เวลาที่คุณแม่เดินเข้ามาฝากครรภ์ที่คลินิก สิ่งหนึ่งที่คุณหมอต้องทำการตรวจคัดกรองเสมอคือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ หลายคนอาจรู้สึกตกใจและคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัว แต่ในความเป็นจริงแล้ว โรคหนองในสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และหากเกิดขึ้นในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ เรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที เพราะไม่ได้ส่งผลกระทบแค่กับตัวคุณแม่เองเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อชีวิตของลูกน้อยในครรภ์ด้วย
ในฐานะหมอคนหนึ่งที่ดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์มาหลายเคส หมออยากชวนมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ผลกระทบของการติดเชื้อหนองในต่อ สตรีมีครรภ์และการแท้งบุตร เพื่อที่จะได้รู้เท่าทัน สังเกตอาการตัวเองได้เร็ว และเข้าสู่กระบวนการรักษาอย่างถูกต้องปลอดภัยทันทีก่อนที่จะเกิดความสูญเสีย
เมื่อเชื้อหนองในจู่โจมร่างกายของคุณแม่ตั้งครรภ์ จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
โรคหนองในเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Neisseria gonorrhoeae ซึ่งติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับเชื้อนี้เข้ามา เชื้อจะเข้าไปเจริญเติบโตในบริเวณช่องคลอดและปากมดลูก หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา เชื้อจะสามารถลุกลามขึ้นไปยังอุ้งเชิงกรานและโพรงมดลูกได้
การติดเชื้อนี้ทำให้เกิดการอักเสบอย่างรุนแรงในเนื้อเยื่อช่องคลอดและปากมดลูก ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันบริเวณนั้นอ่อนแอลง ทำให้คุณแม่มีโอกาสติดเชื้อไวรัสอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น และที่น่ากลัวที่สุดคือ เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้สามารถชอนไชผ่านถุงน้ำคร่ำเข้าไปทำลายสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยของทารกในครรภ์ได้โดยตรง
ความเสี่ยงแท้งและคลอดก่อนกำหนด: เรื่องจริงที่ไม่มีใครอยากให้เกิด
การติดเชื้อหนองในในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ เพิ่มความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเชื้อแบคทีเรียจะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารอักเสบออกมา สารอักเสบเหล่านี้จะไปรบกวนการฝังตัวของตัวอ่อนในผนังมดลูก และอาจทำให้ตัวอ่อนหยุดการเจริญเติบโตจนนำไปสู่การแท้งบุตรในที่สุด
หากการตั้งครรภ์สามารถดำเนินต่อไปได้จนถึงไตรมาสที่สองหรือสาม เชื้อหนองในที่ยังไม่ได้รับการรักษาก็ยังคงสร้างปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยเชื้อจะเข้าไปทำให้อ่อนแอลงของถุงน้ำคร่ำ ส่งผลให้เกิดภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้คุณแม่ต้องคลอดก่อนกำหนด ทารกที่คลอดก่อนกำหนดมักจะมีปัญหาสุขภาพร้ายแรงเนื่องจากปอดและอวัยวะต่างๆ ยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่
อันตรายที่ส่งต่อไปถึงลูกในท้องและทารกแรกเกิด
หากคุณแม่ตั้งครรภ์ติดเชื้อหนองในไปจนถึงวันคลอด ทารกในครรภ์จะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะได้รับเชื้อในระหว่างการคลอดธรรมชาติ เมื่อเด็กต้องเคลื่อนตัวผ่านช่องคลอดที่มีเชื้อสะสมอยู่ เชื้อแบคทีเรียจะเข้าสู่ร่างกายของทารกผ่านทางตา จมูก และปาก
ผลกระทบที่พบบ่อยและรุนแรงที่สุดในทารกแรกเกิดคือ โรคตาอักเสบจากเชื้อหนองใน ซึ่งอาจทำให้ตาบวมแดง มีหนองไหลออกมารุนแรง และหากรักษาไม่ทันท่วงที เชื้อจะทำลายกระจกตาจนทำให้ทารกตาบอดถาวรได้ นอกจากนี้ เชื้อยังอาจแพร่กระจายเข้าสู่กระแสเลือดของทารก ก่อให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด ข้ออักเสบ หรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต
สังเกตสัญญาณเตือนแบบไหนที่ต้องรีบมาพบหมอทันที
ความน่ากลัวของโรคหนองในในผู้หญิงคือ ผู้ติดเชื้อมากกว่าครึ่งมักไม่มีอาการแสดงใดๆ เลย ทำให้คุณแม่หลายคนไม่รู้ตัวว่ากำลังติดเชื้อ แต่สำหรับคุณแม่บางรายอาจมีสัญญาณเตือนเหล่านี้เกิดขึ้น ซึ่งควรรีบมาพบหมอเพื่อตรวจเช็กโดยละเอียด:
- มีตกขาวผิดปกติ สีเหลืองเข้มหรือเขียวปนเทา และมักมีกลิ่นเหม็นคาว
- มีอาการแสบร้อนหรือเจ็บปวดเวลาปัสสาวะ
- มีเลือดออกทางช่องคลอดกะปริดกะปรอย โดยเฉพาะหลังมีเพศสัมพันธ์
- รู้สึกปวดหน่วงๆ ที่ท้องน้อยหรือบริเวณอุ้งเชิงกราน
ตรวจเจอเร็ว รักษาหายได้: วิธีปกป้องตัวคุณแม่และลูกน้อยให้ปลอดภัย
หมออยากให้คุณแม่สบายใจได้ในระดับหนึ่งว่า โรคหนองในสามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แม้ในขณะที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ก็ตาม โดยหมอจะเลือกใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่มที่ปลอดภัยต่อทารกในครรภ์และไม่มีผลกระทบต่อพัฒนาการของลูกน้อย
สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณแม่ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจคือ ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะมากินเองเด็ดขาด เนื่องจากยาบางตัวในท้องตลาดมีอันตรายร้ายแรงต่อทารกในครรภ์ และการใช้ยาไม่ถูกขนาดอาจทำให้เชื้อดื้อยาจนรักษายากขึ้น นอกจากนี้ คุณพ่อหรือคู่สมรสก็จำเป็นต้องได้รับการตรวจและรักษาควบคู่กันไปด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการติดเชื้อซ้ำกลับมาสู่คุณแม่และลูกน้อยอีกครั้งในอนาคต