เวลาลูกหลานหรือคนใกล้ตัวตัวร้อนขึ้นมา ภาพจำที่เรามักจะเห็นกันจนชินตาคือการเตรียมกะละมังใส่น้ำ ผ้าขนหนูผืนเล็ก และเริ่มลงมือเช็ดตัวกันอย่างขะมักเขม้น หลายบ้านทำตามวิธีที่เคยสืบทอดกันมาโดยไม่รู้เลยว่า วิธีการบางอย่างที่เราทำกันอยู่ทุกวันนั้น แท้จริงแล้วเป็นความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับการเช็ดตัวลดไข้ที่อาจสร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยมากกว่าเดิม วันนี้ผมอยากมาเล่าให้ฟังกันแบบสบายๆ ในฐานะหมอประจำบ้าน เพื่อที่เราจะได้ดูแลคนที่เรารักได้อย่างถูกต้องและปลอดภัยจริงๆ ครับ
ทำไมเราถึงยังเข้าใจผิดกับการเช็ดตัวลดไข้แบบเดิมๆ
ตั้งแต่เด็กเราถูกสอนมาว่า เวลาตัวร้อนต้องเช็ดตัวแรงๆ เพื่อให้ความร้อนระบายออก หรือต้องใช้น้ำเย็นจัดน้ำแข็งประคบเพื่อให้ตัวเย็นลงเร็วๆ แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์ ร่างกายของเรามีระบบควบคุมอุณหภูมิที่ซับซ้อนกว่านั้น การที่เราไปฝืนธรรมชาติของร่างกายด้วยวิธีที่รุนแรง ไม่เพียงแต่ไม่ได้ช่วยให้ไข้ลดลงอย่างยั่งยืน แต่ยังกระตุ้นให้ร่างกายต่อต้านหนักขึ้นไปอีก
ความเชื่อเรื่องการใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเช็ดตัว
หลายคนคิดว่าน้ำยิ่งเย็น ยิ่งช่วยดึงความร้อนออกจากตัวได้ดี นี่คือหนึ่งในความเชื่อที่ผิดเกี่ยวกับการเช็ดตัวลดไข้ที่พบบ่อยที่สุด เมื่อเราใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเช็ดลงไปบนผิวหนัง หลอดเลือดที่ผิวหนังจะหดตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความร้อนระบายออกไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้น สมองส่วนกลางจะเข้าใจผิดว่าร่างกายกำลังหนาวจัด จึงสั่งให้ร่างกายสร้างความร้อนเพิ่มขึ้นและเกิดอาการสั่นสะท้านตามมา ซึ่งทำให้ไข้กลับพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิม น้ำที่เหมาะสมที่สุดจึงควรเป็นน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่นธรรมดา
การผสมแอลกอฮอล์หรือน้ำหอมลงในน้ำเช็ดตัว
อีกหนึ่งภูมิปัญญาโบราณที่อันตรายมากคือการเอาแอลกอฮอล์ล้างแผลหรือน้ำหอมมาผสมน้ำเช็ดตัว เพราะคิดว่าจะช่วยให้ระเหยเร็วและตัวเย็นไว ความจริงแล้ว แอลกอฮอล์ดูดซึมเข้าทางผิวหนังได้รวดเร็วมาก โดยเฉพาะในเด็กเล็กอาจทำให้เกิดพิษจากแอลกอฮอล์ (Alcohol intoxication) ซึม ชัก หรือหมดสติได้ และตัวแเองยังทำให้ผิวแห้งระคายเคืองอย่างรุนแรง การใช้น้ำเปล่าสะอาดธรรมดานี่แหละดีและปลอดภัยที่สุดแล้ว
เช็ดตัวแรงๆ ถูแรงๆ เพื่อให้ความร้อนหลุดออก
เวลาเห็นคนไข้ตัวร้อนจัด หลายคนมักจะเอาผ้าชุบน้ำแล้วถูไถตามแขนขาอย่างแรงด้วยความร้อนใจ หวังจะให้ความร้อนมันหลุดออกไปจากผิวหนัง ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอย่างยิ่ง การถูแรงๆ จะทำให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังแตก และทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บตัวและหงุดหงิดมากกว่าเดิม วิธีที่ถูกต้องคือการใช้ผ้าหมาดๆ วางทาบตามจุดชีพจรสำคัญ เช่น ซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ แล้วค่อยๆ ใช้วิธีซับเบาๆ เพื่อให้ความร้อนระเหยออก ไม่ใช่การขัดถู
ปิดประตูหน้าต่างแน่นหนาและห้ามโดนลมเด็ดขาด
ความเชื่อที่ว่าคนเป็นไข้ห้ามโดนลม ห้ามอาบน้ำ และต้องห่มผ้าหนาๆ เพื่อขับเหงื่อ ทำให้หลายบ้านปิดห้องทึบอับลมจนอากาศไม่ถ่ายเท ความจริงแล้ว การอยู่ในห้องที่อากาศถ่ายเทได้สะดวกจะช่วยให้ร่างกายระบายความร้อนได้ดีขึ้น หากห่มผ้าหนาจนเกินไปโดยที่ไข้กำลังขึ้น จะยิ่งกักAเก็บความร้อนไว้ในร่างกาย ทำให้ไข้ลงยากและอึดอัดมากขึ้น
วิธีลดไข้ที่ถูกต้องและสบายตัวที่สุด
การเช็ดตัวเป็นเพียงวิธีการเสริมในการช่วยลดอุณหภูมิร่างกายร่วมกับการทานยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัว สิ่งสำคัญคือการดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำ และสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อบางเบาที่ระบายอากาศได้ดี หากไข้ไม่สูงมากและผู้ป่วยยังกินได้นอนหลับได้ ร่างกายกำลังต่อสู้กับเชื้อโรคตามกลไกธรรมชาติ เราเพียงแค่ประคับประคองอาการให้อยู่ในความสบายก็เพียงพอแล้ว
อาการแบบไหนที่ควรพาไปพบแพทย์ทันที
แม้ว่าเราจะดูแลเช็ดตัวลดไข้เบื้องต้นที่บ้านแล้ว แต่บางครั้งอาการไข้ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์โดยด่วน หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการเหล่านี้ควรรีบพาไปโรงพยาบาลทันที ได้แก่ มีอาการซึมมากปลุกไม่ค่อยตื่น อาเจียนพุ่งตลอดเวลา หายใจหอบเหนื่อย ชักเกร็ง หรือมีผื่นขึ้นตามตัวร่วมด้วย