ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลาที่ตรวจเจอไวรัสตับอักเสบชนิดบี หลายคนมักจะตกใจและกังวลว่าชีวิตต่อจากนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร ต้องกินยาไปตลอดชีวิตไหม หรือตับจะพังหรือเปล่า หมอเข้าใจความรู้สึกนี้ดีครับ เพราะในห้องตรวจ หมอต้องเจอคำถามเหล่านี้จากคนไข้แทบทุกวัน

โรคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากเราเข้าใจวิธีดูแลตัวเองและทำความเข้าใจเรื่องการใช้ยาต้านไวรัสตับอักเสบชนิดบีอย่างถูกต้อง วันนี้หมอเลยอยากชวนมาคุยกันแบบสบายๆ เหมือนนั่งคุยกันในห้องตรวจ เพื่อให้ทุกคนหายสงสัยและคลายความกังวลครับ

ตับอักเสบเรื้อรังแบบนี้ ทำไมถึงต้องรีบกินยาตับ?

เป้าหมายหลักของการรักษาด้วยยาไม่ใช่แค่การกินยาไปวันๆ แต่เราต้องการกดเจ้าเชื้อไวรัสตัวนี้ให้อยู่หมัด เพื่อไม่ให้มันไปทำลายเซลล์ตับจนเกิดเป็นพังผืด ตับแข็ง หรือพัฒนากลายเป็นมะเร็งตับในอนาคต

ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ติดเชื้อจะต้องกินยาทุกคนนะครับ หมอจะพิจารณาจากหลายปัจจัยร่วมกัน เช่น ปริมาณไวรัสในเลือด ระดับการอักเสบของตับ และสภาพเนื้อตับในปัจจุบัน บางคนแค่เจาะเลือดติดตามอาการทุก 6 เดือนก็พอ แต่บางคนที่มีเชื้อแอคทีฟมาก หมอก็จะแนะนำให้เริ่มยาเพื่อความปลอดภัยระยะยาว

เช็คลิสต์ยาต้านไวรัสที่มีในปัจจุบัน ต่างกันอย่างไรบ้าง?

ยาต้านไวรัสตับอักเสบชนิดบีในปัจจุบันพัฒนาไปไกลมากแล้วครับ แบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ที่เราใช้กันบ่อย ดังนี้

  • ยากลุ่มรับประทาน (Oral Antivirals): เป็นยาเม็ดที่กินวันละครั้ง ข้อดีคือใช้ง่าย ผลข้างเคียงน้อยมาก และช่วยลดปริมาณไวรัสได้อย่างรวดเร็ว
  • ยาฉีดกลุ่ม Interferon: เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนไข้บางกลุ่ม ข้อดีคือมีโอกาสหายขาดสูงกว่า แต่มีผลข้างเคียงค่อนข้างเยอะ เช่น ไข้ ปวดเมื่อย หรือมีภาวะซึมเศร้า หมอจึงต้องเลือกใช้เป็นรายบุคคลไป

เรื่องสำคัญที่คนไข้ชอบลืม: ทำไมห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด?

ข้อนี้หมอต้องเน้นย้ำตัวหนาๆ เลยครับ การกินยาต้านไวรัสเป็นการควบคุมเชื้อให้อยู่ในความสงบ ไม่ได้หมายความว่ากินครบปีสองปีแล้วเชื้อจะหายเกลี้ยงจากร่างกาย

ถ้าคนไข้เกิดเบื่อแล้วหยุดยาเอง สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ เชื้อไวรัสที่เคยหลับอยู่จะตื่นขึ้นมาอาละวาดอย่างรวดเร็ว ทำให้ตับอักเสบรุนแรงเฉียบพลัน เหลือง ตาเหลือง หรือบางรายตับวายจนต้องนอนโรงพยาบาลมานักต่อนักแล้ว ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติหรืออยากปรับเปลี่ยนการรักษา ต้องปรึกษาหมอเจ้าของไข้ก่อนเสมอ

ผลข้างเคียงที่ต้องรู้และการปฏิบัติตัวระหว่างกินยา

โดยทั่วไปยาต้านไวรัสรุ่นใหม่ๆ ปลอดภัยสูงมากครับ ตับและไตรับมือได้ดี แต่หมอก็ยังนัดตรวจเลือดเป็นระยะเพื่อเช็คการทำงานของไตและปริมาณไวรัส

สิ่งที่คนไข้ควรทำควบคู่กันไปกับการกินยาคือ การงดแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด เพราะแอลกอฮอล์คือตัวการร้ายที่ทำงานร่วมกับไวรัสในการทำลายตับให้พังเร็วขึ้น รวมถึงการหลีกเลี่ยงยาชุด ยาแก้ปวดบางชนิด หรือสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐานที่อาจมีพิษต่อตับ

สรุปจากใจหมอ: อยู่ร่วมกับไวรัสตับอักเสบ B ได้อย่างมีความสุข

การตรวจพบไวรัสตับอักเสบชนิดบีไม่ใช่จุดจบของโลกครับ แค่เรามีวินัยในการกินยา ไปพบแพทย์ตามนัดสม่ำเสมอ และดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เราก็สามารถใช้ชีวิต ทำงาน และมีความสุขได้เหมือนคนปกติทั่วไปเลยครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down