ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อโลกเกมดึงดูดใจเกินไป: สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องใส่ใจ

ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวล้ำ โลกของเกมกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของใครหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น การเล่นเกมสร้างความสนุกสนาน ฝึกทักษะบางอย่าง และเป็นช่องทางเชื่อมโยงกับเพื่อนฝูงได้ ทว่าในอีกมุมหนึ่ง เมื่อการเล่นเกมเริ่มกินพื้นที่ในชีวิตมากเกินไป จนส่งผลกระทบต่อหน้าที่ ความสัมพันธ์ หรือแม้กระทั่งสุขภาพ นั่นอาจเป็นสัญญาณที่บอกว่า ‘โรคติดเกม’ (Gaming Disorder หรือ GD) กำลังเข้ามาคุกคามชีวิต

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจกำลังกังวลใจเมื่อเห็นลูกใช้เวลาอยู่หน้าจอจนดึกดื่น ผลการเรียนตกต่ำ หงุดหงิดง่ายเมื่อถูกห้าม หรือแยกตัวออกจากสังคมจริง ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย และสามารถส่งผลกระทบระยะยาวได้ โชคดีที่ในปัจจุบัน มีแนวทางการบำบัดที่ได้รับการยอมรับและมีประสิทธิภาพ นั่นคือ การบำบัดทางปัญญาและพฤติกรรมสำหรับโรคติดเกม หรือ CBT-GD (Cognitive Behavioral Therapy for Gaming Disorder)

โรคติดเกมคืออะไร? สังเกตได้อย่างไร?

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้บรรจุ “Gaming Disorder” ไว้ในบัญชีจำแนกโรคระหว่างประเทศ (ICD-11) ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการเล่นเกมทุกรูปแบบจะถือเป็นโรค แต่หมายถึงภาวะที่บุคคลไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการเล่นเกมได้ จนเกิดผลกระทบเชิงลบต่อชีวิตในด้านต่างๆ อย่างมีนัยสำคัญ

สัญญาณสำคัญที่อาจบ่งบอกถึงโรคติดเกม ได้แก่:

  • การขาดการควบคุม: ไม่สามารถควบคุมความถี่ ความเข้มข้น ระยะเวลา หรือบริบทในการเล่นเกมได้
  • การให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก: การเล่นเกมกลายเป็นกิจกรรมที่สำคัญที่สุดในชีวิต จนเบียดบังกิจกรรมอื่น เช่น การเรียน การทำงาน หรือการเข้าสังคม
  • การเล่นเกมต่อเนื่อง: ยังคงเล่นเกมต่อไปเรื่อยๆ แม้จะเริ่มมีผลกระทบเชิงลบตามมาแล้วก็ตาม

พฤติกรรมเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือน และก่อให้เกิดความทุกข์หรือความบกพร่องในการดำเนินชีวิตอย่างชัดเจน แพทย์จึงจะวินิจฉัยว่าเป็นโรคติดเกม

CBT-GD คืออะไร? หลักการทำงานเพื่อดึงลูกกลับสู่สมดุล

CBT-GD คือการประยุกต์ใช้หลักการของการบำบัดทางปัญญาและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy - CBT) ซึ่งเป็นรูปแบบการบำบัดทางจิตวิทยาที่เน้นการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม โดยมีพื้นฐานความเชื่อว่า ความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของคนเรามีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก และการปรับเปลี่ยนความคิดหรือพฤติกรรมที่บิดเบือนไปจะช่วยให้ปัญหาดีขึ้นได้

สำหรับโรคติดเกม CBT-GD ไม่ได้มุ่งเน้นที่การห้ามเล่นเกมอย่างสิ้นเชิง แต่เป็นการช่วยให้ผู้ป่วย (รวมถึงคุณพ่อคุณแม่) เข้าใจและจัดการกับปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมติดเกม เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือการกลับมามีสมดุลในชีวิต สามารถควบคุมการเล่นเกมได้ และกลับไปทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างมีความสุข

กระบวนการบำบัดด้วย CBT-GD: ก้าวเดินไปพร้อมกัน

การบำบัดด้วย CBT-GD โดยทั่วไปจะประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญหลายประการที่ทำงานร่วมกัน:

1. การทำความเข้าใจความคิดและรูปแบบพฤติกรรม (Cognitive Restructuring)

  • ระบุความคิดที่ไม่ถูกต้อง: นักบำบัดจะช่วยให้ผู้ป่วยตระหนักถึงความคิดที่บิดเบือนหรือไม่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับการเล่นเกม เช่น “ฉันจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อได้เล่นเกมเท่านั้น” “ฉันจะเข้ากับเพื่อนไม่ได้ถ้าไม่เล่นเกม” หรือ “การเล่นเกมคือทางออกเดียวจากความเครียด”
  • ท้าทายความคิดเหล่านั้น: จากนั้น ผู้ป่วยจะได้รับการชี้แนะให้ตั้งคำถามกับความคิดเหล่านี้ ค้นหาหลักฐานที่มาสนับสนุนหรือหักล้าง เพื่อเปลี่ยนมุมมองให้เป็นกลางและสมเหตุสมผลมากขึ้น
  • สร้างความคิดใหม่: เป้าหมายคือการสร้างความคิดที่สร้างสรรค์และมีประโยชน์ เช่น “ฉันสามารถมีความสุขได้จากกิจกรรมอื่นที่ไม่ใช่เกม” หรือ “ฉันสามารถผ่อนคลายด้วยวิธีอื่นได้”

2. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Behavioral Interventions)

  • การวางแผนกิจกรรม: นักบำบัดจะช่วยให้ผู้ป่วยวางแผนกิจกรรมที่ไม่ใช่เกมให้มากขึ้น เช่น การออกกำลังกาย การอ่านหนังสือ การพบปะเพื่อนฝูงในโลกจริง เพื่อเติมเต็มเวลาว่างและสร้างความพึงพอใจจากแหล่งอื่น
  • การบริหารจัดการเวลา: กำหนดขีดจำกัดเวลาในการเล่นเกมอย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ โดยอาจใช้ตารางเวลาหรือเครื่องมือช่วยควบคุม
  • การควบคุมสิ่งเร้า: ปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเพื่อลดสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เล่นเกมมากเกินไป เช่น ย้ายคอมพิวเตอร์ออกจากห้องนอน กำหนดเวลาปิดเครื่อง หรือใช้โปรแกรมควบคุมการเข้าถึงเกม
  • การฝึกทักษะการเผชิญปัญหา: สอนเทคนิคการจัดการกับความอยากเล่นเกม หรือสถานการณ์ที่กระตุ้นให้กลับไปติดเกมอีกครั้ง
  • การป้องกันการกลับไปติดซ้ำ (Relapse Prevention): วางแผนรับมือกับสถานการณ์ที่อาจทำให้กลับไปมีพฤติกรรมติดเกมอีกครั้ง และเรียนรู้ที่จะจัดการกับความผิดหวังหรือความเครียดโดยไม่หันกลับไปพึ่งเกม

3. บทบาทของครอบครัว

“การบำบัดโรคติดเกมจะได้ผลดีที่สุดเมื่อครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแข็งขัน คุณพ่อคุณแม่คือคนสำคัญที่จะเป็นกำลังใจและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเปลี่ยนแปลง”

  • การสื่อสารในครอบครัว: เรียนรู้การสื่อสารอย่างเปิดอก เข้าใจปัญหา และร่วมกันหาทางออก
  • การสร้างกฎและข้อตกลง: กำหนดกฎกติกาเกี่ยวกับการเล่นเกมและกิจกรรมอื่นๆ ร่วมกันอย่างชัดเจนและสอดคล้องกันทั้งบ้าน
  • การเสริมแรงเชิงบวก: ให้กำลังใจและชื่นชมเมื่อผู้ป่วยสามารถทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

ใครบ้างที่เหมาะกับ CBT-GD?

CBT-GD เหมาะสำหรับบุคคลทุกเพศทุกวัยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคติดเกม หรือมีสัญญาณบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าการเล่นเกมกำลังส่งผลกระทบเชิงลบต่อชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กและวัยรุ่นที่สมองส่วนหน้ายังพัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้การควบคุมยับยั้งชั่งใจเป็นไปได้ยากกว่าผู้ใหญ่ การบำบัดรูปแบบนี้จะช่วยให้พวกเขาได้เรียนรู้ทักษะที่จำเป็นในการใช้ชีวิตอย่างสมดุล

ก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลง: ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป

การบำบัดโรคติดเกมเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความมุ่งมั่น แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นคุ้มค่าอย่างยิ่ง การได้เห็นลูกกลับมามีชีวิตชีวา ทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างมีความสุข มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง และสามารถควบคุมการเล่นเกมได้ ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับปัญหาโรคติดเกม อย่าลังเลที่จะปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น หรือนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญด้าน CBT การบำบัดทางปัญญาและพฤติกรรมสำหรับโรคติดเกม (CBT-GD) เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยเปิดประตูไปสู่ชีวิตที่สมดุลและมีความสุขได้อย่างยั่งยืน การเริ่มต้นวันนี้คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ดีกว่า

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down