ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เพื่อนสำคัญกว่าที่พ่อแม่คิดหรือเปล่า

หลายครั้งที่หมอตรวจเด็กๆ ในห้องตรวจ มักได้ยินคุณพ่อคุณแม่ปรึกษาเรื่องลูกเปลี่ยนไปหลังจากเข้าโรงเรียน บางคนกลายเป็นคนเงียบขรึม หรือบางคนก็กล้าแสดงออกมากขึ้นจนน่าตกใจ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลโดยตรงจากอิทธิพลจากกลุ่มเพื่อนและการปรับตัวในโรงเรียน ซึ่งเป็นช่วงวัยที่เด็กเริ่มมองหาตัวตนของตัวเองผ่านการยอมรับจากคนรอบข้างที่ไม่ใช่คนในครอบครัว

กลไกทางจิตวิทยาเมื่อลูกต้องเลือกกลุ่ม

เมื่อเด็กก้าวเข้าสู่รั้วโรงเรียน โลกที่เคยมีแค่พ่อแม่จะขยายกว้างขึ้น การแสวงหาการยอมรับจากกลุ่มเพื่อนเป็นสัญชาตญาณตามธรรมชาติของมนุษย์ เพื่อพิสูจน์ว่าตนเองมีพื้นที่ในสังคม เมื่อเพื่อนชวนทำอะไร หรือมีค่านิยมแบบไหน เด็กมักจะเอนเอียงไปทางนั้นโดยอัตโนมัติ เพราะกลัวการถูกปฏิเสธหรือการแปลกแยกจากกลุ่ม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เรื่องการเข้าสังคมและการจัดการความสัมพันธ์

สัญญาณเตือนเมื่อการปรับตัวในโรงเรียนเริ่มไปในทางลบ

แน่นอนว่าเพื่อนช่วยให้เด็กเติบโต แต่บางครั้งอิทธิพลเหล่านี้ก็อาจนำพาไปสู่ความเสี่ยงได้ หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตสัญญาณเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

  • ลูกเริ่มโกหกหรือปิดบังพฤติกรรมบางอย่างที่เคยทำเป็นปกติ
  • ผลการเรียนตกลงอย่างต่อเนื่องหรือขาดเรียนบ่อยโดยไม่มีสาเหตุ
  • มีอารมณ์ฉุนเฉียวเมื่อถูกถามถึงเพื่อนกลุ่มที่คบอยู่
  • พฤติกรรมในบ้านเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างชัดเจน เช่น ก้าวร้าวหรือเก็บตัวมากกว่าปกติ

วิธีช่วยลูกให้เลือกคบเพื่อนและปรับตัวได้เก่ง

แทนที่จะไปห้ามไม่ให้ลูกคบเพื่อนคนนั้นคนนี้ ซึ่งมักจะได้ผลตรงกันข้าม หมอแนะนำให้ใช้วิธีสร้างฐานที่มั่นคงในใจลูกแทน

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีที่บ้านให้ลูกรู้สึกปลอดภัย

ถ้าลูกรู้สึกว่าบ้านคือที่ที่เขาสามารถพูดความจริงได้ทุกอย่างโดยไม่ถูกตัดสิน เขาจะกล้าปรึกษาพ่อแม่เมื่อเกิดปัญหาจากกลุ่มเพื่อน การรับฟังโดยไม่แทรกแซงคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

สอนทักษะการปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

ฝึกให้ลูกรู้จักการพูดว่าไม่ โดยไม่ต้องรู้สึกผิด การมีจุดยืนที่ชัดเจนช่วยให้เด็กไม่ตกเป็นเหยื่อของความกดดันจากกลุ่มเพื่อน (Peer Pressure) ซึ่งเรื่องนี้ต้องอาศัยการฝึกฝนผ่านสถานการณ์สมมติที่บ้านบ่อยๆ

เมื่อไหร่ที่ต้องพาลูกมาปรึกษาหมอ

ถ้าสังเกตว่าลูกมีความเครียดสะสมจนกระทบต่อสุขภาพกาย เช่น นอนไม่หลับ ปวดท้องบ่อยๆ โดยหาสาเหตุทางกายภาพไม่พบ หรือเริ่มมีพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น การพามาปรึกษาจิตแพทย์เด็กหรือผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเป็นทางเลือกที่ควรทำ เพื่อช่วยให้ลูกได้เรียนรู้การปรับตัวอย่างถูกวิธีและไม่เสียตัวตนในสังคมโรงเรียน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down