ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่หลายคนคงเคยได้ยินหรือกังวลกับ “โรคมือเท้าปาก” กันอยู่แล้วใช่ไหมครับ? เป็นโรคที่ระบาดในโรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็กได้บ่อยๆ แต่เคยสงสัยไหมว่าอาการของโรคมือเท้าปากในเด็กเล็กมากๆ อย่างทารกแรกเกิด หรือเด็กวัยก่อนเข้าเรียนที่ยังพูดไม่ได้ กับเด็กโตที่พูดได้ สื่อสารรู้เรื่องนั้นแตกต่างกันอย่างไร และทำไมหมอถึงมักจะเตือนให้ระมัดระวังในเด็กเล็กเป็นพิเศษ วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ กันครับ

โรคมือเท้าปากคืออะไรกันนะ? มาทำความรู้จักกันก่อน

โรคมือเท้าปาก หรือ Hand, Foot, and Mouth Disease (HFMD) เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสกลุ่มเอนเทอโรไวรัสครับ ที่พบบ่อยคือ Coxsackievirus A16 และ Enterovirus 71 (EV71) ซึ่งตัวหลังนี่แหละที่เป็นตัวร้าย มักทำให้เกิดอาการรุนแรงกว่าปกติ

อาการทั่วไปที่เราคุ้นเคยกันคือ มีไข้ เจ็บคอ มีผื่นแดงหรือตุ่มน้ำใสขึ้นตามมือ เท้า และในช่องปาก บางคนอาจมีแผลในปากทำให้กินอาหารหรือนมได้น้อยลง

ทำไมอาการโรคมือเท้าปากในเด็กเล็กกับเด็กโตถึงไม่เหมือนกัน?

จริงๆ แล้วกลไกการเกิดโรคก็คล้ายกันครับ คือการติดเชื้อไวรัสตัวเดียวกัน แต่ที่อาการต่างกันได้ ส่วนใหญ่มาจากสองเหตุผลหลักๆ คือ ภูมิต้านทานของร่างกาย และ ความสามารถในการสื่อสารอาการ ของเด็กแต่ละวัย

ภูมิต้านทานที่ไม่เท่ากัน: หัวใจสำคัญของความแตกต่าง

  • ทารกแรกเกิดและเด็กเล็กมากๆ: เด็กวัยนี้ภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรงสมบูรณ์เท่าเด็กโต ยิ่งถ้าเป็นทารกแรกเกิดยิ่งมีความเปราะบาง หากได้รับเชื้อไวรัสเข้าไป ร่างกายอาจตอบสนองต่อเชื้ออย่างรุนแรงกว่า และอาจลุกลามไปยังอวัยวะสำคัญอื่นๆ ได้ง่ายกว่า ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอันตราย เช่น สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ หรือภาวะน้ำท่วมปอดได้
  • เด็กโต: มีภูมิต้านทานที่พัฒนามาดีกว่า ทำให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อได้ดีกว่า อาการจึงมักจะไม่รุนแรงเท่าเด็กเล็ก และโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงก็ต่ำกว่าครับ

การสื่อสารอาการ: อีกหนึ่งปัจจัยที่คุณแม่ต้องเข้าใจ

  • ทารกแรกเกิดและเด็กเล็กมากๆ: เด็กวัยนี้ยังพูดไม่ได้ เวลาไม่สบายก็จะแสดงออกผ่านการร้องไห้ งอแง หรืออาการทางกายภาพอื่นๆ ที่คุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกตเอาเอง เช่น ซึมลง ไม่ยอมกินนม อาเจียน ท้องเสีย ซึ่งบางครั้งอาการเหล่านี้อาจดูไม่จำเพาะเจาะจง ทำให้วินิจฉัยและให้ความช่วยเหลือล่าช้า
  • เด็กโต: สามารถสื่อสารความรู้สึกได้ เช่น "หนูเจ็บคอ" "ในปากเป็นแผล" หรือ "ปวดตรงมือ" ทำให้คุณหมอและคุณพ่อคุณแม่เข้าใจอาการและให้การดูแลที่ตรงจุดได้ง่ายขึ้น

สังเกตอาการโรคมือเท้าปากใน “ทารกแรกเกิด” (0-3 เดือน) อย่างไรดี?

ในทารกแรกเกิด อาการมักจะรุนแรงและสังเกตได้ยากกว่าเด็กโตครับ คุณพ่อคุณแม่ต้องละเอียดเป็นพิเศษ

  • ไข้สูงและซึมลง: สัญญาณอันตรายที่มองข้ามไม่ได้
    ทารกอาจมีไข้สูง ตัวร้อนจัด และที่สำคัญคือ มีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่เล่น ไม่อมยิ้ม ตอบสนองช้าลง อาจปลุกตื่นยาก หรือดูเหนื่อยง่ายผิดปกติ
  • ทานนมยาก ตัวเหลือง: อาการที่บ่งบอกว่าลูกไม่สบายหนัก
    อาจไม่ยอมดูดนม หรือดูดได้น้อยลงมากๆ น้ำหนักลด ปัสสาวะน้อยลง บางรายอาจมีอาการตัวเหลืองตาเหลืองร่วมด้วย
  • ผื่นและแผล: ตำแหน่งและลักษณะที่ต่างจากเด็กโต
    ผื่นอาจไม่ได้ขึ้นแค่ที่มือ เท้า ปากเท่านั้น แต่อาจขึ้นกระจายทั่วตัว โดยเฉพาะตามลำตัว ก้น หรือแม้แต่ใบหน้า ตุ่มน้ำอาจมีขนาดใหญ่กว่า และอาจแตกเป็นแผลในปาก ทำให้เจ็บปวดมาก ทานอะไรไม่ได้เลย
  • หายใจผิดปกติ: บางรายอาจมีอาการหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หรือหายใจลำบาก ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกถึงภาวะแทรกซ้อนที่ปอด

อาการโรคมือเท้าปากใน “เด็กโต” (อายุ 1 ปีขึ้นไป) เป็นอย่างไร?

ในเด็กโต อาการมักจะเป็นไปตามตำรามากกว่า และโดยรวมมักไม่รุนแรงเท่าทารกแรกเกิดครับ

  • เจ็บคอ ปากเปื่อย: อาการที่พบบ่อยและสังเกตง่าย
    เด็กมักจะบ่นเจ็บคอ ไม่อยากอาหาร อาจมีแผลร้อนในคล้ายแผลเปื่อยในช่องปากและลำคอ ทำให้กลืนลำบาก
  • ผื่นขึ้นมือ เท้า ก้น: ลักษณะเฉพาะที่เห็นชัดเจน
    จะมีตุ่มแดงเล็กๆ หรือตุ่มน้ำใสๆ ขึ้นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่บริเวณก้นได้ด้วย ผื่นเหล่านี้มักไม่คัน แต่อาจเจ็บเล็กน้อยเมื่อสัมผัส
  • โดยรวมมักไม่อันตราย แต่ก็ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด
    ส่วนใหญ่แล้ว เด็กโตที่เป็นโรคมือเท้าปากมักจะหายได้เองภายใน 7-10 วัน ด้วยการดูแลตามอาการ เช่น ให้ยาลดไข้ แก้ปวด ให้จิบน้ำบ่อยๆ และให้ทานอาหารอ่อนๆ ที่กลืนง่าย

เมื่อไหร่ที่คุณแม่ควรรีบพาไปหาหมอ? สัญญาณเตือนที่ต้องใส่ใจ

ไม่ว่าลูกน้อยจะอยู่ในวัยใด หากมีอาการเหล่านี้ คุณพ่อคุณแม่ควรรีบพาไปพบแพทย์ทันที ไม่ต้องรอช้า:

  • ไข้สูงมากติดต่อกันหลายวัน หรือไข้สูงร่วมกับอาการชัก
  • ซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ปลุกตื่นยาก งอแงผิดปกติ ไม่เล่น ไม่ตอบสนอง
  • อาเจียนไม่หยุด หรือมีอาการอาเจียนรุนแรง
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจลำบาก
  • มีอาการปวดศีรษะรุนแรง คอแข็ง
  • เดินเซ สั่น หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

การดูแลลูกน้อยเมื่อเป็นโรคมือเท้าปากที่บ้าน

เมื่อลูกเป็นโรคมือเท้าปาก การดูแลประคับประคองอาการเป็นสิ่งสำคัญครับ

  • ให้ยาลดไข้แก้ปวด: ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร
  • จิบน้ำบ่อยๆ: เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • ทานอาหารอ่อน: รสไม่จัด ไม่ร้อน ไม่เผ็ด เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุป ไอศกรีม หรือนมเย็นๆ เพื่อลดอาการเจ็บแผลในปาก
  • พักผ่อนให้เพียงพอ: งดออกไปเล่นหรือไปโรงเรียน เพื่อฟื้นฟูร่างกายและป้องกันการแพร่เชื้อ

สิ่งสำคัญที่พ่อแม่ต้องจำ: สุขอนามัยและป้องกันการแพร่เชื้อ

โรคมือเท้าปากติดต่อกันได้ง่ายมากครับ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก การล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์ ทั้งของเด็กและผู้ดูแล เป็นสิ่งสำคัญที่สุด อย่าลืมทำความสะอาดของเล่น ของใช้ ที่ลูกสัมผัสบ่อยๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และควรให้ลูกหยุดเรียนหรือหยุดไปสถานรับเลี้ยงเด็กจนกว่าจะหายดี เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่เด็กคนอื่นๆ นะครับ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ทุกคนนะครับ หากมีข้อสงสัยหรือกังวลเรื่องสุขภาพของลูกน้อยเมื่อไหร่ อย่าลังเลที่จะปรึกษาคุณหมอใกล้บ้านได้เลยครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down