หลายครั้งที่คนไข้เดินกลับมาหาหมอที่ห้องตรวจด้วยอาการปวดหน่วงๆ ในท้อง หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรดึงรั้งเวลาขยับตัว ทั้งที่แผลผ่าตัดภายนอกหายดีสนิทมานานแล้ว เมื่อตรวจดูอย่างละเอียดจึงพบว่าต้นตอของอาการไม่ได้มาจากแผลข้างนอก แต่มาจากสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในที่เรียกว่า ภาวะพังผืดในช่องท้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่หมออยากชวนคุยให้เข้าใจกันมากขึ้นในวันนี้
ภาวะพังผืดในช่องท้อง คืออะไร ทำไมถึงเกิดขึ้นได้?
เวลาที่เรามีแผลในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นแผลที่ผิวหนังหรือแผลที่อวัยวะภายใน ร่างกายจะมีกระบวนการซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติ โดยการสร้างเนื้อเยื่อเกี่ยวพันขึ้นมาประสานรอยแผลนั้น แต่ในบางครั้งกระบวนการนี้ทำงานมากเกินไป หรือเกิดการอักเสบขึ้นภายในช่องท้อง ทำให้เนื้อเยื่อเหล่านี้เชื่อมติดกันกลายเป็นแผ่นหรือเส้นใยเหนียวๆ ที่เราเรียกว่าพังผืด
พังผืดพวกนี้ทำตัวเหมือนกาวที่คอยยึดลำไส้ ผนังช่องท้อง หรืออวัยวะต่างๆ ให้ติดกัน ทำให้พวกมันเคลื่อนไหวได้ไม่อิสระเหมือนเดิม โดยสาเหตุหลักมักมาจากการผ่าตัดช่องท้องในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดไส้ติ่ง ผ่าคลอด หรือการผ่าตัดส่องกล้อง นอกจากนี้ การติดเชื้อในช่องท้องหรือภาวะอักเสบเรื้อรังก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดพังผืดได้เช่นกัน
สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่าเรากำลังมีพังผืดในช่องท้อง
คนไข้หลายคนที่มีภาวะพังผืดในช่องท้องมักใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่รู้ตัวเลย จนกว่าพังผืดนั้นจะไปรบกวนการทำงานของอวัยวะข้างเคียง อาการที่หมอพบบ่อยมักจะมีลักษณะดังนี้:
- อาการปวดท้องเรื้อรัง: มักเป็นอาการปวดหน่วงๆ ตื้อๆ หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรดึงรั้งในท้อง เวลาบิดขี้เกียจ เอี้ยวตัว หรือเวลาที่ลำไส้เคลื่อนตัว
- ท้องอืด ท้องเฟ้อ ย่อยยาก: เกิดจากพังผืดไปรัดหรือดึงรั้งลำไส้ ทำให้การบีบตัวของอาหารทำได้ไม่สะดวก
- ลำไส้อุดตัน: นี่คือภาวะเร่งด่วนที่อันตรายที่สุด เกิดจากพังผืดไปรัดลำไส้จนแน่นสนิท ทำให้ผายลมไม่ได้ ท้องอืดมาก อาเจียน และปวดบิดเป็นพักๆ ซึ่งต้องรีบมาพบแพทย์ทันที
เมื่อไหร่ที่หมอจะนัดผ่าตัดเพื่อเลาะพังผืดออก?
ไม่ใช่ทุกคนที่มีพังผืดจะต้องเข้ารับการผ่าตัดเสมอไปครับ ถ้าไม่มีอาการรบกวนการใช้ชีวิต หมอก็จะแนะนำให้สังเกตอาการและดูแลตัวเองไปก่อน แต่ถ้ามีอาการปวดรุนแรงเรื้อรังจนรบกวนชีวิตประจำวัน หรือเกิดภาวะลำไส้อุดตันซ้ำๆ การผ่าตัดเพื่อเลาะหรือตัดพังผืดออกจึงเป็นแนวทางรักษาที่จำเป็น
อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดแก้พังผืดก็มีความย้อนแย้งอยู่ในตัว เพราะตัวการผ่าตัดเองก็กระตุ้นให้ร่างกายสร้างพังผืดชุดใหม่ขึ้นมาได้อีกเช่นกัน ดังนั้น หมอจึงมักเลือกวิธีนี้เฉพาะเมื่อมีความจำเป็นจริงๆ หรือเลือกใช้การผ่าตัดผ่านกล้องที่มีแผลเล็ก เพื่อลดการเกิดพังผืดซ้ำในอนาคต
วิธีดูแลตัวเองและปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันไม่ให้พังผืดกำเริบ
สำหรับคนที่เคยผ่าตัดมาแล้วและกังวลเรื่องภาวะพังผืดในช่องท้อง เราสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นเพื่อลดโอกาสการเกิดอาการได้ ดังนี้ครับ:
ขยับร่างกายเบาๆ หลังผ่าตัด: การนอนติดเตียงนานเกินไปจะยิ่งทำให้พังผืดก่อตัวได้ง่าย การลุกเดินเบื้องต้นตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยให้อวัยวะภายในเคลื่อนไหวและลดการยึดติดของเนื้อเยื่อ
เลือกกินอาหารย่อยง่าย: เน้นอาหารที่กากใยพอเหมาะ ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ เพื่อไม่ให้ลำไส้ต้องทำงานหนัก หรือเกิดอาการท้องผูกที่ไปเพิ่มแรงเบ่งและแรงดันในช่องท้อง
หลีกเลี่ยงการยกของหนัก: โดยเฉพาะในช่วงแผลผ่าตัดยังไม่หายสนิท เพื่อป้องกันไม่ให้ผนังช่องท้องและเนื้อเยื่อภายในเกิดการอักเสบซ้ำซ้อน
การเข้าใจร่างกายตัวเองและการสังเกตความผิดปกติเล็กๆ น้อยๆ คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด หากใครที่มีประวัติผ่าตัดแล้วมีอาการปวดท้องเรื้อรังแปลกๆ แนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจหาสสาเหตุที่แท้จริง ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้จนเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงครับ