ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

จู่ๆ ก็มีอาการอาเจียนออกมาไม่หยุด แถมรู้สึกปวดท้องอึดอัดแน่นไปหมด แล้วก็ไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระได้เลย ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน? อาการแบบนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ที่จะมองข้ามได้เลย เพราะมันอาจเป็นสัญญาณเตือนจากร่างกายว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นในระบบทางเดินอาหารของเรา ที่สำคัญคือมักจะเป็นภาวะที่ต้องรีบไปพบแพทย์อย่างเร่งด่วน

อาเจียนร่วมกับไม่ขับถ่ายอุจจาระ...หมายถึงอะไรกันแน่?

โดยปกติแล้ว ร่างกายของเรามีการทำงานของระบบทางเดินอาหารที่ไหลลื่น อาหารที่เรากินเข้าไปจะถูกย่อย ดูดซึม และเคลื่อนที่ผ่านลำไส้ใหญ่ไปเป็นอุจจาระเพื่อขับถ่ายออก แต่เมื่อใดก็ตามที่เรามีอาการอาเจียนออกมา ร่วมกับการที่ไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระได้เลย แม้แต่ผายลมก็ไม่มี นี่มักจะเป็นสัญญาณที่บอกว่า อาจมีอะไรบางอย่างกำลัง "อุดกั้น" ทางเดินอาหารของเราอยู่ ทำให้ทั้งของเหลวและก๊าซไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านไปได้ ส่งผลให้เกิดการสะสม และดันย้อนกลับขึ้นมาเป็นอาเจียนได้ในที่สุด

ทำไมจู่ๆ ถึงอ้วก แล้วถ่ายไม่ออกได้นะ? มาดูสาเหตุหลักๆ กัน

สาเหตุของอาการอาเจียนร่วมกับไม่ขับถ่ายอุจจาระมีได้หลายอย่าง แต่ส่วนใหญ่แล้ว มักจะเกี่ยวข้องกับการอุดตันของลำไส้ ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง:

สาเหตุอันดับแรกๆ ที่หมอต้องนึกถึง: ลำไส้อุดตัน

  • การอุดตันจากกายภาพ (Mechanical Obstruction): คือมีการอุดตันจริงจังในลำไส้ ทำให้สิ่งต่างๆ เคลื่อนที่ไปต่อไม่ได้ สาเหตุอาจเป็นได้ตั้งแต่:
    • เนื้องอกหรือมะเร็ง: ที่ไปเบียดหรืออุดตันทางเดินอาหาร
    • พังผืดในช่องท้อง: มักเกิดหลังการผ่าตัดในช่องท้อง ที่ทำให้ลำไส้บิดเบี้ยวหรือตีบตัน
    • ลำไส้บิด (Volvulus): ลำไส้เกิดการบิดตัวจนเลือดไปเลี้ยงไม่ได้
    • ลำไส้กลืนกัน (Intussusception): ลำไส้ส่วนหนึ่งเลื่อนเข้าไปอยู่ในอีกส่วนหนึ่ง มักพบในเด็กเล็ก
    • ไส้เลื่อนติดคา (Incarcerated Hernia): ลำไส้บางส่วนเลื่อนเข้าไปในช่องไส้เลื่อนแล้วติดคาอยู่ ไม่สามารถผลักกลับเข้าไปได้
    • สิ่งแปลกปลอม: เช่น ก้อนนิ่วขนาดใหญ่ หรือสิ่งของที่เผลอกลืนเข้าไป
  • ลำไส้ไม่ทำงาน (Paralytic Ileus): ไม่ได้มีการอุดตันจากกายภาพโดยตรง แต่ลำไส้หยุดทำงานหรือเคลื่อนไหวน้อยลงมากๆ จนไม่สามารถดันอาหารหรืออุจจาระไปต่อได้ มักเกิดจาก:
    • หลังการผ่าตัดในช่องท้อง
    • ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด
    • ภาวะเกลือแร่ในร่างกายไม่สมดุล
    • การติดเชื้อในช่องท้อง (เช่น ไส้ติ่งอักเสบแตก)

ไม่ใช่แค่ลำไส้อุดตัน...สาเหตุอื่นๆ ที่อาจพบได้

  • ท้องผูกรุนแรง: บางครั้งการท้องผูกหนักมากๆ จนอุจจาระแข็งและอุดตันปลายลำไส้ ก็อาจทำให้เกิดอาการอาเจียนร่วมด้วยได้
  • เยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Peritonitis): การติดเชื้อหรืออักเสบอย่างรุนแรงในช่องท้อง อาจส่งผลให้ลำไส้หยุดทำงาน
  • ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด: โดยเฉพาะการผ่าตัดช่องท้อง อาจมีภาวะลำไส้บวมหรือติดกันชั่วคราว

สังเกตอาการแบบไหน ที่บ่งบอกว่านี่คือเรื่องไม่ปกติ?

อาการที่มักมาคู่กันกับภาวะอาเจียนและไม่ถ่ายอุจจาระ ได้แก่:

  • ปวดท้อง: อาจปวดบิดเป็นพักๆ (ถ้าลำไส้พยายามบีบตัวดันสิ่งที่อุดตัน) หรือปวดตื้อๆ ตลอดเวลา (ถ้าลำไส้หยุดทำงาน)
  • ท้องอืด ท้องแน่น: ท้องจะดูโป่งพองผิดปกติ รู้สึกไม่สบายตัว
  • ไม่มีลมผาย: การที่ก๊าซไม่สามารถผ่านออกได้ เป็นสัญญาณสำคัญของการอุดตัน
  • อาเจียน: อาจเป็นอาหารที่กินไป น้ำดี หรือในกรณีรุนแรง อาจมีลักษณะคล้ายอุจจาระ
  • คลื่นไส้ มึนงง: จากการขาดน้ำและเกลือแร่
  • อ่อนเพลีย: ร่างกายขาดพลังงานและสารอาหาร
  • ไข้: หากมีการติดเชื้อร่วมด้วย

ถ้าเจออาการแบบนี้...เมื่อไหร่ต้องรีบไปหาหมอทันที?

เมื่อไรก็ตามที่คุณมีอาการอาเจียนร่วมกับการไม่สามารถขับถ่ายอุจจาระได้เลย ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ขอให้รีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลทันที อย่ารอดูอาการเองที่บ้าน เพราะนี่คือสัญญาณอันตรายที่ต้องการการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีอาการร่วมดังต่อไปนี้:

  • ปวดท้องรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
  • อาเจียนออกมาเป็นเลือด หรือมีลักษณะคล้ายอุจจาระ
  • มีไข้สูง หนาวสั่น
  • รู้สึกวิงเวียน หน้ามืด เป็นลม
  • ท้องแข็งกดเจ็บ หรือคลำพบก้อนในช่องท้อง

ไปหาหมอแล้ว หมอจะตรวจอะไรบ้าง และจะรักษาอย่างไร?

เมื่อคุณไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอจะซักประวัติอย่างละเอียด ถามถึงอาการต่างๆ รวมถึงโรคประจำตัวและการผ่าตัดที่เคยทำ จากนั้นจะทำการตรวจร่างกาย โดยเฉพาะการตรวจหน้าท้อง เพื่อดูว่าท้องอืดไหม มีเสียงลำไส้ทำงานอย่างไร มีจุดกดเจ็บหรือไม่

ส่วนการตรวจเพิ่มเติมที่มักจะทำได้แก่:

  • เอกซเรย์ช่องท้อง (X-ray Abdomen): เพื่อดูว่ามีลมในลำไส้มากผิดปกติหรือไม่ หรือมีระดับน้ำและอากาศในลำไส้ที่บ่งชี้ถึงการอุดตัน
  • เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan Abdomen): ให้ภาพที่ละเอียดกว่า ช่วยระบุตำแหน่งและสาเหตุของการอุดตันได้อย่างแม่นยำ
  • การตรวจเลือด: เพื่อดูภาวะขาดน้ำ การติดเชื้อ หรือความผิดปกติของเกลือแร่

สำหรับการรักษา คุณหมอจะประเมินตามสาเหตุและความรุนแรงของอาการ เบื้องต้นอาจมีการ:

  • งดน้ำและอาหารทางปาก (NPO): เพื่อให้ลำไส้ได้พัก
  • ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (IV Fluid): เพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำและเกลือแร่
  • ใส่สายยางทางจมูกสู่กระเพาะอาหาร (Nasogastric Tube หรือ NG Tube): เพื่อช่วยดูดของเหลวและก๊าซออกจากกระเพาะอาหารและลำไส้ส่วนต้น ช่วยลดอาการท้องอืดและอาเจียน
  • ยาแก้ปวด: เพื่อบรรเทาอาการปวด
  • การผ่าตัด: ในกรณีที่มีการอุดตันจากกายภาพที่รุนแรง ไม่สามารถแก้ไขด้วยวิธีอื่นได้ การผ่าตัดจะช่วยกำจัดสิ่งอุดตันหรือแก้ไขปัญหาของลำไส้ที่ผิดปกติไป

จำไว้เสมอว่า อาการอาเจียนร่วมกับไม่ขับถ่ายอุจจาระ เป็นสัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกว่ามีปัญหาเร่งด่วนเกิดขึ้น อย่าละเลย รีบไปพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงทีเสมอ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ