ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่ตรวจร่างกายประจำปีแล้วพบว่าค่ากรดยูริกในเลือดสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน หลายคนมักจะนึกถึงอาการข้ออักเสบอย่างโรคเก๊าท์เป็นอันดับแรก และพยายามแก้ปัญหาด้วยการงดกินไก่ ยอดผัก หรือเครื่องในสัตว์ แต่หลายครั้งกลับพบว่าค่ากรดยูริกก็ยังไม่ยอมลดลงง่ายๆ

อันที่จริงแล้ว เบื้องหลังของกรดยูริกที่สูงลิ่วในเลือด อาจไม่ได้มีสาเหตุมาจากอาหารที่กินเข้าไปเพียงอย่างเดียว แต่อาจซ่อนอยู่ภายใต้รอบเอวที่หนาขึ้นและระบบเผาผลาญที่เริ่มทำงานผิดปกติ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างโรคอ้วน กลุ่มอาการเมแทบอลิก และภาวะกรดยูริกในเลือดสูง จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของร่างกาย และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดจากต้นตอที่แท้จริง

ทำไมพุงที่ยื่นออกมา ถึงไม่ได้มีแค่ไขมัน แต่กำลังป่วนระบบเผาผลาญทั้งหมด

เมื่อเรามีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์หรือก้าวเข้าสู่ภาวะโรคอ้วน ร่างกายจะสะสมไขมันส่วนเกินไว้ตามส่วนต่างๆ แต่ไขมันที่อันตรายที่สุดคือ ไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) หรือที่เราเรียกกันง่ายๆ ว่าอ้วนลงพุง ไขมันกลุ่มนี้ไม่ได้อยู่นิ่งๆ แต่ทำตัวเหมือนโรงงานผลิตสารอักเสบที่คอยส่งสัญญาณไปรบกวนการทำงานของอวัยวะทั่วร่างกาย

ภาวะอ้วนลงพุงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่นำไปสู่ กลุ่มอาการเมแทบอลิก (Metabolic Syndrome) ซึ่งเป็นกลุ่มความผิดปกติของระบบเผาผลาญที่ประกอบไปด้วยสัญญาณเตือนภัยหลักๆ ได้แก่:

  • รอบเอวที่เกินเกณฑ์มาตรฐาน
  • ระดับน้ำตาลในเลือดหลังอดอาหารสูงขึ้น (เริ่มดื้ออินซูลิน)
  • ความดันโลหิตสูงขึ้น
  • ระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
  • ระดับไขมันดี (HDL) ต่ำลง

เมื่อระบบเผาผลาญเริ่มพังทลายลง สารเคมีและฮอร์โมนในร่างกายจะเริ่มเสียสมดุล และนั่นคือช่วงเวลาที่กรดยูริกเริ่มสะสมตัวมากขึ้นในกระแสเลือดโดยที่เราไม่รู้ตัว

เมื่อร่างกายสะสมไขมันมากเกินไป ไตขับกรดยูริกออกได้ยากขึ้นอย่างไร?

หลายคนอาจสงสัยว่า ความอ้วนไปเกี่ยวอะไรกับการที่กรดยูริกสูงขึ้นในเลือด กลไกทางการแพทย์อธิบายความเชื่อมโยงนี้ไว้ชัดเจนผ่านสองปัจจัยหลัก คือ การสร้างที่มากขึ้น และการขับถ่ายที่ลดลง

ในคนที่มีภาวะอ้วนและกลุ่มอาการเมแทบอลิก ร่างกายมักจะเกิด ภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) ซึ่งหมายถึงการที่เซลล์ในร่างกายไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ตับอ่อนต้องหลั่งอินซูลินออกมาในปริมาณที่สูงขึ้นเพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ระดับอินซูลินที่สูงเกินไปในกระแสเลือดนี้เอง จะไปส่งสัญญาณกระตุ้นให้ไตดูดซึมกรดยูริกกลับเข้าสู่กระแสเลือดแทนที่จะขับถ่ายออกไปทางปัสสาวะ

นอกจากนี้ เนื้อเยื่อไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกายยังมีบทบาทในการผลิตกรดยูริกเพิ่มขึ้นด้วยตัวเอง ผ่านกระบวนการทำงานของเอนไซม์ในตับและเซลล์ไขมันที่ตื่นตัวมากกว่าปกติ ส่งผลให้คนที่มีน้ำหนักตัวเกินมักเผชิญหน้ากับภาวะกรดยูริกสูงแบบสองเด้ง คือ ร่างกายสร้างกรดยูริกออกมามากขึ้่น ในขณะที่ไตก็ขับออกได้น้อยลง

วงจรอุบาทว์ของกรดยูริกสูงกับภาวะดื้ออินซูลิน: ยิ่งอ้วน ยิ่งกรดยูริกพุ่ง ยิ่งเสี่ยงเบาหวาน

ความน่ากลัวของความสัมพันธ์นี้คือ มันไม่ได้ไหลไปในทิศทางเดียว แต่เป็นความสัมพันธ์แบบวงจรอุบาทว์ที่ส่งผลกระทบซึ่งกันและกันอย่างต่อเนื่อง

เมื่อโรคอ้วนนำไปสู่ภาวะดื้ออินซูลินและทำให้กรดยูริกในเลือดสูงขึ้น ตัวกรดยูริกที่สูงเกินไปนั้นก็ไม่ได้ลอยอยู่ในเลือดเฉยๆ แต่จะเข้าไปทำลายผนังหลอดเลือด กระตุ้นให้เกิดการอักเสบในระดับเซลล์ และเข้าไปยับยั้งการผลิตสารไนตริกออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและช่วยให้อินซูลินทำงานได้ดี

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ กรดยูริกที่สูงยิ่งเข้าไปซ้ำเติมให้เกิดภาวะดื้ออินซูลินรุนแรงขึ้น ส่งผลให้ร่างกายสะสมไขมันง่ายขึ้นไปอีก และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้ลดทั้งน้ำหนัก ลดทั้งกรดยูริก โดยไม่ต้องทรมานตัวเอง

หากตรวจพบว่าตนเองกำลังเผชิญกับปัญหานี้ การมุ่งเน้นไปที่การลดอาหารที่มีพิวรีนสูงเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ สิ่งสำคัญคือการแก้ไขที่ระบบเผาผลาญและน้ำหนักตัวโดยรวม

เลือกกินอาหารแบบไหนดี ที่ช่วยคุมทั้งน้ำหนักและเคลียร์กรดยูริกสะสม

  • ตัดน้ำตาลฟรุกโตสตัวร้าย: น้ำตาลฟรุกโตสที่พบมากในน้ำอัดลม น้ำผลไม้พร้อมดื่ม และเบเกอรี่ เป็นตัวการสำคัญที่ตับจะนำไปเปลี่ยนเป็นกรดยูริกอย่างรวดเร็ว และยังกระตุ้นให้เกิดไขมันเกาะตับและภาวะดื้ออินซูลิน การงดเครื่องดื่มรสหวานจึงช่วยลดกรดยูริกและน้ำหนักได้ดีที่สุด
  • หลีกเลี่ยงการอดอาหารแบบสุดโต่ง: การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วเกินไป หรือการงดอาหารจนร่างกายเกิดสภาวะคีโตซิสเฉียบพลัน จะทำให้ร่างกายหลั่งสารคีโตนออกมา ซึ่งสารนี้จะไปแย่งทางออกกับกรดยูริกที่ไต ทำให้ไตขับกรดยูริกได้น้อยลงชั่วคราวและอาจกระตุ้นให้โรคเก๊าท์กำเริบได้ การลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไปจึงปลอดภัยกว่า
  • เน้นอาหารกลุ่มโปรตีนไขมันต่ำและผัก: เปลี่ยนมาทานโปรตีนจากปลาไขมันต่ำ ไข่ หรือเต้าหู้ ควบคู่กับการทานผักใบเขียวที่มีใยอาหารสูง ซึ่งช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและฟื้นฟูระบบเผาผลาญ

ออกกำลังกายอย่างไรไม่ให้เจ็บข้อ สำหรับคนที่มีกรดยูริกสูง

การออกกำลังกายช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน (Insulin Sensitivity) ซึ่งจะช่วยให้ไตขับกรดยูริกได้ดีขึ้น แต่สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากและมีกรดยูริกสูง ควรระมัดระวังการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่อข้อต่อสูง เช่น การวิ่งระยะไกล หรือการกระโดด เพราะอาจไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของข้อต่อที่สะสมผลึกกรดยูริกอยู่ก่อนแล้ว

แนะนำให้เริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายแรงกระแทกต่ำ เช่น การเดินเร็ว การปั่นจักรยานอยู่กับที่ หรือการออกกำลังกายในน้ำ ควบคู่ไปกับการดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน (ประมาณ 2-3 ลิตร) เพื่อช่วยให้ไตสามารถกรองและเจือจางกรดยูริกออกจากร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กุญแจสำคัญในการรักษาภาวะกรดยูริกในเลือดสูงในผู้ที่มีภาวะอ้วนลงพุง จึงไม่ใช่การจำกัดอาหารจนชีวิตขาดความสุข แต่คือการปรับสมดุลระบบเผาผลาญ ลดไขมันสะสมในช่องท้อง และฟื้นฟูความไวต่ออินซูลิน เมื่อระบบภายในกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ น้ำหนักตัวจะลดลง และระดับกรดยูริกในเลือดก็จะกลับเข้าสู่เกณฑ์ปกติได้อย่างยั่งยืน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down