อาการปัสสาวะติดขัดที่ปล่อยไว้ไม่ได้
เวลาที่คนไข้มาหาแล้วบอกว่ารู้สึกปวดฉี่มากแต่เบ่งไม่ออก หรือไหลกะปริบกะปรอย อาการเหล่านี้มักไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือแค่ดื่มน้ำน้อยเกินไป แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบท่อระบายของร่างกายกำลังมีปัญหา ซึ่งในทางการแพทย์เราเรียกว่าภาวะการอุดกั้นของทางเดินปัสสาวะ
ภาวะนี้เปรียบเสมือนท่อระบายน้ำในบ้านที่เริ่มมีอะไรมาขวางกั้น ทำให้ของเสียที่ควรจะถูกขับออกไปตามธรรมชาติเกิดการคั่งค้าง ลองนึกภาพตามว่าถ้าปล่อยให้ท่อตันนานๆ แรงดันจะย้อนกลับไปที่ไต ซึ่งเป็นอวัยวะกรองของเสียที่สำคัญมากๆ จนอาจทำให้เนื้อไตเสียหายถาวรได้เลยทีเดียว
เช็กสัญญาณเตือน: ร่างกายกำลังบอกอะไรเมื่อท่อปัสสาวะเริ่มตัน
การอุดกั้นไม่ได้เกิดขึ้นแบบปุบปับเสมอไป ในหลายคนมักจะค่อยๆ แสดงอาการทีละน้อยจนเราเผลอคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของความเสื่อมตามวัย อาการที่หมออยากให้สังเกตตัวเองมีดังนี้
- ฉี่ไม่ออกกระทันหัน: ปวดท้องน้อยมาก อยากเข้าห้องน้ำแต่ไม่มีปัสสาวะไหลออกมาเลย อันนี้ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องมาโรงพยาบาลทันที
- ต้องออกแรงเบ่งนานกว่าจะมา: ยืนรอนานมากกว่าจะเริ่มไหล และแรงพุ่งของสายปัสสาวะอ่อนลง
- ไหลๆ หยุดๆ และหยดติ๋ง: ความรู้สึกเหมือนฉี่ไม่สุด เดี๋ยวก็ต้องลุกเข้าห้องน้ำใหม่อีกรอบระหว่างคืน
- ปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยหรือบั้นเอว: เกิดจากแรงดันที่คั่งค้างอยู่ในกระเพาะปัสสาวะหรือตัวไตเอง
อะไรคือตัวการที่ทำให้ทางเดินปัสสาวะอุดตัน
ทางเดินปัสสาวะตั้งแต่ไต ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ จนถึงท่อปัสสาวะส่วนปลาย มีโอกาสเกิดสิ่งกีดขวางได้จากหลายสาเหตุ ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เป็น
ต่อมลูกหมากโต: ปัญหาใหญ่ของชายวัยเก๋า
สำหรับคุณผู้ชายที่มีอายุเกินห้าสิบปีขึ้นไป ตัวการอันดับหนึ่งหนีไม่พ้นเรื่องต่อมลูกหมากโต เจ้าก้อนเนื้อนี้จะค่อยๆ ขยายขนาดขึ้นตามอายุ จนเบียดท่อปัสสาวะที่วิ่งผ่านกลางต่อมลูกหมากให้แคบลง เหมือนเวลาที่เราเอาเท้าไปเหยียบสายยางฉีดต้นไม้นั่นเอง
นิ่วในทางเดินปัสสาวะ: ก้อนกรวดตัวร้ายขวางทางน้ำ
นิ่วเกิดจากการตกผลึกของแร่ธาตุในปัสสาวะ เมื่อก้อนนิ่วหลุดลงมาอุดตามท่อไตหรือคอของกระเพาะปัสสาวะ จะทำให้เกิดอาการปวดรุนแรงชนิดที่เรียกว่าปวดบิดเกร็ง และขวางไม่ให้ปัสสาวะไหลผ่านได้สะดวก
สาเหตุอื่นๆ ที่พบบ่อย
นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากพังผืดหรือแผลเป็นจากการอักเสบเรื้อรัง การตีบแคบของท่อปัสสาวะจากอุบัติเหตุ หรือแม้แต่เนื้องอกในระบบทางเดินปัสสาวะเองก็ตาม ซึ่งทั้งหมดนี้จำเป็นต้องอาศัยการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดจากแพทย์
วิธีรักษาและการดูแลเมื่อเกิดภาวะอุดกั้น
เมื่อตรวจพบว่ามีการอุดกั้นจริงๆ เป้าหมายแรกของแพทย์คือการระบายปัสสาวะที่คั่งค้างอยู่ออกให้เร็วที่สุด เพื่อลดความดันและป้องกันไตวายเฉียบพลัน
- การใส่สายสวนปัสสาวะ: เป็นวิธีเบื้องต้นที่ช่วยระบายน้ำออกจากกระเพาะปัสสาวะทันที ทำให้คนไข้สบายตัวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
- การใช้ยาปรับการไหลเวียน: ในกรณีต่อมลูกหมากโต แพทย์อาจพิจารณาให้ยากลุ่มที่ช่วยคลายกล้ามเนื้อบริเวณต่อมลูกหมากและคอกระเพาะปัสสาวะ
- การผ่าตัดหรือสลายนิ่ว: หากต้นเหตุเกิดจากก้อนนิ่วขนาดใหญ่ หรือต่อมลูกหมากโตมากๆ จนใช้ยาไม่ได้ผล การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อขยายทางเดินปัสสาวะหรือกำจัดสิ่งกีดขวางออกคือทางออกที่ดีที่สุด
ปรับพฤติกรรมเพื่อป้องกันและดูแลตัวเอง
การป้องกันไม่ให้เกิดภาวะนี้เริ่มได้จากการดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อลดความเข้มข้นของปัสสาวะและป้องกันการเกิดนิ่ว อย่าพยายามกลั้นปัสสาวะนานๆ โดยไม่จำเป็น และที่สำคัญที่สุด หากเริ่มสังเกตว่าการขับถ่ายปัสสาวะของตัวเองเปลี่ยนไป เช่น เบ่งยากขึ้น ปวดหน่วง หรือลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำบ่อยผิดปกติในตอนกลางคืน ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่ปัญหาเล็กๆ จะลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่