ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่เราพูดถึงไวรัสอาร์เอสวีหรือ RSV หลายคนมักจะนึกถึงโรคที่เกิดขึ้นกับเด็กเล็กๆ จนเผลอลืมไปว่าจริงๆ แล้ว เจ้าไวรัสตัวนี้อันตรายไม่แพ้กันเลยในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคุณตาคุณยายที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง หรือเบาหวาน เพราะเมื่อติดเชื้อขึ้นมา อาการมักจะลุกลามรวดเร็วและรุนแรงกว่าคนทั่วไป วันนี้ผมขอมาเล่าแนวทางการดูแลผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเมื่อติดเชื้ออาร์เอสวี เพื่อให้ลูกหลานเข้าใจวิธีรับมือและสังเกตอาการได้อย่างถูกต้องครับ

เข้าใจภัยเงียบจากไวรัสอาร์เอสวีในวัยเก๋า

หลายครอบครัวมักคิดว่าผู้สูงอายุเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา แต่สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เชื้ออาร์เอสวีสามารถเข้าไปกระตุ้นให้โรคที่เป็นอยู่กำเริบขึ้นมาได้ง่ายมาก ตัวไวรัสจะทำให้ทางเดินหายใจส่วนล่างอักเสบ เกิดเสมหะเหนียวข้นหายใจไม่ออก และอาจนำไปสู่โรคปอดบวมหรือภาวะหัวใจล้มเหลวได้ในเวลาอันรวดเร็ว การรู้เท่าทันจึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการปกป้องคนที่ท่านรัก

สัญญาณเตือนระยะแรกที่ลูกหลานต้องสังเกตให้ดี

ช่วงแรกของการติดเชื้อ อาการอาจจะคล้ายไข้หวัดใหญ่ทั่วไป เช่น มีน้ำมูก ไอ เจ็บคอ หรือมีไข้ต่ำๆ แต่จุดสังเกตสำคัญในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวคือ อาการจะทรุดลงเรื่อยๆ ไม่ยอมดีขึ้นภายในสองถึงสามวัน หากเริ่มมีอาการเหนื่อยหอบ หายใจเร็ว ไอจนตัวโยน หรือรู้สึกอ่อนเพลียมากกว่าปกติจนทานอาหารแทบไม่ได้ นั่นคือสัญญาณเตือนว่าหลอดลมเริ่มตีบแคบและร่างกายกำลังขาดออกซิเจน

แนวทางดูแลใกล้ชิดเมื่อติดเชื้ออาร์เอสวีที่บ้าน

สำหรับผู้ป่วยที่อาการยังไม่รุนแรงมากและแพทย์ให้ดูแลต่อที่บ้าน หัวใจสำคัญคือการประคับประคองอาการให้ดีที่สุด มีข้อปฏิบัติหลักๆ ดังนี้ครับ

  • จัดท่านอนและสิ่งแวดล้อมให้หายใจสะดวก: ให้ผู้สูงราบนอนศีรษะสูงเล็กน้อยเพื่อช่วยลดอาการแน่นหน้าอก ห้องนอนต้องถ่ายเทอากาศได้ดี ปราศจากฝุ่นละอองและควันบุหรี่
  • การดื่มน้ำและการทานอาหาร: ให้จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ เพื่อช่วยละลายเสมหะให้ขับออกง่ายขึ้น เลือกอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย แม้จะทานได้น้อยก็ควรแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ หลายมื้อ
  • เช็ดตัวลดไข้และทานยาตามแพทย์สั่ง: ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดตัวเพื่อลดไข้ และทานยาตามที่แพทย์หรือเภสัชกรจ่ายให้เท่านั้น ห้ามหาซื้อยาแก้ไอหรือละลายเสมหะแรงๆ ทานเองเด็ดขาด

กลุ่มอาการแบบไหนที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันที

นี่คือเรื่องที่ผมมักจะย้ำกับญาติคนไข้อยู่เสมอว่า อย่ารอให้ถึงขั้นหมดสติแล้วค่อยมาโรงพยาบาล หากผู้สูงอายุมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ให้รีบพามาพบแพทย์ฉุกเฉินทันที

  • ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีม่วง: แสดงว่าร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
  • ซึมลงปลุกไม่ค่อยตื่น หรือสับสนพูดจาไม่รู้เรื่อง: อาจเกิดจากภาวะขาดออกซิเจนในสมอง
  • หายใจลำบากมาก: สังเกตจากเวลาหายใจแล้วซี่โครงบุ๋ม ท้องกระเพื่อม หรือปีกจมูกบาน
  • โรคประจำตัวกำเริบเฉียบพลัน: เช่น เจ็บหน้าอกแน่นๆ จากโรคหัวใจ หรือน้ำตาลในเลือดสูงผิดปกติจากโรคเบาหวาน

วิธีป้องกันการติดเชื้อซ้ำและการแพร่กระจายในบ้าน

เนื่องจากผู้สูงอายุที่หายจากการติดเชื้ออาร์เอสวีแล้ว ยังสามารถติดเชื้อซ้ำได้อีกและอาจนำไปติดสมาชิกคนอื่นในบ้านได้ การป้องกันจึงยังต้องเข้มงวด หมั่นล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ ทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้และพื้นผิวสัมผัสร่วมกันบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการพาผู้สูงไปในที่แออัดช่วงที่มีการระบาด และที่สำคัญหากมีคนในบ้านเริ่มมีอาการไอจาม ควรสวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างทันทีครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down