ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่แล้ว ไม่มีอะไรน่าตกใจไปกว่าการเปิดผ้าอ้อมของลูกน้อยวัยขวบปีแรก แล้วพบว่ามีเลือดปนออกมากับอุจจาระ ยิ่งถ้าเจ้าตัวเล็กไม่มีอาการไข้ ไม่ได้ร้องงอแงงอเข่าเหมือนปวดท้องรุนแรง ก็ยิ่งสร้างความสับสนปนกังวลใจว่าเกิดอะไรขึ้นในร่างกายของเขากันแน่ หนึ่งในสาเหตุสำคัญทางศัลยกรรมเด็กที่หมอมักจะตรวจพบในกรณีแบบนี้คือ โรคลำไส้อักเสบชนิดเมคเคลในทารก ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่ได้พบบ่อยจนน่าตื่นตระหนก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องรวดเร็ว

ถุงเนื้อส่วนเกินที่หลงเหลือมาตั้งแต่ในท้องแม่: จุดเริ่มต้นของโรคลำไส้อักเสบชนิดเมคเคลในทารก

เพื่อความเข้าใจที่ง่ายขึ้น หมออยากชวนคุณพ่อคุณแม่ย้อนกลับไปในช่วงที่ลูกน้อยยังเป็นตัวอ่อนอยู่ในครรภ์ ในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของการตั้งครรภ์ จะมีท่อเชื่อมต่อระหว่างลำไส้ของทารกกับถุงไข่แดงเพื่อส่งผ่านอาหาร ท่อนี้ควรจะฝ่อและปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์ภายในสัปดาห์ที่เจ็ดของการตั้งครรภ์

แต่ในเด็กบางคน (พบได้ประมาณร้อยละสองของประชากร) ท่อนี้กลับปิดไม่สนิทและหลงเหลือเป็นถุงเนื้อเล็กๆ โป่งออกออกมาจากผนังของลำไส้เล็กส่วนปลาย ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า ถุงเนื้อเมคเคล (Meckel's Diverticulum) ถุงเนื้อนี้เปรียบเสมือนแขกที่ไม่ได้รับเชิญ หากมันอยู่เฉยๆ ก็จะไม่ก่อปัญหาใดๆ แต่เมื่อใดก็ตามที่เนื้อเยื่อภายในถุงนั้น (ซึ่งมักจะเป็นเนื้อเยื่อประเภทเดียวกับกระเพาะอาหารหรือตับอ่อน) เริ่มหลั่งกรดออกมาทำลายผนังลำไส้รอบๆ ก็จะทำให้เกิดการอักเสบ เป็นแผล และมีเลือดออก จนกลายเป็นภาวะที่เรียกว่า โรคลำไส้อักเสบชนิดเมคเคลในทารก นั่นเอง

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ฟ้องว่าลูกอาจกำลังเผชิญกับโรคนี้?

อาการของโรคลำไส้อักเสบชนิดนี้มีความเฉพาะตัวค่อนข้างสูง แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถเลียนแบบโรคระบบทางเดินอาหารอื่นๆ ได้เช่นกัน หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่สังเกตอาการสำคัญเหล่านี้อย่างใกล้ชิด

1. ถ่ายเป็นเลือดสีแดงคล้ำหรือสีคล้ายอิฐมอญ โดยไม่มีอาการเจ็บปวด

นี่คืออาการแสดงที่พบบ่อยที่สุดและเป็นเอกลักษณ์ของโรคนี้ เลือดที่ปนออกมามักจะมีปริมาณค่อนข้างมาก มีสีแดงเข้ม แดงคล้ำ หรือคล้ายสีอิฐปนอยู่ในอุจจาระ ที่สำคัญคือทารกมักจะไม่แสดงอาการปวดเกร็งหน้าท้องขณะถ่ายเลย เนื่องจากแผลที่เกิดขึ้นจากกรดกัดนั้นอยู่ในลำไส้ส่วนที่ไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวดแบบฉับพลัน

2. อาการปวดท้องอย่างรุนแรงเฉียบพลัน คล้ายไส้ติ่งอักเสบ

หากถุงเนื้อนี้เกิดการอักเสบและติดเชื้อรุนแรง (Diverticulitis) ทารกจะมีอาการปวดท้องรุนแรง ตัวร้อน มีไข้ และงอแงอย่างหนักเมื่อไปกดโดนบริเวณท้องน้อยด้านขวา ซึ่งอาการนี้จะแยกได้ยากมากจากโรคไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน และมักต้องอาศัยการผ่าตัดเพื่อเข้าไปตรวจสอบและแก้ไข

3. ท้องอืด อาเจียนบ่อย จากภาวะลำไส้อุดตัน

ในบางกรณี ถุงเนื้อเมคเคลอาจเป็นต้นเหตุทำให้ลำไส้เกิดการบิดขั้ว หรือเป็นตัวดึงรั้งทำให้ลำไส้กลืนกันเอง (Intussusception) ส่งผลให้อาหารและน้ำไม่สามารถเคลื่อนผ่านลำไส้ได้ตามปกติ ลูกจะมีอาการท้องอืดอย่างเห็นได้ชัด อาเจียนออกมาเป็นสีเขียวของน้ำดี และร้องไห้จ้าเป็นพักๆ ทุกๆ สิบถึงสิบห้านาที

เมื่อพาลูกมาโรงพยาบาล หมอจะตรวจหาและรักษาโรคนี้อย่างไร?

เนื่องจากตัวถุงเนื้อเมคเคลมีขนาดเล็กมาก การตรวจอัลตราซาวนด์ช่องท้องหรือการเอกซเรย์ทั่วไปมักจะมองเห็นได้ยาก หมอจึงมีขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่เป็นมาตรฐานดังนี้

  • การตรวจสแกนพิเศษ (Meckel's Scan): เป็นการฉีดสารทึบแสงปริมาณต่ำมากที่ปลอดภัยเข้าทางหลอดเลือดดำ เพื่อจับกลุ่มกับเนื้อเยื่อกระเพาะอาหารที่อยู่ผิดที่ในถุงเนื้อนี้ ทำให้เราสามารถเห็นตำแหน่งของถุงเนื้อเมคเคลได้อย่างชัดเจนผ่านกล้องสแกนพิเศษ
  • การรักษาด้วยการผ่าตัด: หากตรวจพบว่ามีการอักเสบหรือมีเลือดออกรุนแรง วิธีการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดและหายขาดคือการผ่าตัดเอาถุงเนื้อส่วนเกินนี้ออกไป ในปัจจุบันศัลยแพทย์เด็กสามารถเลือกใช้วิธีการผ่าตัดผ่านกล้องขนาดเล็ก (Laparoscopic Surgery) ซึ่งช่วยให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กมาก ลูกจะเจ็บแผลน้อยลงและฟื้นตัวกลับบ้านได้เร็วขึ้น

วิธีดูแลและประคับประคองร่างกายของเจ้าตัวเล็กหลังการผ่าตัด

การดูแลลูกน้อยหลังการผ่าตัดรักษา โรคลำไส้อักเสบชนิดเมคเคลในทารก ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลจนเกินไป หากคุณพ่อคุณแม่เข้าใจหลักการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง

ในช่วงสองสามวันแรกหลังการผ่าตัด ลำไส้ของลูกยังต้องการเวลาในการพักฟื้น หมอจะให้งดน้ำและอาหารชั่วคราวและทดแทนด้วยการให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ เมื่อลำไส้เริ่มกลับมาทำงาน มีการผายลมหรือถ่ายอุจจาระ หมอจึงจะค่อยๆ ให้เริ่มจิบน้ำ นมแม่ หรือนมสูตรพิเศษทีละน้อย เพื่อไม่ให้ลำไส้ทำงานหนักเกินไป

เมื่อกลับมาพักฟื้นที่บ้าน สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือการดูแลแผลผ่าตัดให้แห้งและสะอาดอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงไม่ให้ผ้าอ้อมหรือปัสสาวะไปเปียกชื้นโดนแผล และคอยสังเกตอาการผิดปกติ เช่น หากลูกมีไข้สูง ท้องอืดขึ้นเรื่อยๆ อาเจียน หรือแผลมีลักษณะบวมแดงและมีหนองไหล ต้องรีบพาลูกกลับมาพบแพทย์ทันที

สุดท้ายนี้ หมออยากให้ความมั่นใจกับคุณพ่อคุณแม่ว่า โรคลำไส้อักเสบชนิดเมคเคลในทารก นั้น เมื่อได้รับการผ่าตัดรักษาเอาถุงเนื้อส่วนเกินออกไปแล้ว ลำไส้ส่วนที่เหลือจะสามารถทำงานและดูดซึมสารอาหารได้ตามปกติอย่างสมบูรณ์ เจ้าตัวเล็กจะสามารถเจริญเติบโต มีพัฒนาการที่สมวัย และแข็งแรงดีเหมือนเด็กทั่วไป โดยไม่มีผลกระทบระยะยาวต่อระบบทางเดินอาหารในอนาคต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down