เคยไหมที่ต้องคอยถามคนข้างๆ ว่าเมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ หรือเริ่มรู้สึกว่าเสียงพัดลม เสียงแอร์รอบตัวมันเบาลงไปทุกที หลายคนมักคิดว่าเรื่องหูตึงหรือการได้ยินลดลงเป็นเรื่องของคนแก่เท่านั้น แต่ในความจริง ปัญหาเรื่องการได้ยินเกิดขึ้นได้กับทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็กทารกแรกเกิดไปจนถึงวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับมลภาวะทางเสียงในชีวิตประจำวัน
การสูญเสียการได้ยินมักจะค่อยๆ คืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบจนเราแทบไม่รู้ตัว การเข้ารับการคัดกรองความผิดปกติของการได้ยินจึงเป็นเหมือนกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้เราค้นพบปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่มันจะกระทบต่อการใช้ชีวิต ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง หรือแม้แต่พัฒนาการทางภาษาในเด็กเล็ก
เช็กด่วน! ใครบ้างที่ควรเข้ารับการคัดกรองความผิดปกติของการได้ยิน
หมออยากให้ลองสังเกตตัวเองและคนใกล้ชิด เพราะบางครั้งอาการผิดปกติอาจไม่ได้แสดงออกมาแบบเฉียบพลันทันที กลุ่มคนที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองเป็นพิเศษมีดังนี้
กลุ่มเด็กแรกเกิด: จุดเริ่มต้นของพัฒนาการที่ห้ามมองข้าม
เด็กแรกเกิดทุกคนควรได้รับการตรวจคัดกรองตั้งแต่แรกคลอด เพราะการได้ยินเป็นรากฐานสำคัญของการพูดและการสื่อสาร หากเด็กมีความผิดปกติของการได้ยินและไม่ได้รับการแก้ไขภายในช่วงขวบปีแรก อาจส่งผลให้เด็กพูดช้า หรือมีพัฒนาการทางสมองล่าช้ากว่าวัยอย่างน่าเสียดาย
กลุ่มวัยทำงานและผู้ที่ชอบใส่หูฟัง
คนที่ต้องทำงานในโรงงาน สถานที่ก่อสร้าง หรือแม้แต่คนที่ชอบใส่หูฟังเพื่อฟังเพลงหรือเล่นเกมเป็นเวลานาน กลุ่มนี้มีความเสี่ยงสูงมากที่เซลล์ประสาทหูจะเสื่อมก่อนวัยอันควร หากเริ่มมีอาการหูอื้อบ่อยๆ หรือได้ยินเสียงวิ้งๆ ในหู ควรรีบมาตรวจทันที
กลุ่มผู้สูงอายุ: เมื่อการคุยกับลูกหลานเริ่มมีอุปสรรค
เมื่ออายุมากขึ้น อวัยวะทุกส่วนย่อมเสื่อมถอยลงตามกาลเวลา รวมถึงหูชั้นในด้วย หลายครั้งที่ผู้สูงอายุเริ่มปลีกตัวออกจากสังคม ไม่อยากคุยกับใคร เพียงเพราะฟังคนอื่นพูดไม่ชัด การตรวจคัดกรองจะช่วยให้เราหาวิธีช่วยเหลือเพื่อให้ท่านกลับมามีความสุขกับการสื่อสารได้อีกครั้ง
ชวนรู้จักวิธีตรวจหู: หมอใช้เครื่องมืออะไรตรวจบ้าง?
การตรวจคัดกรองหูไม่ได้น่ากลัวหรือทำให้เจ็บตัวอย่างที่หลายคนกังวล เครื่องมือแพทย์ในปัจจุบันมีความทันสมัย รวดเร็ว และแม่นยำสูงมาก โดยหลักๆ จะแบ่งออกเป็นวิธีง่ายๆ ดังนี้
- การตรวจวัดการสะท้อนกลับของคลื่นเสียงในหูชั้นใน (OAE): วิธีนี้หมอจะใช้บ่อยมากในเด็กแรกเกิด โดยการใส่หัวตรวจขนาดเล็กเข้าไปในรูหู เครื่องจะส่งเสียงเบาๆ เข้าไป แล้ววัดเสียงสะท้อนกลับจากเซลล์ขนในหูชั้นใน ใช้เวลาสั้นมาก ไม่ทำให้เด็กเจ็บหรือตื่น
- การตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมองระดับก้านสมอง (AABR): เป็นการติดแผ่นขั้วแม่เหล็กเล็กๆ ที่ศีรษะเพื่อวัดการตอบสนองของเส้นประสาทหูและสมองต่อเสียงที่กระตุ้น มักใช้ร่วมกับการตรวจ OAE เพื่อความแม่นยำที่มากขึ้น
- การตรวจวัดระดับการได้ยินด้วยเสียงบริสุทธิ์ (Audiometry): สำหรับผู้ใหญ่และเด็กโตที่สามารถสื่อสารได้แล้ว โดยผู้รับการตรวจจะเข้าไปอยู่ในห้องเงียบ สวมหูฟัง และกดปุ่มเมื่อได้ยินสัญญาณเสียงในระดับความถี่ต่างๆ เพื่อหาจุดที่เบาที่สุดที่ยังสามารถได้ยินได้
ตรวจพบเร็ว แก้ไขได้ไว: ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อหูกลับมาได้ยินชัดเจน
หลายคนกังวลว่าถ้าตรวจเจอว่ามีความผิดปกติแล้วจะทำอย่างไรต่อ หมออยากบอกว่าเทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันไปไกลมาก การค้นพบความผิดปกติของการได้ยินตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้เราวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยารักษา การผ่าตัด หรือการใช้เครื่องช่วยฟังที่มีขนาดเล็กและแนบเนียนจนแทบมองไม่เห็น
สำหรับเด็กเล็ก การช่วยเหลือที่รวดเร็วจะช่วยให้พวกเขามีพัฒนาการทางภาษาและสติปัญญาที่สมบูรณ์สมวัย สามารถเรียนหนังสือและเติบโตขึ้นได้อย่างไร้อุปสรรค ส่วนในผู้ใหญ่ การดูแลรักษาเรื่องการได้ยินจะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม โรคซึมเศร้าจากการแยกตัวจากสังคม และทำให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและมั่นใจอีกครั้ง
อย่ารอจนกว่าโลกทั้งใบจะเงียบสนิท หากเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย หรือมีคนรอบข้างทักเรื่องการฟัง การสละเวลามาเข้ารับการคัดกรองความผิดปกติของการได้ยินจะช่วยรักษาเสียงแห่งความสุขในชีวิตให้อยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน