ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลองจินตนาการถึงระบบท่อน้ำทิ้งในบ้าน ถ้าวันหนึ่งเกิดมีเศษขยะไปอุดตันจนน้ำไหลผ่านไม่ได้ น้ำเสียก็ท่วมทะลักและเกิดแรงดันดันย้อนกลับ สมองของคนเราก็มีระบบที่คล้ายกัน นั่นคือมีหลอดเลือดแดงพาเลือดเลี้ยงสมอง และมีหลอดเลือดดำทำหน้าที่เป็นท่อระบายเลือดเสียกลับเข้าสู่หัวใจ แต่เมื่อเกิด ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด ดำสมองขึ้นมา ระบบการระบายเลือดจะถูกรบกวนทันที ส่งผลให้เกิดแรงดันในกะโหลกศีรษะสูงขึ้น และอาจนำไปสู่ความเสียหายของเนื้อสมองได้หากรักษาไม่ทันท่วงที

ทำความรู้จักภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสมอง โรคใกล้ตัวที่หลายคนไม่เคยได้ยิน

ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสมอง หรือในทางการแพทย์เรียกว่า Cerebral Venous Sinus Thrombosis (CVST) เป็นโรคหลอดเลือดสมองชนิดหนึ่งที่พบได้ไม่บ่อยเท่าโรคหลอดเลือดสมองตีบในหลอดเลือดแดง แต่มีความสำคัญมากเนื่องจากมักเกิดกับคนวัยทำงานหรือผู้หญิงอายุยังน้อย

กลไกของโรคนี้เริ่มจากการมีลิ่มเลือดเข้าไปบล็อกบริเวณแอ่งหลอดเลือดดำใหญ่ในกะโหลกศีรษะ เมื่อเลือดดำไม่สามารถไหลเวียนกลับได้ เลือดจะเกิดการคั่งค้าง ส่งผลให้แรงดันในสมองเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื้อสมองเกิดการบวม และในกรณีที่รุนแรง หลอดเลือดเล็กๆ อาจแตกออกจนเกิดภาวะเลือดออกในเนื้อสมองตามมา

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม ปวดหัวแบบไหนที่ต้องระวัง?

อาการของภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสมองอาจค่อยๆ แสดงออกทีละนิด หรือเกิดขึ้นอย่างฉับพลันก็ได้ โดยอาการที่พบได้บ่อยที่สุด ได้แก่

  • อาการปวดศีรษะที่ผิดปกติ: เป็นอาการที่พบได้ถึง 90% ของผู้ป่วย มักมีลักษณะปวดตึงๆ ปวดหนักขึ้นเรื่อยๆ ไม่หายหลังจากกินยาแก้ปวดทั่วไป อาการปวดมักแย่ลงเมื่อนอนราบ เบ่ง ไอ หรือจาม
  • ปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็น: มีอาการตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน หรือสายตาแคบลง เกิดจากแรงดันในกะโหลกศีรษะที่ไปกดทับเส้นประสาทตา
  • อาการทางระบบประสาทเฉพาะที่: แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก ชาตามร่างกาย หรือพูดไม่ชัด คล้ายกับโรคอัมพฤกษ์อัมพาตทั่วไป
  • อาการชักและสับสน: ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการชักเกร็ง หรือมีระดับความรู้สึกตัวลดลง ซึมลง สับสน เอะอะโวยวาย

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงเกิดภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดชนิดนี้?

ปัจจัยที่ทำให้เกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำสมองแตกต่างจากโรคหลอดเลือดสมองในผู้สูงอายุทั่วไป โดยกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง มักมีปัจจัยกระตุ้นดังต่อไปนี้

1. ปัจจัยทางฮอร์โมนในผู้หญิง

ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชายอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานยาพะวงกำเนิดหรือใช้ฮอร์โมนบำบัด ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ และช่วง 6 สัปดาห์แรกหลังคลอดบุตร เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนที่สูงขึ้นจะส่งผลให้เลือดแข็งตัวง่ายขึ้น

2. ภาวะร่างกายขาดน้ำอย่างรุนแรง

การดื่มน้ำน้อยเกินไป ถ่ายท้องรุนแรง หรือเสียเหงื่อมากโดยไม่ได้รับน้ำชดเชย ทำให้ความเข้มข้นของเลือดสูงขึ้น เลือดไหลเวียนหนืด และเกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ง่ายขึ้น

3. การติดเชื้อบริเวณศีรษะและคอ

การติดเชื้อของหูชั้นกลาง หูน้ำหนวก ไซนัสอักเสบรุนแรง หรือการติดเชื้อบริเวณอวัยวะบนใบหน้า สามารถกระจายเข้าสู่แอ่งหลอดเลือดดำในกะโหลกศีรษะและกระตุ้นให้เกิดการก่อตัวของลิ่มเลือดได้

4. ภาวะเลือดแข็งตัวง่ายผิดปกติและโรคประจำตัว

ผู้ที่มีความผิดปกติของพันธุกรรมเกี่ยวกับการแข็งตัวของเลือด ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น โรคลูปัส (SLE) รวมถึงผู้ป่วยโรคมะเร็งบางชนิด มีโอกาสเกิดภาวะนี้ได้มากกว่าคนทั่วไป

หมอมีวิธีตรวจวินิจฉัยภาวะนี้อย่างไร เพื่อรักษาได้ทันท่วงที

เมื่อผู้ป่วยมาพบหมอด้วยอาการปวดศีรษะที่น่าสงสัย การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) สมองแบบทั่วไปอาจไม่พบความผิดปกติในระยะแรก แพทย์จึงมักส่งตรวจเพิ่มเติมด้วยวิธีที่เฉพาะเจาะจง เช่น

  • CT Venogram (CTV): การฉีดสารรังสีและเอกซเรย์เพื่อดูการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดดำโดยเฉพาะ
  • MRI และ MR Venography (MRV): การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งให้ความละเอียดสูงในการมองเห็นตัวลิ่มเลือดและการอุดตันในหลอดเลือดดำสมองได้อย่างชัดเจน
  • การตรวจเลือด: เพื่อหาค่าการแข็งตัวของเลือดและการตรวจหาสาเหตุของการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน

วิธีรักษาภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำสมอง

เป้าหมายหลักในการรักษาคือการหยุดการขยายตัวของลิ่มเลือด สลายลิ่มเลือดที่อุดตัน และลดแรงดันในกะโหลกศีรษะ

1. การให้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Blood Thinners)

เป็นหัวใจสำคัญของการรักษา หมอจะให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น Heparin ในช่วงแรก จากนั้นจะปรับเปลี่ยนเป็นยารับประทานอย่าง Warfarin หรือยาในกลุ่ม NOACs ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ถึง 12 เดือน ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการเกิดโรค

2. การรักษาและควบคุมอาการ

รวมถึงการให้ยาบรรเทาอาการปวดศีรษะ ยาป้องกันอาการชักสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการชักร่วมด้วย และการควบคุมความดันในกะโหลกศีรษะให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

3. การรักษาด้วยการหัตถการหรือผ่าตัด

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงมาก ยาต้านการแข็งตัวของเลือดไม่ได้ผล แพทย์อาจพิจารณาทำหัตถการผ่านสายยางเพื่อไปกำจัดลิ่มเลือดโดยตรง หรือผ่าตัดเพื่อลดแรงดันในสมองในกรณีที่มีสมองบวมมาก

ดูแลตัวเองอย่างไรให้ห่างไกลจากภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด

ถึงแม้บางปัจจัยเสี่ยงอาจป้องกันได้ยาก แต่เราสามารถลดโอกาสเกิดโรคนี้ได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน

  • ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ: ควรดื่มน้ำวันละ 1.5 - 2 ลิตร เพื่อไม่ให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำและลดความหนืดของเลือด
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาฮอร์โมน: หากมีประวัติครอบครัวเกี่ยวกับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน ควรแจ้งแพทย์ก่อนเริ่มกินยาคุมกำเนิด
  • รักษาการติดเชื้อบริเวณศีรษะอย่างถูกวิธี: หากเป็นไซนัสอักเสบ หรือหูอักเสบ ควรกินยาและรักษาให้หายขาด ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เรื้อรัง
  • หมั่นสังเกตอาการตนเอง: หากมีอาการปวดหัวรุนแรงแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปวดเรื้อรัง และมีอาการร่วมทางระบบประสาท ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down