ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสาร เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ตอนไหน

คุณพ่อคุณแม่หลายคนมักจะกังวลเมื่อเห็นลูกวัยเตาะแตะยังพูดเป็นคำไม่ได้ หรือบางบ้านก็เปรียบเทียบว่าลูกคนข้างบ้านพูดเป็นประโยคแล้ว แต่ลูกเรายังอ้อแอ้อยู่เลย จริงๆ แล้วพัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสาร ไม่ได้เริ่มต้นตอนที่ลูกเริ่มเปล่งคำพูดออกมาเป็นคำแรก แต่เริ่มตั้งแต่ที่ลูกจ้องมองตา ยิ้มตอบ หรือส่งเสียงอืออาโต้ตอบกับเราตั้งแต่วันแรกๆ แล้วครับ การสื่อสารคือทักษะที่ต้องอาศัยทั้งการฟัง การเก็บสะสมข้อมูล และการฝึกฝนกล้ามเนื้อปากและลิ้น

ช่วงวัยที่ลูกควรทำอะไรได้บ้าง สังเกตอย่างไรไม่ให้พลาด

ในแต่ละช่วงวัยลูกจะมีหมุดหมายสำคัญของพัฒนาการที่แตกต่างกัน ซึ่งคุณหมอมักจะใช้เป็นเกณฑ์ในการประเมินเบื้องต้น ดังนี้

  • วัยแรกเกิดถึง 6 เดือน: เริ่มส่งเสียงอ้อแอ้ในลำคอ ยิ้มตอบเมื่อมีคนมาคุยด้วย และเริ่มหันหาตามเสียงเรียก
  • วัย 7 ถึง 12 เดือน: เริ่มเข้าใจคำง่ายๆ เช่น บ๊ายบาย หรือไม่เอา เริ่มทำเสียงเลียนแบบผู้ใหญ่ และอาจพูดคำสั้นๆ ที่ไม่มีความหมายชัดเจน
  • วัย 1 ถึง 2 ปี: เริ่มพูดคำที่มีความหมายได้ เช่น แม่ พ่อ หม่ำ เริ่มทำตามคำสั่งง่ายๆ ได้ และเริ่มเอาคำสองคำมาต่อกัน
  • วัย 2 ถึง 3 ปี: คลังคำศัพท์จะขยายตัวเร็วมาก เริ่มพูดเป็นประโยคสั้นๆ 3-4 คำ และเริ่มเล่าเรื่องราวที่พบเจอมาได้บ้าง

เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาหมอเรื่องลูกพูดช้า

หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่มาปรึกษา ผมมักจะบอกเสมอว่าให้ดูที่ความสามารถในการสื่อสารเป็นหลัก ไม่ใช่แค่การพูดเพียงอย่างเดียว หากลูกมีอาการเหล่านี้อาจถึงเวลาที่ต้องมาตรวจประเมินกันอย่างจริงจังครับ

  • ไม่สบตา หรือไม่สนใจเมื่อเรียกชื่อซ้ำๆ
  • ไม่พยายามสื่อสารผ่านท่าทาง เช่น การชี้มือ หรือการโบกมือลา
  • อายุ 1 ปีครึ่งแล้วยังไม่มีคำพูดที่มีความหมายเลยสักคำ
  • อายุ 2 ปีแล้วยังไม่สามารถพูดประโยค 2 คำต่อกันได้ หรือดูไม่เข้าใจคำสั่งง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน

วิธีส่งเสริมทักษะภาษาให้ลูกเก่งและมั่นใจ

การฝึกให้ลูกพูดเก่งไม่ได้หมายความว่าต้องบังคับให้เขาออกเสียงตาม แต่คือการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการสื่อสาร ดังนี้

  • ชวนคุยทุกกิจกรรม: เล่าเรื่องที่ทำอยู่ให้ลูกฟัง ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ การเปลี่ยนชุด หรือการกินข้าว พากย์ทุกอย่างที่เกิดขึ้น เพื่อให้ลูกสะสมคลังคำศัพท์ในสมอง
  • อ่านนิทานด้วยกัน: การอ่านหนังสือคือเครื่องมือที่ดีที่สุด ช่วยให้ลูกเรียนรู้โครงสร้างประโยคและเพิ่มจินตนาการ
  • ฟังลูกให้จบ: ใจเย็นและตั้งใจฟังสิ่งที่ลูกพยายามสื่อสาร แม้ลูกจะพูดไม่ชัด หรือพูดติดขัด การที่เขาเห็นว่าเราตั้งใจฟัง จะช่วยให้เขามีความมั่นใจที่จะสื่อสารมากขึ้น
  • ลดเวลาหน้าจอ: การเปิดทีวีหรือแท็บเล็ตให้ลูกดูเพียงลำพัง ไม่ได้ช่วยเรื่องพัฒนาการทางภาษา เพราะเป็นการสื่อสารทางเดียว การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพต้องเป็นการตอบโต้กันระหว่างคนกับคนเท่านั้น

พัฒนาการของเด็กแต่ละคนมีความเร็วที่ต่างกัน อย่าเพิ่งกดดันหรือกังวลจนเกินไป แต่หากสงสัยหรือรู้สึกว่าลูกไม่ค่อยตอบสนอง การมาพบคุณหมอเพื่อประเมินพัฒนาการตั้งแต่เนิ่นๆ คือทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อให้เราสามารถช่วยเหลือและกระตุ้นได้ตรงจุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down