ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

พฤติกรรมหยิบมือถือแก้เครียดแบบไม่รู้ตัว จุดเริ่มต้นของปัญหาที่หมออยากชวนคุย

หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับช่วงเวลาที่รู้สึกเหนื่อยล้าจากงาน หรือเจอเรื่องชวนปวดหัวระหว่างวัน พอถึงบ้านปุ๊บ มือก็คว้าสมาร์ตโฟนขึ้นมาไถฟีดโซเชียลมีเดียแบบอัตโนมัติ รู้ตัวอีกทีเวลาผ่านไปสองสามชั่วโมงโดยไม่ได้พักผ่อนจริงๆ ในมุมมองของหมอ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของการติดโซเชียลธรรมดา แต่เป็นกลไกทางจิตวิทยาที่สมองพยายามหาทางหนีความเครียดและความกังวลที่กำลังเผชิญอยู่

ทำไมสมองถึงเลือกหน้าจอเป็นที่หลบภัยเมื่อเราเครียด?

เวลาที่เราเครียด สมองส่วนอะมิกดาลา (Amygdala) จะทำงานหนักเพื่อตอบสนองต่อความกดดัน การไถหน้าจอไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะวิดีโอสั้นหรือคอนเทนต์ที่เปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว จะไปกระตุ้นให้สมองหลั่งสารสื่อประสาทโดปามีน (Dopamine) ออกมาเป็นระยะๆ สารตัวนี้ทำหน้าที่เหมือนรางวัลชิ้นเล็กๆ ที่เข้ามาช่วยบรรเทาความอึดอัดในใจชั่วคราว ทำให้เราเพลินจนลืมปัญหาที่แท้จริงไปได้พักใหญ่ แต่ปัญหาก็คือ มันเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและทำให้สมองเคยชินกับการหนีความจริง

สัญญาณเตือนภัยแบบไหนที่บอกว่าเรากำลังเสพติดหน้าจอเพื่อหนีเครียด?

ถ้าคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้ แสดงว่าหน้าจอมือถือเริ่มเข้ามามีอิทธิพลต่อสุขภาพจิตมากกว่าที่คิด:

  • หยิบมือถือขึ้นมาเช็กทุกครั้งที่รู้สึกเบื่อ กังวล หรือเจอเรื่องขัดใจ แม้จะเพิ่งวางไปไม่ถึงนาที
  • นอนดึกขึ้นเรื่อยๆ เพราะใช้เวลาไถหน้าจอบนเตียงเพื่อคลายเครียดก่อนนอน
  • รู้สึกหงุดหงิด กระสับกระส่าย หรือใจหาย เมื่อเน็ตหมด แบตหมด หรือไม่มีมือถืออยู่ใกล้ตัว
  • งานเริ่มเสีย การเรียนเริ่มตก เพราะเอาเวลาไปจดจ่ออยู่กับหน้าจอเพื่อหลีกหนีความรับผิดชอบ

ผลกระทบเงียบๆ ที่ร่างกายและจิตใจต้องแบกรับ

การใช้หน้าจอหนีความเครียดไม่ได้ช่วยให้ความเครียดหายไป กลับกันมันสะสมปัญหาให้พอกพูนขึ้น ด้านร่างกายเราจะเจอปัญหาอาการปวดคอ บ่า ไหล่ สายตาพร่ามัว และนาฬิกาชีวิตพังเพราะแสงสีฟ้า ส่วนด้านจิตใจ ความเครียดเดิมก็ยังอยู่แถมพ่วงด้วยความรู้สึกผิดที่เสียเวลาไปเปล่าประโยชน์ วงจรอุบาทว์นี้ทำให้ภูมิต้านทานทางใจของเราลดลงเรื่อยๆ

วิธีปรับพฤติกรรมดึงตัวเองกลับมาจากหน้าจอทีละนิด

หมอเข้าใจดีว่าการหักดิบเลิกเล่นมือถือทันทีเป็นเรื่องยากแทบเป็นไปไม่ได้ แนวทางที่ได้ผลจริงคือการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้สมองได้พักผ่อนแบบค่อยเป็นค่อยไป:

  • กำหนดเขตปลอดหน้าจอ: เช่น บนโต๊ะอาหารและบนเตียงนอน เป็นพื้นที่ห้ามนำมือถือเข้ามาเด็ดขาด
  • ตั้งเวลาพักหน้าจอ: ใช้ฟังก์ชันจำกัดเวลาใช้งานแอปพลิเคชัน เพื่อเตือนสติตัวเองว่าเกินโควตาแล้ว
  • หากิจกรรมทดแทนสารโดปามีน: ลองเปลี่ยนเป็นการฟังเพลงสบายๆ อาบน้ำอุ่น ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ หรือคุยกับคนใกล้ตัว เพื่อให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขจากกิจกรรมจริงบ้าง
  • เผชิญหน้ากับความเครียดโดยตรง: หากรู้สึกเครียด ให้ลองเขียนระบายความรู้สึกออกมาในกระดาษ หรือจดบันทึกสิ่งที่กังวล แทนการเปิดมือถือเพื่อกลบเกลื่อน

การติดหน้าจอไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่มันคือสัญญาณที่ร่างกายและจิตใจกำลังตะโกนบอกว่าเรากำลังเหนล้าเกินไปแล้ว ลองหันมาสังเกตใจตัวเองให้มากขึ้น วางมือถือลงสักนิด แล้วให้เวลากับการพักผ่อนจริงๆ เพื่อชาร์จพลังให้พร้อมสู้กับวันใหม่อย่างแข็งแรง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down