ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสียในเด็ก: เรื่องธรรมดาที่บางครั้งไม่ธรรมดา

เวลาที่เจ้าตัวเล็กบ่นปวดท้อง ท้องอืด หรือมีอาการถ่ายเหลวบ่อยๆ คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะคิดว่าเป็นเพียงแค่อาหารไม่ย่อย ท้องอืดท้องเฟ้อทั่วไป หรืออาการปวดท้องตามจิตวิทยาที่เด็กๆ มักจะบอกเวลาไม่อยากไปโรงเรียน แต่ในฐานะหมอเด็ก หมอมักจะเจอเคสที่อาการปวดท้องเรื้อรังหรืออาการท้องเสียเหล่านั้น ซ่อนโรคของระบบทางเดินอาหารที่ซับซ้อนเอาไว้ และเมื่ออาการดำเนินไปจนถึงจุดหนึ่ง แพทย์ทั่วไปจะใช้เกณฑ์การส่งตรวจวินิจฉัยเพิ่มเต เพื่อพิจารณาว่าเมื่อใดที่ควรส่งตรวจค้นหาโรคอย่างลึกซึ้ง และเมื่อใดที่ต้องส่งต่อให้กับกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบทางเดินอาหาร

เป้าหมายหลักของการดูแลรักษาไม่ใช่เพียงแค่การบรรเทาอาการให้หายเป็นครั้งคราว แต่คือการค้นหาต้นตอของปัญหา เพื่อป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต พัฒนาการ และคุณภาพชีวิตในระยะยาวของเด็ก

สัญญาณเตือนภัยสีแดง (Red Flags) ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสังเกตอย่างใกล้ชิด

หมอมักจะเน้นย้ำกับคุณพ่อคุณแม่เสมอว่า อาการบางอย่างเราสามารถเฝ้าดูอาการที่บ้านได้ แต่อาการบางอย่างถือเป็นสัญญาณเตือนภัยสีแดงที่บ่งชี้ว่าระบบทางเดินอาหารของลูกกำลังมีปัญหาใหญ่ และเป็นข้อบ่งชี้สำคัญที่ทำให้แพทย์ต้องใช้เกณฑ์การส่งตรวจวินิจฉัยเพิ่มเต เพื่อหาสาเหตุในทันที

1. อาการทางกายภาพที่ส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโต

  • น้ำหนักตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง หรือน้ำหนักไม่ขึ้นตามเกณฑ์มาตรฐาน (Failure to Thrive) เป็นเวลานานกว่า 2-3 เดือน
  • ส่วนสูงหยุดชะงัก หรือกราฟการเจริญเติบโตเตี้ยลงอย่างเห็นได้ชัด
  • มีไข้ต่ำๆ หรือไข้สูงโดยไม่ทราบสาเหตุ ร่วมกับอาการปวดท้อง โดยเฉพาะในเวลากลางคืนจนทำให้ลูกต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา

2. อาการแสดงในระบบทางเดินอาหารที่รุนแรง

  • อาเจียนอย่างรุนแรงและเรื้อรัง โดยเฉพาะการอาเจียนออกมามีสีเขียวเข้มของน้ำดี หรือมีเลือดปน
  • กลืนลำบากหรือกลืนแล้วเจ็บ เด็กมักจะปฏิเสธการกินอาหาร ร้องไห้โยเยเวลาต้องกลืนอาหาร หรือมีอาการสำลักบ่อยๆ
  • ถ่ายอุจจาระผิดปกติ เช่น ถ่ายมีมูกเลือดปน ท้องเสียเรื้อรังนานกว่า 2 สัปดาห์ หรือท้องผูกรุนแรงที่รักษาด้วยยาปรับอุจจาระทั่วไปแล้วไม่ดีขึ้น
  • อาการปวดท้องที่มีลักษณะเฉพาะ เช่น ปวดบริเวณรอบสะดือขวาด้านล่าง (เสี่ยงไส้ติ่งอักเสบ) หรือปวดรุนแรงจนตัวงอ ไม่สามารถทำกิจกรรมปกติได้

เมื่อไหร่ที่คุณหมอจะพิจารณาส่งตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม?

ในการประเมินเบื้องต้น แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดร่วมกับการตรวจร่างกายอย่างถี่ถ้วน หากพบว่าการรักษาตามอาการเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น หรือพบสัญญาณเตือนภัยสีแดงข้างต้น แพทย์จะใช้แนวทางปฏิบัติทางการแพทย์เป็นเกณฑ์การส่งตรวจวินิจฉัยเพิ่มเต เพื่อตรวจสอบสภาพภายในร่างกายของเด็ก โดยเครื่องมือและวิธีการส่งตรวจที่มักนำมาใช้ ได้แก่

  • การตรวจเลือดเพื่อหาภาวะอักเสบและโภชนาการ: การตรวจความเข้มข้นของเลือดเพื่อดูภาวะซีด การตรวจวัดระดับการอักเสบในร่างกาย (เช่น CRP หรือ ESR) และการตรวจหาภาวะขาดสารอาหาร
  • การตรวจอุจจาระ: เพื่อหาการติดเชื้อแบคทีเรีย พยาธิ หรือตรวจหาเม็ดเลือดขาวและเม็ดเลือดแดงในอุจจาระ (Occult Blood) ซึ่งบ่งบอกถึงการอักเสบในลำไส้
  • การตรวจทางรังสีวิทยา: เช่น การทำอัลตราซาวด์ช่องท้องเพื่อดูโครงสร้างของอวัยวะภายใน หรือการกลืนแป้งสารทึบแสง (Upper GI series) ในรายที่สงสัยว่ามีภาวะลำไส้กลืนกันหรือโครงสร้างทางเดินอาหารผิดปกติ
  • การส่องกล้องระบบทางเดินอาหาร (Endoscopy): ถือเป็นขั้นตอนขั้นสูงในการวินิจฉัยเพื่อเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อมาตรวจหาการอักเสบ โรคเซลิแอค (Celiac Disease) หรือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD)

เกณฑ์ในการส่งต่อคนไข้ตัวน้อยไปพบกุมารแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินอาหาร

เมื่อผลการตรวจเบื้องต้นเริ่มแสดงความผิดปกติ หรืออาการของเด็กมีความซับซ้อนเกินกว่าการดูแลในระดับปฐมภูมิ แพทย์ผู้ดูแลจะทำการส่งต่อเด็กไปยังกุมารแพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินอาหาร (Pediatric Gastroenterologist) โดยมีเกณฑ์การตัดสินใจที่สำคัญดังต่อไปนี้

1. โรคกรดไหลย้อนในเด็ก (GERD) ที่รักษาไม่สำเร็จ: เด็กทารกที่แหวะนมบ่อยจนน้ำหนักตัวไม่ขึ้นตามเกณฑ์ หรือเด็กโตที่มีอาการแสบร้อนกลางอกเรื้อรัง และได้รับการรักษาด้วยยาลดกรดขนาดมาตรฐานแล้วอาการยังไม่ดีขึ้นภายใน 4-8 สัปดาห์

2. ภาวะแพ้อาหารผ่านระบบทางเดินอาหารที่ซับซ้อน: เด็กที่สงสัยว่าแพ้โปรตีนนมวัว หรือแพ้อาหารหลายชนิดที่มีอาการทางระบบทางเดินอาหารรุนแรง เช่น ถ่ายเป็นเลือด หรือมีภาวะลำไส้อักเสบจากการแพ้อาหาร (FPIES)

3. โรคทางเดินอาหารอักเสบเรื้อรัง (Inflammatory Bowel Disease - IBD): หากคนไข้เด็กมีอาการปวดท้องเรื้อรัง ท้องเสียมีมูกเลือด น้ำหนักลด และผลตรวจเลือดชี้ว่ามีภาวะอักเสบสูง จำเป็นต้องได้รับการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางเพื่อวางแผนการรักษาด้วยยาเฉพาะกลุ่มและการส่องกล้องติดตามอาการ

4. ภาวะตับหรือตับอ่อนทำงานผิดปกติ: เด็กที่มีอาการตัวเหลืองตาเหลือง (ดีซ่าน) ท้องโต มีน้ำในช่องท้อง หรือมีค่าการทำงานของตับ (AST, ALT) สูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่องโดยไม่ทราบสาเหตุ

เตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องพาลูกไปพบแพทย์เฉพาะทาง

การเตรียมข้อมูลที่พร้อมและแม่นยำจะช่วยให้กุมารแพทย์เฉพาะทางวินิจฉัยโรคได้รวดเร็วและถูกต้องยิ่งขึ้น สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรเตรียมไว้ ได้แก่

  • สมุดบันทึกอาการ: จดบันทึกความถี่ของอาการปวดท้อง ลักษณะของอุจจาระ (สี ความอ่อนแข็ง มีมูกหรือเลือดปนหรือไม่) และช่วงเวลาที่เกิดอาการ
  • ประวัติการกินอาหารและการขับถ่าย: รายละเอียดของอาหารที่ลูกกินในแต่ละวัน นมที่ดื่ม และยาทุกชนิดที่ลูกกำลังกินอยู่
  • กราฟการเจริญเติบโต: สมุดบันทึกสุขภาพวัคซีนที่มีประวัติน้ำหนักและส่วนสูงตั้งแต่แรกเกิด เพื่อดูแนวโน้มการเจริญเติบโต
  • ผลการตรวจที่เคยทำมาทั้งหมด: นำใบส่งตัว ผลตรวจเลือด ผลตรวจอุจจาระ หรือฟิล์มเอกซเรย์ที่เคยตรวจจากโรงพยาบาลเดิมติดตัวไปด้วยทุกครั้ง

อาการผิดปกติในระบบทางเดินอาหารของเด็กเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน การสังเกตอย่างเข้าใจและการใช้เกณฑ์การส่งตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสม จะช่วยให้เด็กๆ ได้รับการรักษาที่ตรงจุดและกลับมาเติบโตได้อย่างแข็งแรงสมวัยในที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down