ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ตรวจขึ้นสองขีด ขีดแดงชัดเจน แต่ผ่านไปไม่กี่วันกลับเริ่มมีเลือดออกกะปริบกะปรอย หรือรู้สึกปวดเกร็งท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่ง ปัญหาเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณหมอมักจะได้ยินคนไข้มาปรึกษาอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งหนึ่งในภาวะที่ต้องรีบตรวจหาสาเหตุอย่างเร่งด่วนคือภาวะการตั้งครรภ์นอกมดลูก

การวินิจฉัยภาวะการตั้งครรภ์นอกมดลูกไม่ได้พึ่งพาเพียงการตรวจปัสสาวะธรรมดา เพราะตัวอ่อนไม่ได้ไปฝังตัวในโพรงมดลูกตามปกติ แต่อาจไปตกฟากและเติบโตอยู่บริเวณท่อนำไข่ การตรวจยืนยันจึงต้องใช้ทั้งการซักประวัติ การตรวจเลือด และการอัลตราซาวนด์ควบคู่กันไป เพื่อความถูกต้องและปลอดภัยสูงสุด

เมื่อไหร่ที่ต้องสงสัยว่าอาจเป็นภาวะตั้งครรภ์นอกมดลูก?

โดยทั่วไปแล้ว เมื่อมีการตั้งครรภ์ ตัวอ่อนควรจะเดินทางมาฝังตัวในโพรงมดลูก แต่ในกรณีที่ตั้งครรภ์นอกมดลูก ตัวอ่อนมักจะไปหยุดและฝังตัวที่ท่อนำไข่ อาการที่มักทำให้ต้องเฉลียวใจและนำมาสู่การตรวจ ได้แก่:

  • ขาดประจำเดือนร่วมกับตรวจขึ้นสองขีด แต่มีอาการปวดท้องน้อย โดยเฉพาะการปวดแปลบข้างใดข้างหนึ่ง
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ อาจเป็นเลือดสีน้ำตาล เลือดกะปริบกะปรอย หรือเลือดสีแดงสดที่ไม่เหมือนประจำเดือนปกติ
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือเป็นลม ซึ่งอาจเกิดจากการเสียเลือดภายในช่องท้องโดยไม่รู้ตัว

ขั้นตอนแรกของการตรวจ: ดูระดับฮอร์โมน hCG ในเลือด

การเจาะเลือดตรวจหาค่าฮอร์โมน Beta-hCG (Human Chorionic Gonadotropin) เป็นหัวใจสำคัญแรกในขั้นตอนการวินิจฉัยภาวะการตั้งครรภ์นอกมดลูก ฮอร์โมนนี้สร้างจากรกของการตั้งครรภ์ การดูเพียงค่าตัวเลขเดี่ยวๆ อาจยังบอกไม่ได้ชัดเจนว่าตัวอ่อนอยู่ที่ไหน แต่การดูแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนจะให้ข้อมูลสำคัญมาก

ทำไมหมอต้องนัดเจาะเลือดซ้ำทุก 48 ชั่วโมง?

ในการตั้งครรภ์ปกติในโพรงมดลูก ระดับฮอร์โมน hCG จะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว (อย่างน้อย 35% ถึง 50% ขึ้นไป) ทุกๆ 48 ชั่วโมง แต่สำหรับการตั้งครรภ์นอกมดลูก เนื่องจากตัวอ่อนเติบโตได้ไม่ดีในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม ระดับฮอร์โมนมักจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย หรือเพิ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ปกติ การตรวจเลือดห่างกัน 48 ชั่วโมงจึงช่วยให้หมอเปรียบเทียบแนวโน้มการเติบโตได้อย่างแม่นยำ

อัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด: เครื่องมือสำคัญที่ช่วยยืนยันตำแหน่งการฝังตัว

การทำอัลตราซาวนด์ผ่านทางช่องคลอด (Transvaginal Ultrasound) เป็นวิธีที่มีความแม่นยำสูง และดีกว่าการอัลตราซาวนด์ผ่านทางหน้าท้องในระยะแรกของการตั้งครรภ์ หมอจะใช้หัวตรวจขนาดเล็กใส่เข้าทางช่องคลอดเพื่อดูสิ่งเหล่านี้:

  • พบถุงการตั้งครรภ์ในโพรงมดลูกหรือไม่: หากอายุครรภ์ราว 5-6 สัปดาห์ และระดับ hCG สูงเกิน 1,500 - 2,000 mIU/mL แต่ยังไม่พบถุงการตั้งครรภ์ในมดลูก มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นการตั้งครรภ์นอกมดลูก
  • พบก้อนผิดปกติบริเวณท่อนำไข่หรือรังไข่หรือไม่: บางครั้งสามารถเห็นถุงการตั้งครรภ์หรือหัวใจตัวอ่อนเต้นอยู่บริเวณท่อนำไข่ได้โดยตรง
  • มีของเหลวหรือเลือดสะสมในอุ้งเชิงพานหรือไม่: การพบเลือดในช่องท้องแสดงว่าอาจเกิดการร่วงหรือแตกของท่อนำไข่แล้ว

ตรวจภายในและตรวจร่างกาย: ประเมินความเสี่ยงและภาวะเลือดออกในช่องท้อง

การตรวจร่างกายเบื้องต้น หมอจะกดดูบริเวณท้องน้อยว่ามีความเจ็บปวดเฉพาะจุดหรือไม่ พร้อมทั้งการตรวจภายในเพื่อดูว่ามีเลือดออกจากปากมดลูกมากน้อยเพียงใด และเมื่อขยับปากมดลูกหรือกดบริเวณปีกมดลูก คนไข้มีอาการเจ็บปวดเกร็งหรือไม่ ซึ่งเป็นสัญญาณของอาการอักเสบ หรือการดึงรั้งของท่อนำไข่ที่มีตัวอ่อนฝังตัวอยู่

ถ้าตรวจแล้วยังไม่ชัดเจน หมอมีแนวทางดูแลต่ออย่างไร?

ในบางกรณีที่อายุครรภ์ยังน้อยมากๆ อัลตราซาวนด์อาจยังมองไม่เห็นอะไร และระดับฮอร์โมน hCG ก็ยังไม่สูงพอ สภาพนี้เรียกว่าการตั้งครรภ์ที่ยังไม่ทราบตำแหน่ง (Pregnancy of Unknown Location) แนวดำเนินการของหมอคือ:

  • ติดตามอาการอย่างใกล้ชิด: นัดตรวจเลือดและทำอัลตราซาวนด์ซ้ำในอีก 48-72 ชั่วโมง
  • ให้คำแนะนำเรื่องสัญญาณอันตราย: หากมีอาการปวดท้องรุนแรงขึ้น ต้องรีบมาพบแพทย์ทันที
  • การผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopy): ในกรณีที่คนไข้มีอาการปวดท้องมาก สัญญาณชีพไม่คงที่ หรือสงสัยว่าท่อนำไข่แตก หมออาจพิจารณาผ่าตัดส่องกล้องเพื่อเข้าไปดูในอุ้งเชิงพานโดยตรง ซึ่งนอกจากจะใช้ในการวินิจฉัยแล้ว ยังสามารถทำการรักษาไปพร้อมกันได้ทันที

อาการแบบไหนที่ต้องรีบมาโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอนัด?

หากอยู่ระหว่างการติดตามผลตรวจ แล้วเกิดอาการเหล่านี้ ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ท่อนำไข่อาจจะแตกและมีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก:

  • ปวดเกร็งท้องน้อยอย่างรุนแรงฉับพลัน ปวดปรี๊ดเหมือนมีอะไรแทง
  • ปวดร้าวขึ้นไปที่บริเวณสะบักหรือไหล่ (เกิดจากเลือดในช่องท้องไปกดระคายเคืองกระบังลม)
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด สับสน หรือหมดสติ
  • เหงื่อออกตัวเย็น ใจสั่น ตัวซีด

ภาวะการตั้งครรภ์นอกมดลูก ยิ่งตรวจพบได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มความปลอดภัยและรักษาได้ง่ายขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยการผ่าตัดใหญ่เสมอไป หากเริ่มสงสัย หรือมีอาการผิดปกติหลังตรวจพบการตั้งครรภ์ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้องและทันท่วงที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down