ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กลางดึกคืนหนึ่ง หมอเคยเจอคุณพ่อคุณแม่คู่หนึ่งอุ้มลูกน้อยวัยสี่เดือนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องฉุกเฉินด้วยความตื่นตระหนก เพราะลูกตัวร้อนจี๋และร้องไห้ไม่ยอมหยุด เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอในทุกครอบครัว ความเจ็บป่วยของเด็กเล็กมักเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและทำให้คนเป็นพ่อแม่หัวใจแทบแตกสลาย คำถามที่หมอมักจะได้รับบ่อยที่สุดเวลาตรวจคนไข้เด็กคือ จะรู้ได้อย่างไรว่าอาการแบบไหนคือไข้หวัดธรรมดาที่ดูแลเองที่บ้านได้ และอาการแบบไหนที่เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพามาโรงพยาบาลทันที

ในฐานะหมอเด็กและคนทำงานด้านสุขภาพ การให้คำแนะนำแก่ผู้ปกครองเกี่ยวกับการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดและการจำแนกสัญญาณเตือนภัยจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที และช่วยลดความวิตกกังวลที่เกินความจำเป็นของคุณพ่อคุณแม่ลงได้เช่นกัน

เมื่อลูกเริ่มตัวร้อน: วิธีแยกแยะไข้ธรรมดาออกจากสัญญาณเตือนภัยเงียบ

ไข้ เป็นกลไกตามธรรมชาติของร่างกายในการต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมหรือเชื้อโรค การที่ลูกมีไข้ไม่ได้แปลว่าจะมีอันตรายเสมอไป สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำความเข้าใจคือการดูสภาวะโดยรวมของลูกประกอบกับตัวเลขบนเครื่องวัดอุณหภูมิ

หากลูกมีไข้ แต่เมื่อกินยาลดไข้หรือเช็ดตัวแล้ว ไข้ลดลง ลูกยังสามารถเล่นได้ตามปกติ ดื่มนมได้ กินอาหารได้ และยอมนอนหลับพักผ่อน ลักษณะนี้มักเป็นอาการของไข้หวัดทั่วไปที่คุณพ่อคุณแม่สามารถดูแลรักษาตามอาการที่บ้านได้ แต่ในทางกลับกัน หากลูกมีไข้ร่วมกับอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด แม้ช่วงที่ไข้ลดลงแล้วก็ยังไม่ยอมเล่น นอนราบไร้เรี่ยวแรง หรือกระสับกระส่ายร้องกวนตลอดเวลา นั่นคือสัญญาณเตือนว่าร่างกายกำลังเผชิญกับการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น

5 สัญญาณอันตรายทางร่างกายที่ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นอกเหนือจากเรื่องไข้แล้ว หมออยากแนะนำให้จำอาการสำคัญเหล่านี้ไว้ให้ขึ้นใจ หากพบอาการเพียงข้อใดข้อหนึ่ง ควรรีบพาลูกมาพบแพทย์โดยด่วนที่สุด

1. อาการซึม ไม่ร่าเริง แม้ไข้จะลดลงแล้ว

นี่คือตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่ง เด็กปกติแม้จะมีไข้สูงแต่เมื่อได้ยาลดไข้แล้วจะกลับมาเล่นหรือยิ้มแย้มได้บ้าง แต่หากลูกมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด เรียกไม่ค่อยตื่น ไม่สบตา ไม่อ่อนไหวต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว หรือมีอาการเพลียตลอดเวลาหลังจากที่เช็ดตัวจนไข้ลดลงแล้ว ควรรีบนำส่งโรงพยาบาล

2. หายใจหอบเหนื่อย อกบุ๋ม หรือมีเสียงดังผิดปกติ

ระบบทางเดินหายใจของเด็กเล็กมีความบอบบางมาก วิธีสังเกตคือให้ถลกเสื้อของลูกขึ้นดูขณะที่ลูกกำลังนอนสงบ หากพบว่าลูกหายใจเร็วกว่าปกติ มีอาการซี่โครงบุ๋มขณะหายใจเข้า หน้าอกบุ๋มลงไปลึก หรือปีกจมูกบานออกทุกครั้งที่สูดลมหายใจ รวมถึงหากได้ยินเสียงหายใจดังครืดคราด มีเสียงหวีด หรือเสียงฮึดฮัดในลำคอ แสดงว่าร่างกายของลูกกำลังขาดออกซิเจนและต้องได้รับการช่วยเหลือจากแพทย์ทันที

3. อาการขาดน้ำ ปัสสาวะน้อยลง ปากแห้ง ไม่มีน้ำตา

ในเด็กเล็ก ภาวะขาดน้ำสามารถเกิดขึ้นได้รวดเร็วมากและเป็นอันตรายถึงชีวิต สังเกตง่ายๆ จากปริมาณปัสสาวะ หากลูกไม่มีปัสสาวะออกเลยหรือผ้าอ้อมแห้งนานเกิน 6 ชั่วโมง ร่วมกับมีอาการริมฝีปากแห้งผาก เบ้าตาดูลึกโหล เวลาชักชวนให้ร้องไห้แล้วไม่มีน้ำตาไหลออกมา หรือผิวหนังเหี่ยวไม่ยืดหยุ่น ย่อมเป็นอาการบ่งชี้ว่าร่างกายสูญเสียน้ำอย่างรุนแรง

4. อาเจียนบ่อย กินอะไรไม่ได้เลย หรือมีอาการชัก

หากลูกมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง ทุกครั้งที่กินนม น้ำ หรืออาหารเข้าไปก็จะอาเจียนออกมาจนหมด ไม่สามารถประคองน้ำให้อยู่ในท้องได้เลย จะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น หากลูกมีอาการเกร็ง กระตุก ตาเหลือกค้าง หรือหมดสติไปชั่วขณะ ซึ่งอาจเกิดจากภาวะไข้สูงหรือความผิดปกติทางระบบประสาท ต้องรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่งโรงพยาบาลทันที

5. มีผื่นแดงคล้ำขึ้นตามตัว หรือมีไข้สูงร่วมกับคอแข็ง

หากสังเกตเห็นผื่นแดงคล้ายจุดเลือดออกใต้ผิวหนัง ที่เมื่อใช้นิ้วกดแล้วผื่นนั้นไม่จางหายไป หรือลูกมีอาการไข้สูงร่วมกับการปวดตึงบริเวณลำคอ ไม่สามารถก้มคอให้คางชิดอกได้ หรือในเด็กเล็กมีอาการกระหม่อมหน้าโป่งตึง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในกระแสเลือดหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งต้องการการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วนที่สุด

การดูแลเบื้องต้นและการปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธีก่อนถึงมือหมอ

เมื่อพบว่าลูกเริ่มมีไข้ สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การตื่นตระหนก แต่คือการตั้งสติและเริ่มขั้นตอนการปฐมพยาบาลที่ถูกต้องเพื่อบรรเทาอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน

  • การเช็ดตัวลดไข้ย้อนทิศทางรูขุมขน: ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นหรือน้ำอุณหภูมิห้อง บิดหมาดๆ เช็ดตามร่างกายโดยเน้นบริเวณข้อพับต่างๆ เช่น ขาหนีบ รักแร้ และซอกคอ เช็ดเข้าหาหัวใจเพื่อเปิดรูขุมขนระบายความร้อน ห้ามใช้น้ำแข็งหรือน้ำเย็นจัดเช็ดตัวเด็ดขาดเพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัวและกักเก็บความร้อนไว้ภายในมากขึ้น
  • การให้ยาลดไข้อย่างปลอดภัย: ยาพาราเซตามอลเป็นยาที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเด็กในการลดไข้ แต่ต้องคำนวณปริมาณยาตามน้ำหนักตัวของลูกอย่างถูกต้อง ไม่ควรป้อนยาบ่อยกว่าทุก 4-6 ชั่วโมง และหลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพรินในเด็กโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจก่อให้เกิดกลุ่มอาการร้ายแรงต่อตับและสมองได้
  • ส่งเสริมการดื่มน้ำบ่อยๆ: พยายามให้ลูกจิบน้ำอุ่น น้ำอัญชัน หรือสารละลายเกลือแร่สำหรับเด็กทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อชดเชยน้ำที่สูญเสียไปกับเหงื่อและลมหายใจในช่วงที่มีไข้

การเป็นพ่อแม่คือการเดินทางที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและการเรียนรู้ การสังเกตอาการของลูกอย่างละเอียดและมีสติจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องในเวลาคับขัน จำไว้เสมอว่าสัญชาตญาณของผู้ปกครองเป็นสิ่งสำคัญ หากมีความรู้สึกว่าลูกมีบางอย่างผิดปกติไปจากเดิม แม้จะไม่มีสัญญาณอันตรายที่เด่นชัด การพาลูกไปพบแพทย์เพื่อตรวจความสบายใจย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเสมอ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down