ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เคยรู้สึกไหมว่าบางวันพอนั่งทำงานไปเรื่อยๆ หรือเจอเรื่องให้คิดไม่ตกตลอดทั้งสัปดาห์ จู่ๆ ก็เริ่มมีอาการปวดตึงบริเวณท้ายทอย ลามขึ้นมาขมับทั้งสองข้าง และรู้สึกเหมือนมีสายรัดแน่นๆ บีบอยู่รอบศีรษะ อาการปวดแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคไม่ดี แต่เป็นสัญญาณเตือนชัดเจนของ โรคปวดศีรษะจากความเครียดสะสม (Tension-Type Headache) ซึ่งเป็นปัญหาทางกายที่พบบ่อยที่สุดในกลุ่มคนวัยทำงานและผู้ที่มีเรื่องกังวลใจอยู่ตลอดเวลา

อาการปวดหัวตื้อๆ รอบศีรษะ สัญญาณบอกโรคปวดศีรษะจากความเครียดสะสม

อาการเด่นชัดของโรคปวดศีรษะจากความเครียดสะสมจะแตกต่างจากอาการปวดหัวไมเกรนค่อนข้างชัดเจน โดยส่วนใหญ่จะมีลักษณะดังต่อไปนี้

  • ปวดตื้อๆ หรือแน่นตึง: ให้ความรู้สึกเหมือนถูกบีบรัดรอบหน้าผาก ขมับ หรือท้ายทอย มากกว่าอาการปวดตุบๆ ตามจังหวะชีพจร
  • ปวดพร้อมกันทั้งสองข้าง: มักมีอาการกระจายทั่วศีรษะเท่าๆ กัน ทั้งฝั่งซ้ายและขวา
  • มีอาการตึงเกร็งที่คอบ่าไหล่ร่วมด้วย: มักรู้สึกว่ากล้ามเนื้อสะบัก ต้นคอ และท้ายทอยแข็งเกร็ง กดแล้วรู้สึกเจ็บระบม
  • ไม่มีอาการคลื่นไส้รุนแรง: มักไม่มีอาการตาพร่าเห็นแสงวูบวาบ (Aura) หรือคลื่นไส้อาเจียนหนักเหมือนไมเกรน และการเดินหรือขยับตัวทั่วไปมักไม่ได้ทำให้อาการปวดยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอย่างเฉียบพลัน

ทำไมความเครียดถึงสั่งให้กล้ามเนื้อเกร็งตัว จนกลายเป็นอาการปวดหัวเรื้อรัง

เมื่อสมองเผชิญกับความกดดัน ความวิตกกังวล หรือแม้กระทั่งการนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดออกมาและสั่งการให้กล้ามเนื้อบริเวณรอบกะโหลกศีรษะ ใบหน้า ต้นคอ และบ่า เกิดการหดเกร็งตัวค้างไว้โดยไม่รู้ตัว

เมื่อกล้ามเนื้อเกร็งตัวต่อเนื่อง หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณนั้นจะไหลเวียนได้ช้าลง ส่งผลให้เกิดการสะสมของเสียจากกระบวนการทำงานของกล้ามเนื้อ และส่งสัญญาณความเจ็บปวดกลับไปที่ระบบประสาทส่วนกลาง หากภาวะนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ วงจรความเจ็บปวดในสมองจะไวต่อความรู้สึกมากขึ้น ทำให้แม้วันที่มีความเครียดเพียงเล็กน้อย ก็สามารถกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะรุนแรงขึ้นมาได้ทันที

เช็กสัญญาณเตือน: ปวดหัวบ่อยแค่ไหนถึงเรียกว่าเข้าขั้นเรื้อรัง

ทางการแพทย์แบ่งกลุ่มอาการปวดศีรษะชนิดนี้ออกเป็นสองรูปแบบหลัก เพื่อวางแนวทางการดูแลรักษาที่ตรงจุด

  • แบบเป็นๆ หายๆ (Episodic Tension Headache): มีอาการปวดไม่เกิน 15 วันต่อเดือน มักสัมพันธ์กับช่วงที่งานหนัก อดนอน หรือมีเรื่องเครียดเฉพาะหน้า เมื่อได้พักผ่อนหรือรับประทานยา อาการมักทุเลาลง
  • แบบเรื้อรัง (Chronic Tension Headache): มีอาการปวดมากกว่า 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันนานเกิน 3 เดือนขึ้นไป อาการแบบนี้มักส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ทำให้นอนหลับไม่สนิท อารมณ์แปรปรวน และประสิทธิภาพในการทำงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด

วิธีดูแลตัวเองง่ายๆ เพื่อคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อและสมอง

การรักษาโรคปวดศีรษะจากความเครียดสะสมให้ได้ผลระยะยาว จำเป็นต้องอาศัยการปรับพฤติกรรมควบคู่ไปกับการผ่อนคลายร่างกาย

ปรับท่านั่งทำงานและพักสายตาระหว่างวัน

จัดระดับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตาพอดี เพื่อไม่ให้ต้องก้มหรือเงยหน้านานเกินไป ปรับเก้าอี้ให้มีที่รองรับแผ่นหลังและสะโพก พร้อมทั้งหยุดพักเปลี่ยนอิริยาบถทุก 45-60 นาที เพื่อลดการคั่งค้างของแรงกดทับที่กล้ามเนื้อต้นคอ

ประคบอุ่นและยืดกล้ามเนื้อช่วงคอบ่าไหล่

การใช้กระเป๋าน้ำร้อนหรือผ้าชุบน้ำอุ่นประคบบริเวณท้ายทอยและบ่าประมาณ 15-20 นาที จะช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและกล้ามเนื้อคลายตัวได้เร็วขึ้น ร่วมกับการทำท่ายืดคอด้านข้างและด้านหลังอย่างนุ่มนวล โดยเอียงศีรษะไปทางซ้ายและขวาค้างไว้ข้างละ 15-20 วินาที

ฝึกหายใจลึกๆ เพื่อช่วยให้ระบบประสาทสงบลง

เมื่อรู้สึกตึงเครียด ให้ลองสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทางจมูกช้าๆ ให้ท้องพองออก นับ 1 ถึง 4 แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ นับ 1 ถึง 6 การหายใจแบบนี้จะช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ทำให้ร่างกายและกล้ามเนื้อเข้าสู่โหมดผ่อนคลาย

ข้อควรรู้เรื่องยาแก้ปวด: กินอย่างไรไม่ให้ติดยาจนปวดหัวหนักกว่าเดิม

ในช่วงที่เริ่มมีอาการปวด การรับประทานยาแก้ปวดกลุ่มพาราเซตามอลหรือยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) สามารถช่วยบรรเทาอาการได้ แต่สิ่งสำคัญคือไม่ควรซื้อยามารับประทานต่อเนื่องติดต่อกันเกิน 2-3 วันต่อสัปดาห์

การใช้ยาแก้ปวดถี่เกินไปอาจนำไปสู่ภาวะ ปวดศีรษะจากการใช้ยาเกินขนาด (Medication Overuse Headache) ซึ่งทำให้เมื่อยาหมดฤทธิ์ อาการปวดหัวจะกลับมาเป็นซ้ำและรุนแรงขึ้น จนต้องเพิ่มขนาดยาเรื่อยๆ กลายเป็นวงจรที่ไม่สิ้นสุด หากจำเป็นต้องพึ่งยาแก้ปวดเกือบทุกวัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการใช้ยาป้องกันในกลุ่มที่ช่วยปรับสมดุลสารเคมีในสมองและคลายกล้ามเนื้ออย่างปลอดภัย

อาการปวดหัวแบบไหนที่อันตรายและควรรีบไปพบแพทย์ทันที

แม้ว่าโรคปวดศีรษะจากความเครียดสะสมจะไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่มีอาการปวดหัวบางลักษณะที่เป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงทางระบบประสาทที่ต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน

  • ปวดหัวรุนแรงขึ้นมาอย่างฉับพลันในระดับที่รุนแรงที่สุดในชีวิต (Thunderclap headache)
  • ปวดหัวร่วมกับมีไข้สูง คอแข็งเกร็ง หรือมีผื่นขึ้นตามตัว
  • มีอาการผิดปกติทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น แขนขาอ่อนแรง ชาครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด หรือมองเห็นภาพซ้อน
  • อาการปวดหัวแย่ลงเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์ หรือเริ่มมีอาการปวดหัวครั้งแรกในวัยที่มากกว่า 50 ปีขึ้นไป
  • ปวดหัวรุนแรงขึ้นชัดเจนหลังจากได้รับอุบัติเหตุกระทบกระแทกที่ศีรษะ

หากไม่มีสัญญาณอันตรายเหล่านี้ การหันกลับมาสังเกตตัวเอง หาสาเหตุของความตึงเครียด ปรับสมดุลการทำงานและการพักผ่อนให้เหมาะสม จะเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการหยุดยั้งวงจรของโรคปวดศีรษะจากความเครียดสะสมได้อย่างยั่งยืน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down