ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คนส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับการตรวจสายตา การวัดความดันโลหิต หรือการเจาะเลือดตรวจสุขภาพประจำปี แต่กลับมองข้ามการตรวจสุขภาพช่องหูไปอย่างน่าเสียดาย หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาหาหมอด้วยอาการหูตึงขั้นรุนแรง โดยมักจะบอกเล่าเรื่องราวคล้ายๆ กันว่า นึกว่าคนรอบข้างพูดเสียงเบาลงเอง หรือคิดว่าเป็นเรื่องปกติของคนมีอายุ กว่าจะรู้ตัวว่าสูญเสียการได้ยินไปอย่างถาวร ก็ทำให้การรักษาหรือฟื้นฟูทำได้ยากขึ้นมาก การตรวจเช็กสุขภาพหูจึงไม่ใช่เรื่องที่ควรรอให้เกิดปัญหาขึ้นก่อน

ทำไมเราถึงควรรีบตรวจการได้ยินโดยไม่ต้องรอให้หูตึง?

การคัดกรองความผิดปกติของการได้ยิน ไม่ใช่เพียงแค่การเช็กว่าเราได้ยินเสียงดังหรือเบา แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินการทำงานของสมองและระบบประสาท เนื่องจากหูและสมองทำงานเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด เมื่อการได้ยินเริ่มลดลง สมองส่วนที่ทำหน้าที่ประมวลผลเสียงจะเริ่มทำงานน้อยลงตามไปด้วย ส่งผลให้เกิดภาวะสมองเสื่อมถอยได้ง่ายขึ้นในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ การสูญเสียการได้ยินที่ปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รับการรักษายังส่งผลกระทบโดยตรงต่ออารมณ์ ทำให้เกิดความเครียด วิตกกังวล แยกตัวจากสังคม และอาจนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้ในที่สุด

สัญญาณเตือนในชีวิตประจำวันที่บอกว่าถึงเวลาต้องตรวจเช็กสุขภาพหู

บางครั้งอาการหูตึงไม่ได้เกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน แต่มันค่อยๆ คืบคลานเข้ามาในชีวิตประจำวันจนเราไม่ทันสังเกต ลองสังเกตตัวเองและคนใกล้ชิดว่ามีพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นบ้างหรือไม่

  • รู้สึกเหมือนคู่สนทนากำลังพึมพำในลำคอ หรือพูดไม่ชัดเจน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดังจอแจ
  • ต้องเปิดเสียงโทรทัศน์หรือวิทยุดังกว่าคนอื่นๆ ในบ้านจนโดนทักบ่อยครั้ง
  • เริ่มหลีกเลี่ยงการออกไปพบปะผู้คน หรือร่วมวงสนทนาเพราะฟังคนอื่นพูดไม่ทัน
  • มีเสียงวิ้งๆ หรือเสียงหึ่งๆ คล้ายเสียงจิ้งหรีดดังอยู่ในหูเป็นประจำ

หากพบอาการเหล่านี้เพียงข้อเดียว การเข้ารับตรวจเช็กระดับการได้ยินจากแพทย์เฉพาะทางคือทางออกที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้ประสาทหูเสื่อมลงไปมากกว่าเดิม

ปกป้องพัฒนาการของลูกน้อยด้วยการคัดกรองตั้งแต่แรกเกิด

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ สิ่งที่หมอมักจะเน้นย้ำเสมอคือการตรวจการได้ยินในทารกแรกเกิด เนื่องจากทารกไม่สามารถบอกเราได้ว่าพวกเขาได้ยินเสียงชัดเจนดีหรือไม่ เด็กที่สูญเสียการได้ยินแต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือตั้งแต่เนิ่นๆ จะมีปัญหาเรื่องพัฒนาการทางภาษาและการพูดอย่างรุนแรง เนื่องจากสมองไม่ได้รับสัญญาณเสียงไปกระตุ้นเพื่อหัดออกเสียงและเรียนรู้ความหมายของคำ

วิธีตรวจการได้ยินในทารกที่ปลอดภัยและไม่ทำให้ลูกเจ็บ

การตรวจในทารกแรกเกิดนั้นทำได้ง่ายมากและไร้ความเจ็บปวด มักทำในช่วงที่ลูกกำลังนอนหลับสนิทหลังคลอดใหม่ๆ โดยใช้เครื่องมือหลักสองประเภท

  • การตรวจสารคัดหลั่งของหูชั้นใน (OAEs): เป็นการใส่หูฟังขนาดเล็กจิ๋วเข้าไปในหูของทารกเพื่อส่งเสียงเบาๆ เข้าไป จากนั้นเครื่องจะวัดเสียงสะท้อนกลับมาจากเซลล์ขนในหูชั้นใน ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีก็ทราบผล
  • การตรวจคลื่นไฟฟ้าสมองระดับก้านสมอง (AABR): เป็นการติดแผ่นวัดขนาดเล็กที่ศีรษะของลูกเพื่อวัดการตอบสนองของระบบประสาทและสมองต่อสัญญาณเสียงที่ส่งเข้าไป วิธีนี้ช่วยยืนยันการทำงานของระบบประสาทหูได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

เมื่อไปพบหมอ...เราต้องเจอกับการตรวจแบบไหนบ้าง?

หลายคนกังวลว่าการตรวจหูจะเจ็บหรือยุ่งยาก แต่ในความเป็นจริงแล้วขั้นตอนการตรวจนั้นเรียบง่ายและผ่อนคลายมาก เริ่มต้นแพทย์จะใช้กล้องส่องตรวจช่องหูเบื้องต้นเพื่อดูว่ามีสิ่งอุดตัน เช่น ขี้หู แก้วหูอักเสบ หรือมีน้ำขังในหูชั้นกลางหรือไม่ หลังจากนั้นจะเป็นการทดสอบสมรรถภาพการได้ยินในห้องเงียบ

ทำความรู้จักกับการตรวจวัดการได้ยินด้วยเสียงบริสุทธิ์ (Pure Tone Audiometry)

นี่คือการตรวจมาตรฐานสำหรับผู้ใหญ่และเด็กโต โดยคนไข้จะได้เข้าไปนั่งในห้องเก็บเสียงที่เงียบสนิท สวมหูฟังคุณภาพสูง จากนั้นนักแก้ไขการได้ยินจะปล่อยเสียงความถี่ระดับต่างๆ เข้ามาทีละข้าง หน้าที่ของคนไข้คือการกดปุ่มสัญญาณทันทีที่ได้ยินเสียง แม้ว่าเสียงนั้นจะเบาบางมากก็ตาม ผลการตรวจจะถูกบันทึกเป็นกราฟเส้นที่แสดงระดับความสามารถในการได้ยิน ทำให้แพทย์ใช้วิเคราะห์เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด

การเตรียมตัวง่ายๆ ก่อนเข้ารับการตรวจ เพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด

ก่อนเข้ารับการตรวจคัดกรองความผิดปกติของการได้ยิน ไม่จำเป็นต้องเตรียมตัวอะไรซับซ้อน เพียงแค่หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดังมาก่อนตรวจอย่างน้อย 16 ชั่วโมง เช่น การไปคอนเสิร์ต โรงงานอุตสาหกรรม หรือการใช้หูฟังเสียงดังเป็นเวลานาน เพื่อป้องกันภาวะหูล้าชั่วคราวที่อาจทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อน และหากมีอาการหวัด คัดจมูก หรือหูอื้อจากหวัด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนตรวจเสมอ เนื่องจากแรงดันในช่องหูอาจส่งผลต่อความยืดหยุ่นของแก้วหูได้

วิธีดูแลเมื่อผลตรวจบอกว่าการได้ยินเริ่มลดลง

การตรวจพบความผิดปกติของการได้ยินไม่ได้หมายความว่าโลกจะเงียบดับลงไปตลอดกาล หากสาเหตุเกิดจากขี้หูอุดตันหรือน้ำขังในหูชั้นกลาง การรักษาด้วยยาหรือการทำหัตถการง่ายๆ ก็สามารถทำให้การได้ยินกลับมาเป็นปกติได้ทันที แต่หากเป็นการเสื่อมสภาพของเซลล์ประสาทหูตามวัย การเลือกใช้เครื่องช่วยฟังขนาดเล็กที่ออกแบบมาเฉพาะบุคคลจะช่วยดึงเสียงที่ขาดหายไปกลับมา ทำให้สามารถกลับมาสื่อสารกับคนในครอบครัวและใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยอีกครั้ง

อย่ารอให้ความเงียบเข้ามาพรากความสุขและเสียงหัวเราะไปจากชีวิต การสละเวลาตรวจคัดกรองการได้ยินปีละครั้ง คือจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพสมองและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างให้ยืนยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down