ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot

ภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวาน: ภัยเงียบที่คนเป็นเบาหวานต้องรู้เท่าทัน

ทำไมคนเป็นเบาหวานถึงเสี่ยงเลือดเป็นกรด

หลายคนอาจจะคุ้นเคยกับการคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ต่ำเข้าไว้ แต่เชื่อไหมว่าหากร่างกายขาดอินซูลินอย่างรุนแรง ร่างกายจะเข้าสู่ภาวะวิกฤตที่เรียกว่า ภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวาน หรือที่หมอมักเรียกสั้นๆ ว่า DKA ภาวะนี้ไม่ได้เกิดจากน้ำตาลสูงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ จึงหันไปเผาผลาญไขมันแทนจนเกิดสารที่เป็นกรดสะสมในเลือดปริมาณมากจนเกินที่ร่างกายจะรับไหว

สัญญาณเตือนที่ร่างกายกำลังบอกว่าเริ่มอันตราย

อาการของภาวะนี้มักเกิดขึ้นค่อนข้างเร็ว บางครั้งเพียงแค่ 24 ชั่วโมงก็มีอาการชัดเจน สังเกตตัวเองหรือคนรอบข้างได้จากสัญญาณเหล่านี้:

  • คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้องรุนแรงโดยหาสาเหตุไม่ได้
  • ปัสสาวะบ่อยผิดปกติและหิวน้ำมากตลอดเวลา
  • อ่อนเพลียอย่างหนัก หายใจหอบเหนื่อย หรือหายใจลึกและเร็ว
  • ลมหายใจมีกลิ่นผลไม้หรือกลิ่นคล้ายน้ำยาล้างเล็บ (อะซิโตน)
  • สับสน มึนงง หรือมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด

กลไกการเกิดโรคแบบภาษาชาวบ้าน

ลองนึกภาพว่าน้ำตาลในเลือดเปรียบเสมือนน้ำมันในถัง แต่ไม่มีกุญแจสตาร์ทรถ (อินซูลิน) เพื่อเปลี่ยนน้ำมันเป็นพลังงาน ร่างกายที่หิวโหยจึงพยายามงัดไขมันเก่าออกมาใช้แทน การเผาผลาญไขมันแบบเร่งด่วนนี้เปรียบเหมือนการใช้เชื้อเพลิงราคาถูกที่ปล่อยเขม่าควันพิษออกมา ซึ่งก็คือสารคีโตน หากสารนี้คั่งในเลือดมาก เลือดจะเปลี่ยนสภาพเป็นกรด ส่งผลกระทบต่อการทำงานของอวัยวะภายในทุกระบบ

ใครบ้างที่เสี่ยงต่อภาวะนี้เป็นพิเศษ

แม้จะเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยเบาหวานทุกประเภท แต่กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังสูงสุดคือ:

  • ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 ที่ลืมฉีดอินซูลินหรือฉีดไม่สม่ำเสมอ
  • คนที่เป็นเบาหวานและมีการติดเชื้อรุนแรง เช่น ปอดอักเสบ หรือติดเชื้อในกระแสเลือด
  • ผู้ที่กำลังประสบปัญหาความเครียดสะสมหรือมีภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลันอื่นๆ

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที

หากตรวจระดับน้ำตาลในเลือดแล้วพบว่าสูงเกิน 250-300 mg/dL ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือหายใจหอบเหนื่อย อย่ารอให้หายเองเด็ดขาด ภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวานเป็นเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องได้รับการรักษาด้วยการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำและการปรับสมดุลอินซูลินภายใต้การดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด การมาถึงโรงพยาบาลเร็วขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง สามารถลดความเสี่ยงต่อชีวิตได้มหาศาล

วิธีดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงในระยะยาว

หัวใจสำคัญคือการจัดการเบาหวานให้เป็นกิจวัตร ไม่ว่าจะเป็นการฉีดอินซูลินให้ตรงเวลา การตรวจน้ำตาลด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือการสังเกตความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ ของร่างกาย อย่าละเลยอาการเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย เพราะในคนเป็นเบาหวาน อาการป่วยธรรมดาอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงได้เสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down