ตรวจสุขภาพร่างกายก็แข็งแรงดี ประจำเดือนก็มาตรงทุกเดือน แต่ทำไมปล่อยธรรมชาติมาเป็นปีๆ เจ้าตัวเล็กก็ยังไม่ยอมมาเกิดสักที คำถามนี้หมอเชื่อว่าเป็นสิ่งที่คู่สามีภรรยาหลายคู่กำลังเผชิญและรู้สึกท้อแท้ใจอยู่ไม่น้อย หลายคนพยายามบำรุงร่างกายทุกวิถีทาง กินอาหารเพื่อสุขภาพ นับวันไข่ตกอย่างแม่นยำ แต่ผลลัพธ์ก็ยังเหมือนเดิม
ในฐานะหมอที่ดูแลคนไข้ที่มีบุตรยากมานาน หมออยากจะบอกว่า บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความแข็งแรงของอสุจิหรือคุณภาพของไข่เสมอไป แต่อาจเกิดจากเส้นทางเดินที่ไข่และอสุจิจะมาเจอกันนั้นถูกปิดกั้น ซึ่งตัวการเงียบที่พบได้บ่อยมากแต่กลับตรวจไม่พบจากการอัลตราซาวด์ทั่วไปก็คือ การเกิดพังผืดในท่อนำไข่และท่อนนำไข่อุดตัน นั่นเอง
ทำไมปล่อยท้องตั้งนานแต่ลูกไม่มาสักที? รู้จักตัวการเงียบที่ชื่อว่าพังผืดท่อนำไข่
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน หมออยากให้ลองจินตนาการว่าท่อนำไข่ของคนเราเปรียบเสมือนสะพานเชื่อมทางรักที่สำคัญมาก ท่อนำไข่มีลักษณะเป็นท่อเล็กๆ ยืดหยุ่นได้เชื่อมต่อระหว่างมดลูกกับรังไข่ทั้งสองข้าง ปลายข้างหนึ่งของท่อนำไข่จะมีลักษณะคล้ายปากแตรคอยโบกพัดเพื่อดักจับไข่ที่ตกมาจากรังไข่ จากนั้นอสุจิจะว่ายน้ำขึ้นมาพบและปฏิสนธิกับไข่ที่บริเวณท่อนำไข่นี้ ก่อนที่ตัวอ่อนจะเดินทางกลับไปฝังตัวที่โพรงมดลูก
แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เกิดพังผืดขึ้น พังผืดเหล่านั้นจะทำหน้าที่เหมือนกาวเหนียวๆ หรือใยแมงมุมที่เข้าไปรัด ไปดึงรั้ง หรืออุดตันทางเดินภายในท่อนำไข่ ทำให้สะพานเชื่อมนี้ชำรุดเสียหาย ส่งผลให้อสุจิไม่สามารถเดินทางไปเจอกับไข่ได้ หรือต่อให้ปฏิสนธิได้ ตัวอ่อนก็ไม่สามารถเดินทางกลับมาฝังตัวที่มดลูกได้ นำไปสู่ภาวะมีบุตรยาก หรือในบางรายอาจร้ายแรงถึงขั้นเกิดการตั้งครรภ์นอกมดลูกที่เป็นอันตรายถึงชีวิต
พังผืดเกิดขึ้นได้อย่างไร? ไขข้อข้องใจเรื่องแผลเป็นภายในที่ไม่มีใครมองเห็น
หลายคนมักถามหมอว่า อยู่ดีๆ พังผืดเหล่านี้มาจากไหน ทั้งที่ชีวิตนี้ไม่เคยอุบัติเหตุรุนแรงอะไรเลย หมอขออธิบายว่าพังผืดในช่องท้องและอุ้งเชิงกรานนั้น แท้จริงแล้วก็คือ แผลเป็น ชนิดหนึ่งที่ร่างกายสร้างขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมตัวเองหลังจากเกิดการบาดเจ็บหรือการอักเสบ โดยสาเหตุหลักของการเกิดพังผืดในท่อนำไข่และท่อนนำไข่อุดตัน มักมาจากปัจจัยเหล่านี้
- การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน: นี่คือสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เชื้อหนองในเทียม หรือเชื้อแบคทีเรียอื่นๆ สามารถลุกลามขึ้นไปทำให้ท่อนำไข่อักเสบ แม้ว่าบางครั้งการติดเชื้อจะหายดีแล้ว แต่ร่องรอยการอักเสบจะทิ้งรอยแผลเป็นและพังผืดหนาแน่นเอาไว้
- โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่: หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อช็อกโกแลตซีสต์ โรคนี้ทำให้มีเลือดประจำเดือนไหลย้อนกลับเข้าไปในช่องท้อง เกิดการอักเสบเรื้อรังทุกๆ เดือน จนกลายเป็นพังผืดดึงรั้งท่อนำไข่ให้บิดเบี้ยวหรืออุดตัน
- ประวัติการผ่าตัดในช่องท้องหรืออุ้งเชิงกราน: การผ่าตัดซีสต์ ผ่าตัดเนื้องอกมดลูก หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบที่เคยแตกชำรุดในอดีต ก็สามารถกระตุ้นให้ร่างกายสร้างพังผืดขึ้นมาเกาะยึดท่อนำไข่ได้เช่นกัน
อาการแบบไหนที่กำลังส่งสัญญาณเตือนว่าท่อนำไข่ของคุณอาจอุดตัน
ความน่ากลัวของการเกิดพังผืดในท่อนำไข่และท่อนนำไข่อุดตัน คือคนไข้ส่วนใหญ่แทบไม่มีอาการผิดปกติอะไรแสดงออกมาเลย ร่างกายภายนอกดูแข็งแรง ประจำเดือนมาสม่ำเสมอ จนกระทั่งแต่งงานและวางแผนมีลูกแล้วไม่สำเร็จถึงได้มาตรวจพบ อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณเตือนบางอย่างที่หมออยากให้ลองสังเกตตัวเองดูสักนิด
คนไข้บางรายอาจมีอาการปวดท้องน้อยเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลาที่มีประจำเดือนจะปวดมากผิดปกติ หรือมีอาการปวดเสียวลึกๆ ขณะมีเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ หากเคยมีประวัติปวดตกขาวรุนแรง มีไข้หนาวสั่น หรือเคยติดเชื้อในอุ้งเชิงกรานมาก่อน อาการเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณเตือนชั้นดีว่าท่อนำไข่ของคุณอาจจะได้รับความเสียหายไปแล้ว
ตรวจอย่างไรให้รู้ชัด? วิธีการเช็กท่อนำไข่ที่คนอยากมีลูกต้องรู้
เนื่องจากการตรวจอัลตราซาวด์หน้าท้องหรือทางช่องคลอดทั่วไปไม่สามารถมองเห็นพังผืดภายนอกหรือรอยตีบตันภายในท่อนำไข่ได้อย่างชัดเจน หากคู่สมรสปล่อยมีลูกตามธรรมชาติเกิน 1 ปี (หรือ 6 เดือนในกรณีที่ฝ่ายหญิงอายุมากกว่า 35 ปี) หมอมักแนะนำให้ตรวจเช็กท่อนำไข่ด้วยวิธีเฉพาะทาง ดังนี้
1. การฉีดสีดูท่อนำไข่ (Hysterosalpingography - HSG)
วิธีนี้เป็นวิธีมาตรฐานที่นิยมใช้กันแพร่หลาย หมอจะทำการฉีดสารทึบรังสีชนิดพิเศษผ่านปากมดลูกเข้าไปในโพรงมดลูก จากนั้นจะทำการเอ็กซเรย์เพื่อดูการไหลของสารทึบรังสี หากท่อนำไข่ปกติ สีจะไหลผ่านท่อนำไข่ออกสู่ช่องท้องได้อย่างสะดวก แต่หากท่อนำไข่อุดตัน สีจะหยุดชะงักและไม่สามารถไหลผ่านไปได้
2. การผ่าตัดส่องกล้องตรวจช่องท้อง (Laparoscopy)
วิธีนี้เปรียบเสมือนมาตรฐานสูงสุดในการวินิจฉัย หมอจะทำการเจาะรูเล็กๆ บริเวณสะดือเพื่อสอดกล้องขนาดจิ๋วเข้าไปดูโครงสร้างในช่องท้องและอุ้งเชิงกรานโดยตรง ทำให้เห็นได้ชัดเจนเลยว่ามีพังผืดเกาะยึดที่ท่อนำไข่หรือไม่ และหากพบพังผืด หมอก็สามารถทำการผ่าตัดเลาะพังผืดออกเพื่อรักษาไปพร้อมกันได้เลยในคราวเดียว
ทางออกสำหรับคนอยากมีลูก: เมื่อท่อนำไข่ตันแล้วจะรักษาและตั้งครรภ์ได้อย่างไร
หากตรวจพบว่าท่อนำไข่อุดตันหรือมีพังผืดเกาะยึด หมออยากให้ทำใจให้สบายและอย่าเพิ่งหมดหวัง เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันก้าวหน้าไปมาก และมีวิธีที่จะช่วยให้คุณมีโซ่ทองคล้องใจได้สำเร็จ โดยแนวทางการรักษามักแบ่งออกเป็น 2 แนวทางหลัก
แนวทางแรกคือ การผ่าตัดผ่านกล้องเพื่อเลาะพังผืดและซ่อมแซมท่อนำไข่ วิธีนี้เหมาะสำหรับคนไข้ที่พังผืดเกาะอยู่ภายนอกและตัวท่อนำไข่ยังไม่ได้เสียหายรุนแรง หลังจากเลาะพังผืดออกแล้ว ท่อนำไข่จะกลับมาทำงานได้ตามปกติและสามารถปล่อยตั้งครรภ์ธรรมชาติได้
แนวทางที่สองคือ การทำเด็กหลอดแก้ว (IVF / ICSI) ในกรณีที่ท่อนำไข่อุดตันทั้งสองข้างอย่างรุนแรงจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ การทำเด็กหลอดแก้วคือคำตอบที่ดีที่สุดและมีอัตราความสำเร็จสูงมาก เพราะกระบวนการนี้จะทำการเก็บไข่จากรังไข่ฝ่ายหญิงออกผสมกับอสุจิฝ่ายชายภายนอกร่างกายจนปฏิสนธิเป็นตัวอ่อน แล้วจึงย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไปฝังตัวในโพรงมดลูกโดยตรง ซึ่งเป็นการข้ามขั้นตอนการทำงานของท่อนำไข่ไปเลยอย่างสิ้นเชิง
สุดท้ายนี้ หมออยากฝากไว้ว่าเรื่องการเกิดพังผืดในท่อนำไข่และท่อนนำไข่อุดตันไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวจนแก้ไขไม่ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการรู้เท่าทันและเข้ารับการตรวจวินิจฉัยอย่างทันท่วงที หากคุณและคู่รักพยายามมาสักระยะแล้วยังไม่สำเร็จ หมอแนะนำให้จูงมือกันเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง เพราะทุกปัญหามีทางออก และความฝันที่จะมีเจ้าตัวเล็กอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน