ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คำถามที่คาใจหลังฉีดวัคซีนผ่านไปนานหลายปี

หลายคนมักจะถามหมอเสมอเวลามาตรวจสุขภาพว่า วัคซีนที่เคยฉีดไปเมื่อนานมาแล้ว ภูมิคุ้มกันยังหลงเหลืออยู่มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อเวลาผ่านไปเกิน 5 ปี เรายังจะได้รับความคุ้มครองจากโรคเดิมอยู่หรือไม่ หรือถึงเวลาแล้วที่ร่างกายต้องการการกระตุ้นซ้ำ ความกังวลนี้เป็นเรื่องปกติและเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาความคงทนของภูมิคุ้มกัน เพื่อให้เราเข้าใจว่าระบบป้องกันตัวของร่างกายทำงานอย่างไรเมื่อระยะเวลาล่วงเลยไป

กลไกการจดจำของร่างกายเมื่อผ่านไปเกินครึ่งทศวรรษ

การศึกษาความคงทนของภูมิคุ้มกันบอกให้เรารู้ว่า ร่างกายคนเราไม่ได้ลืมโรคที่เคยเจอไปง่ายๆ แม้ว่าระดับภูมิคุ้มกันในเลือดที่วัดได้จะลดลงตามกาลเวลา แต่นักวิทยาศาสตร์พบว่าร่างกายของเรามีหน่วยความจำที่เรียกว่า Memory B cells และ T cells ซึ่งเปรียบเสมือนฐานข้อมูลของกองทัพที่คอยจำหน้าตาเชื้อโรคเอาไว้ เมื่อเวลาผ่านไปเกิน 5 ปี แม้ตัวแอนติบอดีจะดูเหมือนจางลง แต่ถ้าเรากลับมาสัมผัสเชื้อโรคเดิมอีกครั้ง ระบบป้องกันเหล่านี้จะรีบตื่นตัวและผลิตกองกำลังออกมาตอบโต้ได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที

ปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ภูมิคุ้มกันแต่ละคนไม่เท่ากัน

เหตุผลที่แต่ละคนรักษาภูมิคุ้มกันไว้ได้นานไม่เท่ากัน มีปัจจัยหลายอย่างที่หมออยากให้สังเกต:

  • สุขภาพโดยรวมและโรคประจำตัวที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน
  • อายุ ณ ตอนที่เริ่มฉีดวัคซีนครั้งแรก
  • ประเภทของวัคซีนที่ได้รับ ซึ่งมีกระบวนการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันต่างกัน
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของระบบในร่างกาย

การศึกษาความคงทนของภูมิคุ้มกันช่วยกำหนดอนาคตการฉีดกระตุ้น

ข้อมูลจากการติดตามผลระยะยาวเกิน 5 ปี ช่วยให้หมอและทีมสาธารณสุขตัดสินใจได้แม่นยำขึ้นว่า วัคซีนตัวไหนจำเป็นต้องฉีดซ้ำตอนไหน การศึกษาเหล่านี้ทำให้เราไม่ต้องฉีดวัคซีนพร่ำเพรื่อ แต่จะเน้นฉีดเมื่อถึงจุดที่ระดับการป้องกันลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ความปลอดภัย เพื่อให้ร่างกายกลับมามีเกราะป้องกันที่แข็งแรงที่สุดอีกครั้ง

เราควรเตรียมตัวอย่างไรเมื่อภูมิคุ้มกันเริ่มลดน้อยลง

สำหรับคนไข้ที่กังวลเรื่องระดับภูมิคุ้มกันหลังจากผ่านไปหลายปี หมอแนะนำว่าไม่ต้องถึงกับต้องไปเจาะเลือดตรวจหาค่าแอนติบอดีเองทั้งหมด แต่สิ่งสำคัญคือการติดตามคำแนะนำจากหน่วยงานสาธารณสุขหรือปรึกษาแพทย์ประจำตัวหากต้องเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงหรือมีโรคประจำตัวที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่เต็มที่ การดูแลร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ ยังคงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษาประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานได้ดีที่สุดในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down