ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมเวลาพูดถึงรู้สึกเหมือนคอเกร็งและตึงขึ้นมาได้

หลายคนมักเดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการแปลกๆ อย่างอาการตึงบริเวณลำคอขณะพูด ซึ่งมักจะไม่ได้มาพร้อมกับอาการเจ็บคอเหมือนตอนเป็นหวัด แต่เป็นความรู้สึกเหมือนมีอะไรมาดึงรั้ง หรือกล้ามเนื้อรอบลำคอทำงานหนักผิดปกติในช่วงที่ออกเสียง อาการนี้เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและมีสาเหตุที่ซ่อนอยู่ได้หลายด้าน ตั้งแต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันไปจนถึงความเครียดสะสมที่แสดงออกมาทางร่างกาย

กลุ่มกล้ามเนื้อทำงานหนักเกินไปหรือเปล่า

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดมักเกิดจากพฤติกรรมการใช้งานกล้ามเนื้อบริเวณคอและกล่องเสียงที่ผิดสุขลักษณะ ในขณะที่เราพูด กล้ามเนื้อหลายมัดต้องทำงานประสานกัน หากเรามีพฤติกรรมบางอย่าง อาจส่งผลให้เกิดอาการตึงได้ง่าย เช่น

  • การตะเบ็งเสียงหรือพูดด้วยระดับเสียงที่สูงเกินไปเป็นเวลานาน
  • การเกร็งไหล่และคอโดยไม่รู้ตัวขณะกำลังตั้งใจพูดหรือนำเสนองาน
  • ภาวะกล้ามเนื้อคออักเสบเรื้อรังจากการก้มหน้าเล่นมือถือในท่าเดิมนานๆ

ความเครียดสะสมที่ซ่อนอยู่ในลำคอ

ร่างกายคนเรามีความเชื่อมโยงกันอย่างน่าประหลาด หลายครั้งที่ความเครียดหรือความกังวลไม่ได้แสดงออกมาแค่ทางจิตใจ แต่ส่งผลให้ร่างกายเกิดการเกร็งตัวโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะบริเวณกล้ามเนื้อบ่า คอ และกราม เวลาที่เราพูดภายใต้สภาวะกดดันหรือตื่นเต้น ร่างกายจะตอบสนองด้วยการหดเกร็งกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ ทำให้รู้สึกตึงรั้งเหมือนมีก้อนอะไรติดอยู่ในลำคอ

กรดไหลย้อนภัยเงียบที่ทำให้คอตึง

อีกหนึ่งสาเหตุที่คนไข้มักมองข้ามคือภาวะกรดไหลย้อนขึ้นมาถึงลำคอ แม้จะไม่มีอาการแสบร้อนกลางอกที่ชัดเจน แต่กรดที่ย้อนขึ้นมาสามารถสร้างความระคายเคืองให้กับเนื้อเยื่อบริเวณกล่องเสียง ทำให้เกิดอาการบวมหรืออักเสบเรื้อรัง ซึ่งส่งผลให้รู้สึกตึง คอแห้ง หรือเหมือนมีเสมหะเหนียวๆ ติดอยู่ขณะพูดได้

ปรับพฤติกรรมอย่างไรให้คอผ่อนคลาย

หากอาการตึงบริเวณลำคอขณะพูดไม่ได้เกิดจากโรคที่รุนแรง เราสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้

  • หมั่นยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอและบ่าอย่างสม่ำเสมอระหว่างวัน เพื่อลดการสะสมของความตึงเครียด
  • ฝึกการหายใจให้ลึกถึงกะบังลมแทนการหายใจสั้นๆ ตื้นๆ ซึ่งช่วยลดการเกร็งของกล้ามเนื้อคอได้
  • จิบน้ำสะอาดบ่อยๆ เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่กล่องเสียงและลดการระคายเคือง
  • ลดพฤติกรรมการก้มคอหรือการนั่งทำงานในท่าทางที่ไม่เหมาะสม

เมื่อไหร่ที่ควรมาปรึกษาหมอ

แม้ส่วนใหญ่อาการตึงคอจะไม่ได้เป็นอันตรายร้ายแรง แต่หากมีสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ ไม่ควรนิ่งนอนใจและควรเข้ามาตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

  • เสียงแหบพร่าผิดปกติเป็นเวลานานเกินสองสัปดาห์
  • คลำเจอก้อนผิดปกติบริเวณลำคอ
  • มีอาการเจ็บขณะกลืนอาหารหรือกลืนน้ำลาย
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาการตึงคอรุนแรงจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันหรือการหายใจ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down