ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อสมาชิกในบ้านป่วยกะทันหัน: รับมืออย่างไรไม่ให้กระจายสู่คนอื่น

ในฐานะแพทย์ที่ต้องดูแลคนไข้และให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวมากมาย มักจะได้ยินคำถามที่มีความกังวลใจจากหัวหน้าครอบครัวเสมอเมื่อตรวจพบว่าสมาชิกคนใดคนหนึ่งในบ้านเริ่มมีผลตรวจเชื้อเป็นบวก ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่ โควิด-19 หรือโรคติดต่อทางเดินหายใจอื่นๆ คำถามแรกที่ตามมาเสมอคือ เราจะปกป้องคนอื่นที่เหลือในบ้านได้อย่างไร โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ

ความจริงที่น่ากังวลคือ บ้านมักเป็นจุดที่มีการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ง่ายที่สุดเนื่องจากเป็นพื้นที่ปิดและมีการทำกิจกรรมร่วมกันอย่างใกล้ชิด การเรียนรู้และปฏิบัติตาม วิธีการแยกกักตัวและป้องกันการติดเชื้อภายในครอบครัวอย่างถูกต้องและเป็นระบบ จึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่จะช่วยหยุดยั้งวงจรการแพร่ระบาด และช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปได้อย่างปลอดภัย

1. การจัดเตรียมพื้นที่และการระบายอากาศภายในบ้าน

หัวใจสำคัญของการจำกัดบริเวณเชื้อโรคคือการแยกผู้ป่วยออกจากสมาชิกคนอื่นทางกายภาพให้ได้มากที่สุด โดยมีแนวทางปฏิบัติดังนี้

  • เลือกห้องพักที่เหมาะสม: ควรจัดให้ผู้ป่วยพักในห้องส่วนตัวที่มีประตูเปิด-ปิดมิดชิด และมีหน้าต่างที่เปิดให้อากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องปรับอากาศร่วมกันในระบบปิดหรือระบบหมุนเวียนรวม
  • การใช้ห้องน้ำแยกเฉพาะ: หากเป็นไปได้ควรจัดห้องน้ำแยกให้ผู้ป่วยใช้งานเพียงผู้เดียว แต่หากมีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่และจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน ผู้ป่วยจะต้องใช้เป็นคนสุดท้ายเสมอ และต้องทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม เช่น ก๊อกน้ำ ลูกบิดประตู และฝาชักโครกด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทันทีหลังใช้งาน
  • การระบายอากาศ: ควรเปิดหน้าต่างให้อากาศไหลเวียนอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อลดความเข้มข้นของละอองฝอยที่อาจปนเปื้อนอยู่ในอากาศภายในห้องพัก

2. มาตรฐานการปฏิบัติตัวเพื่อลดการสัมผัสเชื้อ

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันชั่วคราวคือสิ่งจำเป็นที่จะช่วยลดโอกาสการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายของสมาชิกคนอื่นในบ้าน

การสวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด

ทั้งผู้ป่วยและผู้ที่ต้องเข้าไปดูแลจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ตลอดเวลาเมื่อต้องมีการเผชิญหน้ากัน โดยหน้ากากต้องแนบสนิทกับใบหน้า ไม่มีช่องว่าง และห้ามสัมผัสบริเวณด้านหน้าของหน้ากากโดยเด็ดขาด

การแยกสำรับอาหารและของใช้ส่วนตัว

งดการรับประทานอาหารร่วมกันอย่างเด็ดขาด ควรใช้วิธีจัดอาหารใส่ถาดและนำไปวางไว้ที่หน้าห้องพักของผู้ป่วย ของใช้ส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม จานชาม ผ้าเช็ดตัว และเสื้อผ้า จะต้องแยกซักและแยกเก็บต่างหากเพื่อป้องกันการปนเปื้อนข้าม

ข้อควรจำทางการแพทย์: การล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 20 วินาที หรือการใช้เจลแอลกอฮอล์เข้มข้นมากกว่า 70% หลังจากสัมผัสสิ่งของที่มาจากห้องผู้ป่วย เป็นวิธีที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในการตัดตอนการแพร่กระจายของเชื้อโรค

3. การจัดการขยะติดเชื้อและการทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วม

เชื้อไวรัสและแบคทีเรียสามารถคงอยู่บนพื้นผิวต่างๆ ได้เป็นเวลาหลายชั่วโมงจนถึงหลายวัน การทำความสะอาดอย่างถูกวิธีจึงไม่สามารถละเลยได้

  • การคัดแยกขยะติดเชื้อ: ขยะทุกชนิดที่มาจากห้องผู้ป่วย โดยเฉพาะกระดาษชำระ หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว หรือชุดตรวจคัดกรอง ถือเป็นขยะติดเชื้อ ต้องใส่ในถุงขยะแยกเฉพาะ มัดปากถุงให้แน่นหนา และควรฉีดพ่นสารฆ่าเชื้อที่ปากถุงก่อนนำไปทิ้งภายนอกบ้าน
  • การทำความสะอาดพื้นผิวสัมผัส: เน้นการทำความสะอาดจุดสัมผัสร่วมบ่อยๆ เช่น ลูกบิดประตู สวิตช์ไฟ รีโมทคอนโทรล และโต๊ะทำงาน ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์หรือน้ำยาฟอกขาวเจือจางอย่างสม่ำเสมอ

4. การเฝ้าระวังอาการและสัญญาณเตือนทางการแพทย์

ในระหว่างการกักตัว สิ่งที่ผู้ดูแลต้องปฏิบัติควบคู่ไปด้วยคือการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ควรมีการจดบันทึกอุณหภูมิร่างกายและระดับออกซิเจนในเลือดวันละ 2 ครั้ง หากพบสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ ควรรีบติดต่อสถานพยาบาลโดยด่วน

  • มีอาการไข้สูงติดต่อกันเกิน 3 วัน โดยไข้ไม่ลดลงหลังรับประทานยาลดไข้
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หรือมีอาการแน่นหน้าอก
  • ระดับออกซิเจนในกระแสเลือดต่ำกว่า 95%
  • มีอาการซึมลง อ่อนเพลียมาก หรือในกลุ่มเด็กเล็กมีอาการงอแงไม่ยอมทานนมหรืออาหาร

การต้องแยกกักตัวอยู่แต่ในห้องแคบๆ อาจสร้างความเครียดและความวิตกกังวลให้แก่ผู้ป่วยได้ง่าย สมาชิกในครอบครัวสามารถช่วยประคับประคองด้านจิตใจได้ผ่านการสื่อสารทางโทรศัพท์หรือวิดีโอคอล เพื่อให้ผู้ป่วยรู้สึกอบอุ่นและไม่ได้เผชิญปัญหาเพียงลำพัง ความเข้าใจและการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบตามหลักสุขอนามัยนี้ จะช่วยปกป้องคนที่คุณรักให้ปลอดภัยและสามารถผ่านพ้นวิกฤตสุขภาพในบ้านไปได้อย่างราบรื่นที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down