ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกหลานต้องรู้: ทำไมเชื้ออาร์เอสวีถึงอันตรายกว่าที่คิดในวัยเก๋า

เวลาที่เราพูดถึงไวรัสอาร์เอสวี หลายคนมักจะนึกถึงโรคหวัดในเด็กเล็ก แต่ในความเป็นจริงแล้ว เชื้อตัวนี้มีความน่ากลัวไม่แพ้กันเลยเมื่อเกิดขึ้นในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะคนที่พกโรคประจำตัวมาด้วย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง หรือเบาหวาน เพราะภูมิคุ้มกันที่ลดลงตามวัยทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อโรคได้ยากขึ้น

เมื่อเชื้อไวรัสตัวนี้เข้าไปในร่างกายของผู้สูงอายุ มันไม่ได้หยุดแค่การทำให้มีน้ำมูกหรือเจ็บคอธรรมดา แต่มักจะลามลงไปถึงหลอดลมและปอดได้ง่ายมาก ส่งผลให้อาการของโรคประจำตัวที่เป็นอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นหอบหืดกำเริบ หัวใจทำงานหนักขึ้น หรือระดับน้ำตาลในเลือดรวนไปหมด กลายเป็นสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

สัญญาณเตือนภัยอันตรายที่ลูกหลานห้ามมองข้ามเด็ดขาด

การสังเกตอาการในช่วงแรกเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะผู้สูงอายุบางคนอาจจะบอกเล่าอาการได้ไม่ชัดเจนเหมือนคนหนุ่มสาว หากสังเกตเห็นสิ่งเหล่านี้ ต้องตื่นตัวทันที

  • หายใจเร็วหรือหอบเหนื่อย: สังเกตจากการขยับของหน้าอกที่เร็วขึ้น หรือพูดเป็นประโยคยาวๆ ไม่จบ
  • ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง: หากมีเครื่องวัดปลายนิ้วแล้วค่าต่ำกว่าร้อยละเก้าสิบห้าถือว่าเริ่มไม่ปลอดภัย
  • ซึมลง ไม่ค่อยรับรู้: เรียกแล้วตอบช้า สับสนเรื่องวันเวลา หรือจำคนใกล้ตัวไม่ได้
  • ริมฝีปากหรือปลายนิ้วเริ่มเขียว: แสดงว่าร่างกายได้รับออกซิเจนไปเลี้ยงไม่เพียงพอ

วิธีดูแลผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเมื่อติดเชื้ออาร์เอสวี

เมื่อตรวจพบว่าติดเชื้อและต้องดูแลกันที่บ้าน สิ่งสำคัญคือการประคับประคองอาการไม่ให้ทรุดหนักลงไปกว่าเดิม พร้อมกับบริหารจัดการโรคประจำตัวควบคู่กันไปอย่างระมัดระวัง

การจัดการไข้และอาการไอแบบประคับประคอง

ให้ใช้ยาลดไข้พาราเซตามอลตามน้ำหนักตัวและคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการซื้อยากลุ่มอื่นมากินเองโดยเฉพาะยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เพราะอาจกระทบต่อการทำงานของไตและกระเพาะอาหารของผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว สำหรับอาการไอ ให้ดื่มน้ำอุ่นบ่อยๆ เพื่อช่วยละลายเสมหะ แต่ต้องระวังเรื่องปริมาณน้ำในผู้ป่วยโรคหัวใจหรือโรคไตวายที่แพทย์จำกัดปริมาณน้ำดื่มต่อวัน

การดูแลอาหารและการกินยาโรคประจำตัวต่อเนื่อง

ช่วงที่ป่วย ผู้สูงอายุมักจะทานอาหารได้น้อยลงเพราะแน่นจมูกและหายใจไม่สะดวก ควรเปลี่ยนเป็นอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย รสชาติไม่จัด และแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ แต่กินบ่อยขึ้น ที่สำคัญที่สุดคือ ห้ามหยุดยาโรคประจำตัวกลุ่มความดัน เบาหวาน หรือหัวใจเด็ดขาด เว้นแต่แพทย์ผู้ treating จะเป็นคนสั่งให้ปรับเปลี่ยนขนาดกีฬา

อาการแบบไหนที่ต้องพาซิ่งรถไปโรงพยาบาลทันที?

หากดูแลอยู่ที่บ้านแล้วพบว่าผู้ป่วยมีอาการแย่ลง เช่น หายใจลำบากจนอกบุ๋ม มีอาการเจ็บหน้าอกร่วมด้วย ไข้สูงติดต่อกันเกินสามวันแล้วไม่ยอมลด หรือซึมลงจนปลุกไม่ค่อยตื่น อย่ารอช้าเด็ดขาด รีบพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทันที เพราะผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะปอดอักเสบรุนแรงและระบบหายใจล้มเหลว ซึ่งต้องได้รับการดูแลจากทีมแพทย์อย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาล

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down