ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

หลายครั้งที่เรามักจะเห็นคนใกล้ตัว หรือแม้แต่ตัวเราเอง เผลอระเบิดอารมณ์โมโหร้ายใส่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แบบที่ตัวเราเองก็ยังตกใจว่าทำไมถึงฟิวส์ขาดได้รุนแรงขนาดนั้น หลายคนมักมองว่าเป็นเรื่องของนิสัยใจคอหรือความอดทนต่ำ แต่ในมุมมองของแพทย์แล้ว อาการแบบนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องอารมณ์ชั่ววูบ แต่อาจเป็นสัญญาณของภาวะการระเบิดอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรงที่ซ่อนอยู่

ทำไมอยู่ๆ ถึงฟิวส์ขาด? ทำความเข้าใจกลไกสมองตอนเราสติหลุด

เวลาที่เราเจอเรื่องมากระทบจิตใจ สมองส่วนที่ทำหน้าที่ประเมินความปลอดภัยและจัดการอารมณ์ ซึ่งก็คือสมองส่วนอะมิกดะลา (Amygdala) จะทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อเตรียมสู้หรือหนี ในภาวะปกติ สมองส่วนหน้า (Prefrontal Cortex) จะทำหน้าที่เป็นเหมือนเบรกคอยดึงสติและยับยั้งไม่ให้เราทำอะไรพังๆ ลงไป

แต่สำหรับคนที่มีภาวะการระเบิดอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรง เบรกตัวนี้มักจะทำงานได้ไม่เต็มที่ เปรียบเหมือนรถที่ขับมาด้วยความเร็วสูงแล้วเบรกแตก ทำให้พลังงานความโกรธพุ่งทะยานออกมาแบบควบคุมไม่ได้ ชั่วพริบตาเดียวก็เผลอทำลายข้าวของ หรือพูดจาทำร้ายจิตใจคนรอบข้างไปเสียแล้ว

สัญญาณเตือนแบบไหนที่บอกว่านี่ไม่ใช่แค่ความโมโหธรรมดา

ความโกรธเป็นอารมณ์ปกติของมนุษย์ที่ใครๆ ก็รู้สึกได้ แต่ถ้ามีลักษณะเหล่านี้ร่วมด้วย อาจต้องเริ่มหันมามองตัวเองอย่างจริงจังแล้ว:

  • โกรธรุนแรงเกินเหตุกับเรื่องเล็กน้อย เช่น ของตกพื้นนิดหน่อย หรือรถติดแค่แป๊บเดียว
  • ระเบิดอารมณ์ออกมาแบบฉับพลันโดยแทบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า
  • หลังอารมณ์สงบลงมักจะรู้สึกผิด เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป แต่ครั้งหน้าก็ยังวนกลับมาเป็นแบบเดิมอีก
  • ส่งผลกระทบชัดเจนต่อความสัมพันธ์ในครอบครัว การทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน

แนวทางดูแลตัวเองและการปรับจูนอารมณ์ให้เย็นลง

การจัดการกับภาวะการระเบิดอารมณ์ฉุนเฉียวรุนแรงไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องอาศัยเวลา แต่เราสามารถฝึกฝนเทคนิคเหล่านี้เพื่อช่วยลดความรุนแรงลงได้:

เทคนิคแยกตัวออกมาก่อนที่ไฟจะลามทุ่ง

ทันทีที่เริ่มรู้สึกว่าความร้อนในตัวพุ่งสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็ว หายใจแรง ให้รีบหาทางปลีกตัวออกจากสถานการณ์ตรงนั้นทันที หรือที่เรียกว่าการ Time-out ให้ตัวเอง เพื่อปล่อยเวลาให้สารเคมีในสมองค่อยๆ ลดระดับความรุนแรงลงอย่างน้อยสิบถึงสิบห้านาที

ฝึกกำหนดลมหายใจดึงสติตอนเริ่มกรุ่นๆ

เมื่อรู้สึกว่าเริ่มหงุดหงิด ให้เปลี่ยนโฟกัสมาที่การหายใจเข้าลึกๆ ทางจมูก นับหนึ่งถึงสี่ กลั้นไว้ครู่หนึ่ง แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกทางปากยาวๆ การทำเช่นนี้จะช่วยส่งสัญญาณบอกสมองส่วนกลางให้รู้ว่าเรากำลังปลอดภัย และช่วยลดการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติที่กำลังตื่นตัวได้ดีมาก

เมื่อไหร่ควรพาตัวเองมาพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา

หากลองปรับพฤติกรรมด้วยตัวเองแล้ว อาการโกรธรุนแรงยังคงเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนกระทบกับคนรอบข้าง หรือเริ่มรู้สึกว่าควบคุมชีวิตตัวเองไม่ได้ การเดินทางมาพบจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและช่วยได้มากที่สุด แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีพูดคุยปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (CBT) หรือใช้ยาช่วยปรับสมดุลสารสื่อประสาทในสมองชั่วคราว เพื่อให้เรากลับมามีชีวิตที่สงบและมีความสุขได้อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down