ช่วงนี้เวลาตรวจคนไข้ที่เดินเข้ามาปรึกษาด้วยอาการปวดท้องประจำเดือนหนักมาก จนต้องกินยาแก้ปวดทุกเดือน หรือบางคนปวดรุนแรงจนเป็นลม อาการแบบนี้มักจะมีผู้ร้ายตัวฉกาจแอบซ่อนอยู่เบื้องหลังเสมอ นั่นก็คือเจ้าช็อกโกแลตซีสต์ โรคทางนรีเวชที่ผู้หญิงหลายคนคุ้นหูกันดีแต่บางครั้งก็ยังเข้าใจคลาดเคลื่อน
ช็อกโกแลตซีสต์คืออะไร ทำไมถึงมีชื่อเรียกชวนหิวแบบนี้
หลายคนชอบถามว่าในท้องเรามีช็อกโกแลตอยู่จริงๆ หรือเปล่า ความจริงแล้วเจ้าโรคนี้เป็นหนึ่งในภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ โดยปกติแล้วเยื่อบุโพรงมดลูกควรจะอยู่แค่ด้านในโพรงมดลูกเพื่อรอรับการฝังตัวของตัวอ่อน แต่เจ้ากรรมเยื่อบุตัวนี้ดันหลุดลอดไหลย้อนกลับผ่านท่อนำไข่แล้วไปฝังตัวตามอวัยวะต่างๆ ในอุ้งเชิงกราน เช่น รังไข่ ผิวมดลูก หรือลำไส้
พอถึงรอบเดือน เจ้าเยื่อบุที่ไปผิดที่นี้ก็จะเลือดออกเหมือนกับเลือดประจำเดือนปกติ แต่เพราะมันไม่มีทางไหลออกนอกร่างกายเหมือนประจำเดือนทั่วไป เลือดเก่าๆ เหล่านั้นเลยตกค้างสะสมอยู่ในรังไข่ นานวันเข้าก็กลตัวกลายเป็นถุงน้ำที่มีของเหลวข้นสีน้ำตาลเข้มคล้ายช็อกโกแลตเหลวๆ เราเลยเรียกกันติดปากว่าช็อกโกแลตซีสต์นั่นเอง
สัญญาณเตือนภัย: ปวดท้องประจำเดือนแบบไหนที่ควรสงสัยโรคนี้
อาการปวดประจำเดือนเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้ามีลักษณะเหล่านี้แปลว่าเริ่มไม่ปกติแล้ว
- ปวดท้องน้อยรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกเดือน: จากที่เคยแค่หน่วงๆ 2-3 วันแรก กลายเป็นการปวดลามไปหลัง ก้นกบ หรือต้นขา จนต้องลาหยุดงาน
- ปวดตอนมีเพศสัมพันธ์: รู้สึกเจ็บลึกๆ ในช่องท้องเวลามีปฏิสัมพันธ์กับคนรู้ใจ
- ปวดเวลาขับถ่าย: ในช่วงที่เป็นประจำเดือนจะมีอาการปวดท้องเวลาถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะมากกว่าปกติ
- มีบุตรยาก: แต่งงานมานาน ปล่อยมีน้องมาเป็นปีแต่ก็ยังไม่มาสักที ซึ่งมักตรวจพบว่าซีสต์ไปรบกวนการทำงานของรังไข่หรือท่อนำไข่
คุณหมอตรวจวินิจฉัยช็อกโกแลตซีสต์อย่างไรบ้าง
เวลามาตรวจที่ห้องตรวจ นอกจากการพูดคุยซักประวัติอาการปวดอย่างละเอียดแล้ว เครื่องมือสำคัญที่จะช่วยยืนยันโรคนี้ได้ดีที่สุดคือการทำอัลตราซาวด์ โดยเฉพาะการทำอัลตราซาวด์ผ่านช่องคลอด (Transvaginal Ultrasound) ซึ่งจะช่วยให้เห็นขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของถุงน้ำในรังไข่ได้อย่างชัดเจน โดยที่เราไม่ต้องเจ็บตัวอะไรเลย ใช้เวลาไม่นานก็รู้ผล
วิธีรักษา: ผ่าตัดหรือกินยาดี
เมื่อตรวจเจอแล้ว การรักษาจะขึ้นอยู่กับขนาดของซีสต์ อาการปวด และความต้องการมีบุตรของคนไข้เป็นหลัก
การใช้ยาฮอร์โมนเพื่อควบคุมโรค
ถ้าอาการปวดไม่มากและซีสต์มีขนาดเล็ก คุณหมอมักจะแนะนำให้ใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด ยาฉีด หรือยาปรับฮอร์โมน เพื่อช่วยลดขนาดของซีสต์ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเยื่อบุที่ผิดที่ และช่วยบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนให้ดีขึ้น
ทางเลือกการผ่าตัดเมื่อจำเป็น
ถ้าซีสต์มีขนาดใหญ่เกิน 5 เซนติเมตรขึ้นไป มีอาการปวดรุนแรงมากจนยาเอาไม่อยู่ หรือสงสัยว่าอาจจะเป็นเนื้อร้าย คุณหมอก็จะพิจารณาทำการผ่าตัด ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Surgery) แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวไว เพื่อเลาะเอาถุงน้ำออกโดยพยายามเก็บเนื้อดีของรังไข่ไว้ให้มากที่สุด
ปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์อย่างไร เพื่อรับมือกับช็อกโกแลตซีสต์
นอกจากการกินยาหรือการผ่าตัดแล้ว การดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันก็สำคัญไม่แพ้กัน
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ: ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย
- เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์: เน้นผักผลไม้ ธัญพืช และลดอาหารไขมันสูงหรือเนื้อแดงแปรรูปที่อาจกระตุ้นการอักเสบ
- จัดการความเครียด: ความเครียดส่งผลต่อฮอร์โมนเพศโดยตรง การพักผ่อนให้เพียงพอจึงช่วยลดความรุนแรงของโรคได้
- ตรวจภายในประจำปี: สำหรับผู้หญิงทุกคน แม้จะยังไม่มีอาการปวดท้อง การตรวจภายในและอัลตราซาวด์ช่องท้องกับสูตินรีแพทย์ทุกปีคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด