ตื่นมาเจอผื่นแดงอักเสบตามผิวหนัง เกิดจากอะไรกันแน่?
เวลาที่ตื่นมาแล้วพบว่าผิวหนังมีรอยแดง มีอาการคันยิบๆ หรือบางทีก็แสบร้อนจนนอนไม่หลับ หลายคนมักจะตกใจและรีบหายาทาแก้คันสารพัดมาโปะลงไปก่อน แต่ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้โรคผิวหนังมาเยอะ อยากชวนมาทำความเข้าใจก่อนว่า เจ้าผื่นแดงอักเสบตามผิวหนังเนี่ย มันไม่ได้มีหน้าตาแบบเดียวและไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวกันเสมอไปครับ
อาการผื่นแดงที่เกิดขึ้นบนผิวหนังของเรา จริงๆ แล้วมันคือสัญญาณเตือนจากร่างกายว่า ผิวหนังกำลังเจอกับภาวะอักเสบ ไม่ว่าจะมาจากภูมิคุ้มกันในร่างกายเอง สิ่งแวดล้อมรอบตัว หรือสารเคมีที่เราสัมผัสเข้าไป โดยผิวหนังจะแสดงออกผ่านการขยายตัวของหลอดเลือดฝอย ทำให้เกิดรอยแดง บวม ร้อน และอาการคันอย่างที่เราทนไม่ไหวกันนี่แหละครับ
ประเภทและตัวการหลักของผื่นแดงอักเสบที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น เวลาหมอตรวจคนไข้ที่มีปัญหาผื่นแดงอักเสบตามผิวหนัง เรามักจะแบ่งกลุ่มสาเหตุหลักๆ ออก เพื่อจะได้รักษาให้ตรงจุด ดังนี้ครับ
- ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis): มักเป็นๆ หายๆ ผิวแห้งกร้าน และมีผื่นแดงตามข้อพับ แขนขา หรือใบหน้า มักกำเริบเวลาเจออากาศแห้ง ฝุ่น หรือความเครียด
- ผื่นผิวหนังอักเสบจากการสัมผัส (Contact Dermatitis): อันนี้ชัดเจนว่าเกิดจากผิวไปโดนสิ่งที่แพ้หรือระคายเคือง เช่น น้ำหอม สบู่ น้ำยาทำความสะอาด หรือแม้แต่โลหะบางชนิด
- ลมพิษ (Urticaria): ลักษณะเป็นผื่นบวมนูนแดงกระจายตามตัว ย้ายที่ไปเรื่อยๆ และมักจะยุบหายไปเองภายใน 24 ชั่วโมง มักเกิดจากการแพ้อาหาร ยา หรืออุณหภูมิ
- สะเก็ดเงิน (Psoriasis): แม้จะไม่ใช่โรคติดต่อ แต่จะทำให้เกิดผื่นแดงหนา มีขุยสีเงินปกคลุม มักพบบริเวณข้อศอก หัวเข่า หรือหนังศีรษะ
วิธีสังเกตอาการด้วยตัวเอง: ผื่นแบบไหนแค่นอนพักก็หาย แบบไหนต้องรีบหาหมอ?
หลายคนชอบถามว่า อาการแบบนี้ปล่อยไว้เองได้ไหม หมอขอแนะนำวิธีสังเกตเบื้องต้นง่ายๆ ครับ ถ้าเป็นผื่นแดงธรรมดาที่เกิดจากการแพ้อากาศเล็กน้อย ทาโลชั่นชุ่มชื้นแล้วดีขึ้น อาการคันไม่รุนแรง ไม่มีไข้ร่วมด้วย แบบนี้อาจจะรอดูอาการได้สัก 1-2 วัน
แต่ถ้าผื่นแดงนั้นเริ่มลามอย่างรวดเร็ว มีอาการบวมที่ใบหน้า ริมฝีปาก หรือเปลือกตา ร่วมกับหายใจติดขัด รู้สึกแน่นอก หรือมีไข้สูงร่วมด้วย แบบนี้ไม่ใช่แค่ผื่นผิวหนังธรรมดาแล้วครับ อาจเป็นภาวะแพ้รุนแรงที่อันตรายถึงชีวิต ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
วิธีรักษาและดูแลผิวเมื่อเกิดผื่นแดงอักเสบ
เวลาที่คนไข้มาหาด้วยอาการผื่นแดงอักเสบตามผิวหนัง หลักการรักษาของแพทย์จะเน้นไปที่การลดการอักเสบ คืนความชุ่มชื้นให้เกราะป้องกันผิว และหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นอาการ ซึ่งเราสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ดังนี้ครับ
- หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่สงสัยว่าแพ้: ไม่ว่าจะเป็นครีม สบู่ หรือน้ำหอม งดใช้ชั่วคราวเพื่อให้ผิวได้พักฟื้น
- ประคบเย็นเพื่อลดอาการแสบร้อน: ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเย็นประคบเบาๆ บริเวณที่เป็นผื่น ช่วยลดอาการคันและบวมแดงได้ดีโดยไม่ต้องเกา
- ทาครีมบำรุงผิวที่ปราศจากน้ำหอม: เน้นมอยส์เจอไรเซอร์ชนิดข้น เพื่อช่วยซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวให้กลับมาแข็งแรง
- ใช้ยาทาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร: ในกลุ่มยาสเตียรอยด์อ่อนๆ สำหรับทาเฉพาะที่ เพื่อลดการอักเสบเร่งด่วน แต่ไม่ควรซื้อยาแรงมาทาเองต่อเนื่องเป็นเวลานานเพราะผิวจะบางได้
วิธีป้องกันไม่ให้ผื่นแดงอักเสบกลับมากวนใจซ้ำๆ
โรคผื่นผิวหนังอักเสบหลายชนิดมักเป็นโรคเรื้อรังที่ชอบกลับมาเป็นซ้ำเมื่อร่างกายอ่อนแอ การป้องกันที่ดีที่สุดจึงเป็นการดูแลผิวในชีวิตประจำวันครับ เริ่มจากการอาบน้ำด้วยอุณหภูมิปกติ ไม่ควรอาบน้ำอุ่นจัดเพราะจะทำให้ผิวแห้งและอักเสบง่ายขึ้น เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยน ไม่มีสารเคมีรุนแรง และหมั่นทาโลชั่นบำรุงผิวสม่ำเสมอทันทีหลังอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ขณะที่ผิวยดยังมีความชื้นอยู่
นอกจากนี้ การพักผ่อนให้เพียงพอและการจัดการกับความเครียด ก็มีส่วนช่วยลดการกำเริบของผื่นผิวหนังได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเราเชื่อมโยงกับผิวหนังโดยตรงครับ หากดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงจากภายใน ผิวพรรณภายนอกก็จะแข็งแรงและไม่ค่อยแสดงอาการอักเสบออกมารบกวนจิตใจเราอีก