ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อหน้าจอกลายเป็นกำแพงกั้นระหว่างแม่กับลูก

ในยุคที่ทุกอย่างอยู่ในสมาร์ทโฟน หมอเห็นภาพนี้บ่อยจนชินตา เวลาพาลูกไปหาหมอหรือนั่งทานข้าวในร้านอาหาร คุณแม่หลายคนมักจะก้มหน้าไถหน้าจอไปพร้อมๆ กับการป้อนข้าวลูก หรือปล่อยให้ลูกนั่งเงียบๆ กับไอแพดข้างกายเพื่อความสะดวก การกระทำที่ดูเหมือนปกติธรรมดานี้ จริงๆ แล้วกำลังสร้างช่องว่างที่มองไม่เห็นขึ้นมา และส่งผลต่อ ผลทางจิตวิทยาจากการขาดปฏิสัมพันธ์โดยตรงระหว่างแม่และเด็ก อย่างที่เราคาดไม่ถึง

ทำไมสายตาที่สบกันถึงสำคัญกว่าแอปพลิเคชันเพื่อการเรียนรู้

สมองของเด็กเล็กเปรียบเสมือนฟองน้ำที่ดูดซับความรู้สึกและท่าทีจากคนรอบข้าง โดยเฉพาะคุณแม่ที่เป็นโลกทั้งใบของเขา การสื่อสารที่ดีที่สุดไม่ใช่แอนิเมชันที่ภาพสวยงามในจอ แต่คือการสบตา การสัมผัส และน้ำเสียงที่โต้ตอบกันไปมา การที่แม่มัวแต่สนใจมือถือขณะอยู่กับลูก ทำให้เด็กขาดโอกาสในการเรียนรู้ทักษะทางอารมณ์ เพราะเขาไม่ได้รับสัญญาณตอบรับที่ควรจะเป็น ทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกเพิกเฉยโดยไม่ตั้งใจ

ผลกระทบต่อพัฒนาการทางอารมณ์และจังหวะของหัวใจดวงน้อย

เมื่อเด็กพยายามเรียกร้องความสนใจด้วยการส่งเสียงเรียกหรือหยิบของเล่นมาให้ แต่แม่ยังคงจดจ่ออยู่กับการเลื่อนหน้าจอ สิ่งที่เกิดขึ้นข้างในใจเด็กคือความสับสน เขาจะเริ่มตั้งคำถามว่าตัวเองมีความสำคัญน้อยกว่าสิ่งที่อยู่ในมือแม่หรือไม่ หากเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ผลทางจิตวิทยาที่ตามมาคือ:

  • เด็กอาจมีความมั่นใจในตนเองลดลง เพราะรู้สึกว่าตนเองไม่ได้รับความสนใจอย่างเต็มที่
  • ทักษะการควบคุมอารมณ์จะพัฒนาได้ช้าลง เนื่องจากขาดต้นแบบในการจัดการความรู้สึกผ่านการพูดคุยกับแม่
  • อาจเกิดพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจที่รุนแรงขึ้น หรือในทางกลับกันคือกลายเป็นเด็กที่เก็บตัวและไม่กล้าสื่อสาร

เมื่อความสัมพันธ์แบบสายใยผูกพันถูกแทนที่ด้วยสัญญาณอินเทอร์เน็ต

หัวใจสำคัญของการสร้างความผูกพันที่ปลอดภัย (Secure Attachment) คือการที่แม่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกอย่างสม่ำเสมอและพร้อมจะรับฟัง แต่การมีมือถือมาเป็นตัวคั่นกลางเปรียบเสมือนการขัดจังหวะการสร้างสายใยนี้อยู่ตลอดเวลา ทำให้จังหวะการรับส่งความรู้สึกไม่ลื่นไหล และลดทอนความละเอียดอ่อนในการสังเกตเห็นว่าลูกกำลังสื่อสารอะไรออกมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นแววตา ท่าทาง หรือน้ำเสียงที่กำลังเปลี่ยนไป

วิธีปรับตัวเพื่อสร้างพื้นที่แห่งความใส่ใจในบ้าน

หมอไม่ได้บอกให้คุณแม่เลิกใช้มือถือถาวร เพราะเข้าใจดีว่ามือถือคือเครื่องมือที่จำเป็นในการจัดการธุระต่างๆ แต่สิ่งสำคัญคือการเลือกเวลาและลำดับความสำคัญ:

  • กำหนดช่วงเวลาปลอดมือถือ (No-Phone Zone): เช่น ช่วงเวลาทานอาหารหรือช่วงก่อนนอน ให้เป็นเวลาที่ทุกคนวางโทรศัพท์และหันมาพูดคุยกันจริงๆ
  • ฝึกสติรู้ตัว (Mindfulness): ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาทุกครั้ง ให้ลองสำรวจว่าตอนนี้ลูกกำลังทำอะไรหรือต้องการอะไรจากเราอยู่หรือไม่
  • สร้างกิจกรรมร่วมกันโดยไม่มีหน้าจอ: ไม่ต้องเป็นกิจกรรมที่ซับซ้อน เพียงแค่การเล่นต่อบล็อก หรือการอ่านนิทานสั้นๆ ก็ช่วยดึงความสนใจกลับมาที่กันและกันได้แล้ว

ความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกคือต้นทุนทางจิตใจที่สำคัญที่สุดของชีวิตคนคนหนึ่ง การถอยห่างจากหน้าจอเพียงวันละนิด เพื่อให้สายตาได้สบกันและได้ยินเสียงหัวเราะของกันและกัน คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดที่หมออยากแนะนำให้คุณแม่ทุกคนลองทำดู

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down