ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายคนที่ตรวจพบว่าเป็นโรคตับ ไม่ว่าจะเป็นภาวะไขมันพอกตับ ตับอักเสบเรื้อรัง หรือตับแข็ง มักจะมุ่งเน้นไปที่การกินยาต้านไวรัส การงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการหลีกเลี่ยงสารเคมีต่างๆ แต่สิ่งที่หมอมักจะพบในคลินิกบ่อยๆ คือ คนไข้และญาติมักมองข้ามเรื่องของโภชนาการ ทั้งที่ในความเป็นจริง ภาวะขาดสารอาหารบางชนิดที่สัมพันธ์กับโรคตับ เป็นเรื่องสำคัญมากที่ส่งผลโดยตรงต่อการฟื้นตัวของร่างกาย คุณหมอมักจะเจอคนไข้ตับแข็งที่มีแขนขาเล็กลีบ ผิวแห้ง ช้ำง่าย หรืออ่อนเพลียเรื้อรัง ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ใช่แค่ผลจากตัวโรคตับเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากร่างกายกำลังขาดสารอาหารจำเป็นอย่างหนักโดยไม่รู้ตัว

ทำไมคนเป็นโรคตับ ถึงมักเจอปัญหาขาดสารอาหารโดยไม่รู้ตัว?

ตับเปรียบเสมือนโรงงานแปรรูปและคลังเก็บสารอาหารหลักของร่างกาย เมื่อตับเกิดการอักเสบ มีผื่นพังผืด หรือพัฒนาไปเป็นตับแข็ง โรงงานแห่งนี้จะเริ่มทำงานติดขัด กระบวนการย่อย การดูดซึม และการจัดเก็บสารอาหารจะเสียระบบไปทั้งหมด

สาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ป่วยโรคตับเกิดภาวะขาดสารอาหาร ได้แก่:

  • การทานอาหารได้น้อยลง: อาการแน่นท้องจากน้ำในช่องท้อง (ท้องมาน) ตับโตไปกดเบียดกระเพาะอาหาร ร่วมกับความรู้สึกเบื่ออาหาร คลื่นไส้ ทำให้ทานได้น้อยลงมาก
  • การดูดซึมไขมันและวิตามินผิดปกติ: ตับที่ป่วยจะสร้างน้ำดีได้น้อยลง ส่งผลให้การย่อยไขมันและวิตามินที่ต้องใช้ไขมันในการดูดซึมลดลงตามไปด้วย
  • การเผาผลาญพลังงานเปลี่ยนไป: ร่างกายของผู้ป่วยโรคตับจะเข้าสู่ภาวะสลายพลังงานสลายนิวเทรียนต์อย่างรวดเร็ว เพียงแค่อดอาหารช่วงกลางคืน ร่างกายจะดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาใช้เผาผลาญเหมือนคนที่อดอาหารมาหลายวัน

สารอาหารอะไรบ้างที่คนเป็นโรคตับมักจะขาด และส่งผลอย่างไรกับร่างกาย?

การเข้าใจว่าร่างกายขาดสารอาหารตัวไหน จะช่วยให้เราเติมสารอาหารเหล่านั้นกลับเข้าไปได้อย่างตรงจุด โดยสารอาหารหลักๆ ที่มักพบปัญหา ได้แก่:

1. โปรตีนและภาวะกล้ามเนื้อลีบ (Sarcopenia)

โปรตีนเป็นสารอาหารที่ผู้ป่วยโรคตับขาดบ่อยที่สุด เมื่อตับไม่สามารถสะสมแป้ง (ไกลโคเจน) ไว้เป็นพลังงานสำรองได้เหมือนคนปกติ ร่างกายจะไปสลายมวลกล้ามเนื้อมาเปลี่ยนเป็นพลังงานแทน ผลที่ตามมาคือ แขนขาลีบเล็ก อ่อนแรง เดินเหินลำบาก และภูมิคุ้มกันตก

2. วิตามินที่ละลายในไขมัน (วิตามิน A, D, E, K)

เมื่อตับผลิตน้ำดีได้น้อยลง ร่างกายจะดูดซึมวิตามินกลุ่มนี้ได้ยากขึ้นอย่างมาก:

  • วิตามิน A: ทำให้เกิดภาวะตาฟาง มองไม่ชัดในที่มืด ผิวหนังแห้งกร้าน และติดเชื้อได้ง่าย
  • วิตามิน D: ทำให้มวลกระดูกลดลง เกิดภาวะกระดูกพรุน เสี่ยงต่อกระดูกหักได้ง่ายแม้ล้มไม่แรง
  • วิตามิน E: ส่งผลต่อระบบประสาท เกิดอาการชาตามปลายมือปลายเท้า และเม็ดเลือดแดงแตกง่าย
  • วิตามิน K: ร่างกายใช้สร้างปัจจัยการแข็งตัวของเลือด เมื่อขาดจะทำให้เกิดรอยเขียวช้ำง่าย เลือดออกแล้วหยุดยาก

3. วิตามินกลุ่ม B และแร่ธาตุสังกะสี (Zinc)

วิตามิน B1, B6 และโฟเลต มักจะต่ำในผู้ป่วยโรคตับ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีประวัติดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้เกิดอาการปลายประสาทอักเสบ สับสน หรือโลหิตจาง ส่วนแร่ธาตุสังกะสี (Zinc) การขาดสังกะสีจะทำให้การรับรสชาติอาหารเปลี่ยนไป ทานอาหารไม่อร่อย และยังลดความสามารถของร่างกายในการขับแอมโมเนีย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะสับสนจากโรคตับ (Hepatic Encephalopathy)

อาการแบบไหนที่บอกว่า ร่างกายกำลังขาดสารอาหารจากโรคตับ?

สังเกตตัวเองและคนใกล้ชิด หากมีอาการเหล่านี้ อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะขาดสารอาหารบางชนิดที่สัมพันธ์กับโรคตับ:

  • กล้ามเนื้อต้นแขนและต้นขาลีบเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด แต่น้ำหนักตัวอาจเท่าเดิมเพราะมีน้ำสะสมในช่องท้องหรือขาบวม
  • มองไม่ชัดเวลากลางคืน หรือตาแห้งระคายเคืองอยู่ตลอดเวลา
  • ผิวแห้ง ลอก เป็นสเก็ด หรือเกิดรอยจ้ำเลือด เขียวช้ำตามตัวได้ง่าย
  • มีอาการชา วูบวาบ ตามปลายมือปลายเท้า
  • ลิ้นชา ทานอาหารแล้วไม่รู้รสชาติ เบื่ออาหารมากกว่าเดิม
  • อ่อนเพลีย สมองตื่นตัวช้า รู้สึกหลงๆ ลืมๆ หรือนอนหลับไม่เป็นเวลา

เทคนิคการกินอาหารสำหรับผู้ป่วยโรคตับ เพื่อป้องกันและฟื้นฟูภาวะขาดสารอาหาร

การปรับโภชนาการในผู้ป่วยโรคตับไม่ได้แปลว่าต้องอด แต่เป็นการเลือกกินให้ถูกวิธีเพื่อซ่อมแซมร่างกายโดยไม่เพิ่มภาระให้ตับ:

มื้อก่อนนอน (Late-night snack) ความลับเล็กๆ ที่ช่วยเซฟกล้ามเนื้อ

นี่คือเทคนิคสำคัญที่คุณหมออยากแนะนำที่สุด การทานอาหารว่างมื้อเล็กๆ ก่อนนอน เช่น ขนมปังโฮลวีต 1-2 แผ่น นมถั่วเหลืองหวานน้อย หรือกล้วยหอมครึ่งลูก จะช่วยให้ร่างกายมีพลังงานสำรองใช้ตลอดทั้งคืน ลดการดึงโปรตีนจากกล้ามเนื้อมาเผาผลาญขณะนอนหลับ

การเลือกกินโปรตีนและอาหารให้ปลอดภัย ไม่เพิ่มภาระให้ตับ

  • ปรับมื้ออาหารเป็นมื้อย่อย: แบ่งกินวันละ 5-6 มื้อ แทนการกินมื้อใหญ่ 3 มื้อ เพื่อให้ตับค่อยๆ ย่อยและดูดซึมได้ดีขึ้น
  • เน้นโปรตีนย่อยง่าย: เลือกโปรตีนคุณภาพดี เช่น ไข่ขาว เนื้อปลา เต้าหู้ ถั่วเหลือง และเนื้อไก่ไม่ติดหนัง หากไม่มีภาวะตับวายขั้นรุนแรง ไม่ควรงดโปรตีนเพราะจะยิ่งทำให้กล้ามเนื้อลีบ
  • เน้นผักผลไม้หลากหลายสี: เพื่อเพิ่มวิตามินและเกลือแร่ตามธรรมชาติ แต่ควรเป็นผักต้มสุกเพื่อลดความเสี่ยงการติดเชื้อ

เมื่อไรที่ควรมาพบแพทย์เพื่อปรับโภชนาการ?

ข้อควรระวังที่สำคัญมากคือ ห้ามซื้อวิตามินหรืออาหารเสริมมารับประทานเองเด็ดขาด เนื่องจากวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินเอ หรือเหล็ก หากสะสมในร่างกายมากเกินไป จะกลายเป็นพิษที่ทำลายตับโดยตรง

หากพบว่าตนเองหรือคนในครอบครัวที่เป็นโรคตับ เริ่มมีอาการกล้ามเนื้อลีบ อ่อนเพลียมาก หรือกินอาหารได้น้อยลง ควรแจ้งแพทย์ผู้ดูแลเพื่อขอคำแนะนำ แพทย์อาจพิจารณาเจาะเลือดตรวจระดับวิตามินและแร่ธาตุ พร้อมทั้งส่งปรึกษานักกำหนดอาหารเพื่อวางแผนการกิน หรือจ่ายวิตามินทดแทนในขนาดที่ปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพตับของแต่ละบุคคล

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down