ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกไม่ได้แค่งอแงหรือเอาแต่ใจ แต่นี่คือความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวิตกกังวลในเด็กและวัยรุ่น

เวลาเห็นลูกมีอาการหงุดหงิด ขี้กังวล หรือไม่อยากไปโรงเรียน พ่อแม่หลายคนมักคิดว่าเป็นเรื่องปกติของวัยที่กำลังเติบโต หรือมองว่าเป็นแค่อาการงอแงชั่วคราว แต่ในฐานะหมอที่เจอคนไข้กลุ่มนี้บ่อยครั้ง อยากจะบอกว่าบางครั้งสิ่งที่เด็กแสดงออกมาอาจไม่ใช่พฤติกรรมก้าวร้าว แต่เป็นสัญญาณเตือนของภาวะวิตกกังวลที่กำลังก่อตัวขึ้นและต้องการความเข้าใจจากคนในครอบครัวเป็นอันดับแรก

ปัจจัยรอบตัวที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะวิตกกังวลในเด็กและวัยรุ่น

ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากสาเหตุเดียว แต่เป็นส่วนผสมระหว่างหลายปัจจัยที่รุมเร้าตัวเด็กในยุคปัจจุบัน โดยแบ่งออกเป็นด้านหลักดังนี้

พื้นฐานอารมณ์และกรรมพันธุ์ที่ติดตัวมา

เด็กบางคนมีพื้นฐานอารมณ์ที่ค่อนข้างไวต่อการเปลี่ยนแปลงหรือมีความขี้อายมาตั้งแต่เด็ก หากในครอบครัวมีประวัติคุณพ่อคุณแม่หรือญาติใกล้ชิดที่มีภาวะวิตกกังวลหรือซึมเศร้า ก็มีความเป็นไปได้สูงที่เด็กจะได้รับอิทธิพลทางพันธุกรรมให้มีความไวต่อการตอบสนองกับความเครียดได้ง่ายกว่าคนอื่น

บรรยากาศในบ้านที่กดดันหรือเปลี่ยนแปลงบ่อย

ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวเป็นรากฐานที่สำคัญ หากบ้านขาดความมั่นคง เช่น การทะเลาะเบาะแว้ง การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หรือแม้แต่ความคาดหวังที่สูงเกินไปจากพ่อแม่ที่ผลักดันลูกทุกด้านจนเด็กไม่มีพื้นที่หายใจ ปัจจัยเหล่านี้ถือเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ทำให้เด็กเกิดความเครียดสะสมจนกลายเป็นภาวะวิตกกังวล

โลกโซเชียลและการเรียน: แรงกดดันจากสังคมภายนอก

ในวัยรุ่น ปัจจัยภายนอกมักมีอิทธิพลมากกว่าที่คิด การถูกเปรียบเทียบในโลกออนไลน์ การกลั่นแกล้งในโรงเรียน หรือความกังวลเรื่องภาพลักษณ์ตัวเองที่ต้องดูดีเสมอผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟน ทำให้เด็กสูญเสียตัวตนและเกิดความวิตกกังวลว่าคนอื่นจะมองตนเองอย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรงหากไม่มีคนคอยประคับประคอง

สังเกตอาการแบบไหนที่บ่งบอกว่าถึงเวลาต้องขอคำปรึกษาหมอ

เด็กมักจะสื่อสารความกังวลออกมาเป็นอาการทางกายมากกว่าคำพูด พ่อแม่ควรสังเกตอาการเหล่านี้ให้ดี

  • บ่นปวดหัว ปวดท้องบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนไปโรงเรียนหรือก่อนมีกิจกรรมสำคัญ
  • มีปัญหาเรื่องการนอน นอนไม่หลับ ฝันร้าย หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก
  • สมาธิสั้นลง ผลการเรียนเริ่มตกลงอย่างเห็นได้ชัด
  • แยกตัวออกจากเพื่อนหรือกิจกรรมที่เคยชอบทำเป็นประจำ
  • กินน้อยลงหรือกินมากขึ้นผิดปกติ

หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานานจนกระทบต่อชีวิตประจำวันของเด็ก นั่นเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเราไม่ควรปล่อยผ่าน การพาเด็กมาพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่นไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้เรียนรู้ที่จะจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้อย่างถูกต้องและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down