ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ฝีที่เต้านมไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ทำไมบางคนแค่กินยาก็หาย แต่บางคนต้องเจาะระบาย

เวลาที่มีอาการอักเสบที่เต้านม โดยเฉพาะคุณแม่ที่กำลังให้นมบุตร หรือแม้แต่ผู้หญิงทั่วไปที่อยู่ดีๆ ก็มีก้อนแข็ง ปวด บวมแดงเกิดขึ้น หลายคนมักจะกังวลและกลัวการต้องไปโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัด หลายคนมักถามหมอว่าแค่กินยาปฏิชีวนะไม่พอหรือ ทำไมต้องถึงขั้นเจาะหรือผ่าตัดด้วย จริงๆ แล้วในทางการแพทย์เรามีเกณฑ์การตัดสินใจที่ค่อนข้างชัดเจน เพื่อให้คนไข้หายเร็วที่สุดและลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำครับ

สัญญาณเตือนว่าการกินยาอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

ยาปฏิชีวนะมีหน้าที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรียต้นเหตุ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เชื้อโรคเหล่านั้นก่อตัวเป็นก้อนหนอง (Abscess) ยาจะไม่สามารถซึมผ่านเข้าไปในก้อนหนองนั้นได้ดีพอครับ เพราะผนังของก้อนหนองค่อนข้างหนาและไม่มีเส้นเลือดไปเลี้ยงเหมือนเนื้อเยื่อปกติ ดังนั้น หากคนไข้มีอาการเหล่านี้ หมอจะพิจารณาเรื่องการระบายหนองออกครับ

  • มีก้อนนูนที่คลำได้ชัดเจน และก้อนนั้นมีการเต้นหรือตุบๆ ตามจังหวะชีพจร
  • ผิวหนังบริเวณนั้นแดงจัด ร้อน และเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ
  • ไข้สูงไม่ยอมลดลงแม้จะกินยาฆ่าเชื้อไปแล้ว 48-72 ชั่วโมง
  • มีหนองไหลออกมาจากหัวนมหรือบริเวณผิวหนังเต้านมเอง

เจาะระบายหรือผ่าตัดเลือกวิธีไหนดีกว่ากัน

ในปัจจุบันเรามีสองทางเลือกหลักสำหรับการจัดการกับฝี ซึ่งหมอจะพิจารณาจากขนาดและตำแหน่งของฝีเป็นหลักครับ

การใช้เข็มเจาะดูดหนองออก (Needle Aspiration)

วิธีนี้เป็นที่นิยมมากสำหรับฝีที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก หมอจะใช้เข็มร่วมกับการอัลตราซาวด์เพื่อดูทิศทาง แล้วดูดเอาหนองออกมาจนหมด ข้อดีคือไม่ต้องมีแผลผ่าตัดใหญ่ ไม่ต้องพักฟื้นนาน แต่ข้อเสียคือหากโพรงหนองมีขนาดใหญ่มาก หรือมีหนองตกค้างลึกๆ อาจต้องมาเจาะซ้ำหลายครั้งครับ

การผ่าตัดระบายหนอง (Incision and Drainage)

วิธีนี้จะใช้ในกรณีที่ฝีมีขนาดใหญ่มาก หรือมีลักษณะเป็นโพรงหนองที่ซับซ้อน หมอจะเปิดแผลขนาดเล็กเพื่อระบายหนองออกให้หมดและอาจใส่ผ้าก๊อซไว้เพื่อให้น้ำหนองไหลออกมาได้เรื่อยๆ วิธีนี้หายขาดได้ดีกว่าแต่ก็ต้องแลกกับการดูแลแผลที่พิถีพิถันขึ้นครับ

เตรียมตัวอย่างไรหลังได้รับการระบายหนอง

หลังการทำหัตถการ สิ่งสำคัญที่สุดคือการกินยาปฏิชีวนะให้ครบตามสั่ง เพื่อกำจัดเชื้อที่ยังหลงเหลืออยู่ในเนื้อเยื่อรอบๆ รวมถึงการดูแลความสะอาดแผลอย่างเคร่งครัด หากเป็นคุณแม่ที่ให้นมบุตร หมอมักจะแนะนำให้หมั่นปั๊มน้ำนมหรือให้ลูกดูดนมข้างนั้นอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะท่อน้ำนมอุดตันซ้ำซ้อนจนกลับมาเป็นฝีอีกรอบครับ

เมื่อไหร่ที่ต้องรีบกลับมาหาหมออีกครั้ง

แม้จะจัดการฝีเรียบร้อยแล้ว หากพบว่ามีอาการปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไข้กลับมาสูงอีกครั้ง หรือมีหนองไหลซึมจากแผลผิดปกติ ไม่ควรนิ่งนอนใจครับ เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณว่าการติดเชื้อยังไม่หายไปทั้งหมดหรือมีการอักเสบลุกลาม ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจซ้ำโดยด่วนครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down