ตื่นมาเปลี่ยนผ้าอนามัยกลางดึกทุกคืน แบบนี้ปกติหรือเปล่า
เวลาที่รอบเดือนมาทีไร สาวๆ หลายคนมักจะนึกถึงอาการปวดท้องหน่วงๆ หรือความรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจ แต่ถ้าเดือนไหนที่เลือดประจำเดือนไหลออกมาเยอะเสียจนต้องคอยลุกขึ้นมาเปลี่ยนผ้าอนามัยตอนตีสองตีสาม หรือใส่แบบ Super แล้วยังเอาไม่อยู่ ต้องเปลี่ยนทุกๆ ชั่วโมง แบบนี้ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดาที่ปล่อยผ่านได้แล้วครับ ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้เรื่องนี้อยู่บ่อยๆ อยากบอกว่าอาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนจากร่างกายที่กำลังบอกว่า มีความผิดปกติตรงมดลูกหรือฮอร์โมนบางอย่างซ่อนอยู่
สัญญาณเตือนชัดๆ แบบไหนที่เรียกว่าประจำเดือนมามากเกินไป
ในทางการแพทย์ เราไม่ได้วัดปริมาณเลือดประจำเดือนเป็นซีซีแบบเป๊ะๆ เพราะมันยากที่ใครจะมานั่งตวง แต่เราสังเกตจากผลกระทบและลักษณะการไหลในชีวิตประจำวัน ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้เข้าข่ายเลยครับ
- เปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยเกินไป: ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1 ถึง 2 ชั่วโมงติดต่อกันนานหลายชั่วโมง
- ต้องตื่นกลางดึก: ต้องลุกขึ้นมาเปลี่ยนผ้าอนามัยตอนกลางคืนอย่างน้อย 1 ถึง 2 ครั้งเป็นประจำ
- มีลิ่มเลือดก้อนใหญ่: สังเกตเห็นก้อนเลือดประจำเดือนที่มีขนาดใหญ่เท่าเหรียญบาทหรือใหญ่กว่านั้น
- ลากยาวเกินสัปดาห์: รอบเดือนมานานกว่า 7 วันในแต่ละรอบ
- ใช้ผ้าอนามัยสองแผ่นซ้อน: ต้องใส่ทั้งแบบสอดและแบบแผ่น หรือใส่ก๊อปปี้ซ้อนกันเพราะกลัวเอาไม่อยู่
- เหนื่อยง่ายหน้ามืด: มีอาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ หรือหน้ามืดคล้ายจะเป็นลมในช่วงที่มีรอบเดือน ซึ่งมักมาจากภาวะโลหิตจาง
สาเหตุที่ซ่อนอยู่ข้างใน ทำไมรอบเดือนถึงมาเยอะผิดปกติ
เวลาเจอคนไข้ที่มีภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติ หมอจะไม่ได้มองแค่เรื่องฮอร์โมนอย่างเดียวครับ เพราะต้นตอของปัญหานี้มาจากหลายสาเหตุมากๆ ตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงโรคที่ต้องรีบรักษา
ความผิดปกติของมดลูกและเนื้องอก
ตัวการอันดับต้นๆ มักหนีไม่พ้นเนื้องอกมดลูก (Fibroids) หรือติ่งเนื้อในโพรงมดลูก (Polyps) เจ้าก้อนเนื้อเหล่านี้ไม่ใช่มะเร็งส่วนใหญ่ แต่พวกมันชอบไปขวางทางทำให้มดลูกบีบตัวไม่ดี หรือเพิ่มพื้นที่ผิวในโพรงมดลูกทำให้เลือดไหลออกมาเยอะกว่าปกติ นอกจากนี้ยังมีโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ในกล้ามเนื้อมดลูก (Adenomyosis) ที่ทำให้มดลูกหนาตัวขึ้นและบีบตัวรุนแรงเวลาเป็นประจำเดือน
ความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
ฮอร์โมนเพศหญิงอย่างเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนทำหน้าที่ควบคุมความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก ถ้าช่วงไหนฮอร์โมนแกว่ง เช่น ช่วงวัยรุ่นที่เพิ่งเริ่มมีประจำเดือน หรือช่วงก่อนเข้าสู่วัยทอง (Perimenopause) ร่างกายอาจจะไม่มีการตกไข่ ทำให้เยื่อบุโพรงดลูกสะสมตัวหนามากๆ พหลุดลอกออกมาทีเดียวก็เลยกลายเป็นมรสุมเลือดประจำเดือนก้อนใหญ่
โรคประจำตัวและการใช้ยาบางชนิด
บางคนอาจจะมีปัญหาเรื่องการแข็งตัวของเลือดโดยกำเนิด หรือเป็นโรคไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไปก็ส่งผลได้เหมือนกัน หรือแม้แต่การใส่ห่วงคุมกำเนิดแบบทองแดง ก็เป็นสาเหตุคลาสสิกที่ทำให้เลือดประจำเดือนมามากกว่าปกติในช่วงปีแรกๆ ที่ใส่
ผลกระทบระยะยาวถ้าปล่อยไว้ไม่ยอมรักษา
การเสียเลือดปริมาณมากทุกๆ เดือน ไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญใจ แต่มันดึงเอาธาตุเหล็กในร่างกายออกไปเรื่อยๆ จนเกิดภาวะโลหิตจาง (Anemia) คนไข้หลายคนมาหาหมอด้วยอาการเหนื่อยง่าย ใจสั่น หน้าซีด ไม่มีเรี่ยวแรงทำงาน สมองตื้อคิดงานไม่ออก บางคนคิดว่าเป็นเพราะทำงานหนัก แต่พอตรวจเลือดจริงๆ ปรากฏว่าฮีโมโกลบินร่วงลงไปเยอะมากจากการเสียเลือดเรื้อรัง
ตรวจวินิจฉัยอย่างไร และแนวทางรักษาความผิดปกตินี้
เวลามาพบแพทย์ เราไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ ขั้นแรกหมอจะซักประวัติและตรวจภายใน จากนั้นอาจจะมีการอัลตร้าซาวด์อุ้งเชิงกรานเพื่อดูว่ามีเนื้องอก ติ่งเนื้อ หรือความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูกไหม พร้อมกับเจาะเลือดดูว่ามีภาวะซีดร่วมด้วยหรือเปล่า
สำหรับการรักษา คุณหมอจะเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคน เช่น การใช้ยาปรับฮอร์โมนเพื่อควบคุมรอบเดือน การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด การทานยาลดการไหลของประจำเดือนในช่วงที่มีรอบเดือน หรือถ้าตรวจพบเนื้องอกขนาดใหญ่หรือติ่งเนื้อ ก็อาจจะต้องพิจารณาเรื่องการส่องกล้องผ่าตัดเอาออก เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมและคืนชีวิตที่สดใสไร้กังวลให้กลับมา
เมื่อไหร่ที่ควรตัดสินใจไปพบแพทย์ทันที
ถ้าคุณเริ่มมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย อย่ารอให้ถึงรอบเดือนหน้าครับ ให้รีบมาโรงพยาบาลหรือคลินิกทันที
- ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยแบบซกเปียกชุ่มโชกทุกชั่วโมงติดต่อกันนานเกิน 2 ชั่วโมง
- มีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ คล้ายจะเป็นลม หรือใจสั่นเวลาลุกยืน
- มีไข้ร่วมกับอาการปวดท้องน้อยรุนแรงช่วงมีประจำเดือน
- มีเลือดออกกะปริดกะปรอยนอกเหนือจากรอบเดือนปกติ หรือมีเลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์
การสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตัวเองคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด ประจำเดือนไม่ใช่เรื่องน่าอายที่จะพูดถึง และภาวะนี้รักษาให้หายได้ ขอแค่กล้าที่จะปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ ครับ