ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงเวลาที่บ้านหลังเดิมเริ่มเงียบเหงา เสียงทะเลาะเบาะแว้งถูกแทนที่ด้วยความอึดอัด และกระดาษใบเดียวถูกวางลงบนโต๊ะเพื่อยุติสถานะสามีภรรยา สำหรับผู้ใหญ่อาจมองว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุดในการจบปัญหา แต่ในมุมมองของเด็ก การหย่าร้างของคนในครอบครัวเปรียบเสมือนแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สั่นคลอนความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล

สัญญาณเตือนภัย เมื่อลูกกำลังจมอยู่กับความเครียดหลังพ่อแม่แยกทาง

ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้เด็กและวัยรุ่นบ่อยๆ สิ่งที่น่ากังวลคือเด็กหลายคนไม่ได้แสดงออกด้วยการร้องไห้ฟูมฟายเสมอไป ความเครียดจากการหย่าร้างมักซ่อนตัวอยู่ในพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างเงียบๆ จนพ่อแม่อาจคาดไม่ถึง

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและอารมณ์ที่สังเกตได้ง่าย

เมื่อความเครียดสะสม สมองของเด็กจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมามากเกินไป ส่งผลให้เด็กบางคนเริ่มมีอาการปวดท้อง ปวดหัวโดยไม่ทราบสาเหตุ นอนไม่หลับ หรือสะดุ้งตื่นกลางดึก ในเด็กเล็กอาจกลับมามีพฤติกรรมถดถอย เช่น ปัสสาวะรดที่นอน หรือติดแม่แจ ส่วนในเด็กโตและวัยรุ่น มักจะแสดงออกด้วยความหงุดหงิดง่าย เก็บตัวเงียบ หรือมีอารมณ์ซึมเศร้าอย่างเห็นได้ชัด

ผลกระทบต่อการเรียนและสังคมรอบตัว

เด็กที่แบกรับความเครียดเรื่องครอบครัวมักจะเสียสมาธิในการเรียน เกรดตกลงอย่างกะทันหัน หรือหมดความสนใจในสิ่งที่เคยชอบทำร่วมกับเพื่อน ความรู้สึกไม่มั่นคงนี้ทำให้พวกเขากลัวการเข้าสังคมเพราะกลัวถูกมองว่ามีปมด้อย

เข้าใจกลไกสมองของเด็ก เมื่อครอบครัวต้องแตกสลาย

ทางจิตวิทยาและกุมารเวชศาสตร์อธิบายว่า วัยเด็กเป็นช่วงเวลาที่โลกทั้งใบหมุนรอบความปลอดภัยจากครอบครัว การที่พ่อแม่แยกทางกันทำให้สมองส่วนอะมิกดะลา ซึ่งทำหน้าที่ประมวลผลความกลัวและภัยคุกคาม ตื่นตัวตลอดเวลา เด็กจะรู้สึกว่าโลกนี้ไม่ปลอดภัย สูญเสียการควบคุมชีวิต และมักจะแอบโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้พ่อแม่ต้องเลิกกัน

วิธีช่วยเยียวยาจิตใจและลดความเครียดให้ลูกรัก

แม้ว่าการหย่าร้างจะเกิดขึ้นแล้ว แต่ความเสียหายทางจิตใจของลูกสามารถเยียวยาได้ หากพ่อแม่เข้าใจวิธีรับมือที่ถูกต้อง

สื่อสารความจริงด้วยความนุ่มนวลและไม่ใส่ร้ายอีกฝ่าย

สิ่งสำคัญที่สุดคือการบอกเด็กให้รู้ว่า การแยกทางกันเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ และไม่เกี่ยวข้องกับความรักที่พ่อแม่มีต่อลูกเลย พ่อแม่ต้องไม่ใช้ลูกเป็นเครื่องมือต่อรอง หรือพูดจาโจมตีอีกฝ่ายให้ลูกฟัง เพราะนั่นเท่ากับการทำร้ายจิตใจลูกทางอ้อม

รักษาความสม่ำเสมอในกิจวัตรประจำวัน

ความแน่นอนจะช่วยลดความวิตกกังวลในสมองของเด็ก การรักษาเวลาตื่น นอน ไปโรงเรียน และการทำกิจกรรมร่วมกันให้ใกล้เคียงกับปกติมากที่สุด จะช่วยให้ลูกรู้สึกว่าชีวิตไม่ได้พังทลายไปทั้งหมด และยังมีโครงสร้างที่มั่นคงรองรับอยู่

เมื่อไหร่ควรพาเด็กไปพบจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น

หากลองปรับตัวและพูดคุยกันแล้ว แต่ลูกยังมีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง พูดจาอยากหายไปจากโลกนี้ มีอาการซึมเศร้าติดต่อกันนานเกินสองสัปดาห์ หรือหวาดระแวงจนใช้ชีวิตประจำวันไม่ได้ การพาไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเด็กถือเป็นทางออกที่จำเป็น เพราะคุณหมอจะมีเครื่องมือและแบบประเมินที่ช่วยดึงความรู้สึกข้างในออกมาบำบัดได้อย่างตรงจุดครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down