาของวัยรุ่น แต่ถ้ามีลักษณะเหล่านี้ร่วมด้วย แนะนำให้พามาพบแพทย์เพื่อตรวจดูความผิดปกติที่กล่องเสียงเพิ่มเติมครับ
- มีอาการเสียงแหบเรื้อรังติดต่อกันนานเกิน 3 สัปดาห์โดยไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น
- เจ็บคอมาก กลืนลำบาก หรือหายใจมีเสียงดังผิดปกติ
- เสียงหายไปเฉียบพลันจนพูดไม่ออกเป็นเวลานาน
- มีก้อนนูนบริเวณลำคอร่วมกับอาการเสียงเปลี่ยน
ความแปรปรวนของระดับเสียงในวัยรุ่นเป็นเพียงสะพานเชื่อมระหว่างวัยเด็กกับวัยผู้ใหญ่ ใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็จะเข้าที่เข้าทาง ขอให้คุณพ่อคุณแม่และน้องๆ วัยรุ่นเข้าใจและมีความมั่นใจในการเติบโตครั้งนี้ครับ