ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่คนไข้โรคเบาหวานเดินเข้ามาปรึกษาหมอด้วยอาการปวดข้อมือ ชาปลายนิ้ว หรือรู้สึกเหมือนมีไฟช็อตแปลบๆ ที่มือ หลายคนมักเข้าใจว่าเป็นแค่การใช้งานมือหนักเกินไปหรือนิ้วล็อกธรรมดา แต่จริงๆ แล้ว อาการปวดข้อมือจากโรคเบาหวานที่มีภาวะปลายประสาทอักเสบนั้นมีที่มาที่ซับซ้อนกว่านั้น และหากปล่อยทิ้งไว้ อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันมากกว่าที่คิด

ทำไมคนเป็นเบาหวานถึงมักมีอาการปวดข้อมือตามมา

เมื่อน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน น้ำตาลจะเข้าไปทำลายหลอดเลือดเล็กๆ ที่ไปหล่อเลี้ยงเส้นประสาท ส่งผลให้เส้นประสาทส่วนปลายเสื่อมสภาพและทำงานผิดปกติ นอกจากนี้ ระดับน้ำตาลที่สูงยังกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อรอบๆ เส้นเอ็นบริเวณข้อมือ ทำให้เกิดภาวะพังผืดทับเส้นประสาทได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ แต่เป็นผลพวงจากสภาวะน้ำตาลสะสมที่ค้างอยู่ในร่างกายมานาน

สัญญาณเตือนที่บอกว่าข้อมือเราเริ่มมีปัญหา

สังเกตได้ไม่ยากหากเริ่มมีอาการดังต่อไปนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ:

  • รู้สึกชาหรือยิบๆ เหมือนเข็มตำที่บริเวณนิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง
  • มีอาการปวดร้าวจากข้อมือขึ้นไปที่แขน โดยเฉพาะในเวลากลางคืนหรือตอนตื่นนอน
  • หยิบจับของชิ้นเล็กๆ แล้วทำหล่นบ่อย หรือรู้สึกว่ามือไม่มีแรง
  • กล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วโป้งเริ่มลีบเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด

ความสัมพันธ์ระหว่างปลายประสาทอักเสบกับอาการปวดข้อมือ

เมื่อปลายประสาทอักเสบ ร่างกายจะส่งสัญญาณความเจ็บปวดที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม สำหรับคนเป็นเบาหวาน เส้นประสาทที่ถูกทำลายจะไวต่อความรู้สึกมากกว่าปกติ ทำให้การเคลื่อนไหวข้อมือเพียงเล็กน้อยก็รู้สึกเจ็บรุนแรง หรือบางครั้งอาการปวดก็อาจเกิดขึ้นได้เองแม้ไม่ได้ขยับมือ นอกจากนี้เนื้อเยื่อที่บวมจากการอักเสบยังไปกดทับเส้นประสาทหลักที่ข้อมือซ้ำเข้าไปอีก กลายเป็นวงจรความเจ็บปวดที่แก้ได้ยากหากไม่คุมระดับน้ำตาลควบคู่ไปกับการรักษาอาการทางกายภาพ

จัดการอาการปวดข้อมือด้วยตัวเองอย่างไรให้เบาลง

สิ่งสำคัญที่สุดคือการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เข้าสู่เกณฑ์ปกติ เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นประสาทถูกทำลายไปมากกว่าเดิม ส่วนการดูแลเฉพาะที่สามารถทำได้ ดังนี้:

  • ปรับท่านั่งทำงานหรือใช้คอมพิวเตอร์ให้ข้อมืออยู่ในแนวตรง ไม่พับงอจนเกินไป
  • สวมอุปกรณ์พยุงข้อมือในช่วงกลางคืน เพื่อป้องกันการพับข้อมือขณะหลับ
  • ออกกำลังกายยืดเหยียดมือเบาๆ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของเส้นเอ็น
  • หากมีอาการปวดบวมเฉียบพลัน การประคบเย็นสามารถช่วยลดการอักเสบของเส้นเอ็นได้ชั่วคราว

เมื่อไหร่ที่อาการแบบนี้ต้องรีบมาพบหมอ

หากลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการเหล่านี้อย่ารอช้า:

  • นิ้วมือเริ่มมีความรู้สึกชาตลอดเวลาจนเสียการรับรู้สัมผัส
  • กล้ามเนื้อบริเวณมือเริ่มฝ่อหรือลีบลงจนเห็นชัด
  • ความเจ็บปวดรบกวนการนอนหลับจนคุณภาพชีวิตแย่ลง
  • มีอาการปวดบวมแดงร้อนบริเวณข้อมือ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อแทรกซ้อนที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down