เวลาลูกน้อยหรือคนใกล้ตัวตัวร้อนรุมๆ สิ่งแรกที่เรามักจะทำกันโดยอัตโนมัติคือการหายามาให้กินและรีบไปหยิบกะละมังกับผ้าขนหนูมาเช็ดตัว แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า การเช็ดตัวแบบลวกๆ หรือแค่เอาผ้าชุบน้ำโปะไว้ตรงไหนก็ได้ อาจไม่ได้ช่วยให้ความร้อนระบายออกได้ดีเท่าที่ควร และบางครั้งอาจทำให้คนไข้ยิ่งหนาวสั่นเข้าไปใหญ่
ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้ไข้สูงมาเยอะ ผมอยากมาเล่าให้ฟังถึงเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่จะเปลี่ยนการเช็ดตัวแบบเดิมๆ ให้กลายเป็นการลดไข้ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยหลักการแพทย์ง่ายๆ เรื่องการไหลเวียนของเลือดครับ
เข้าใจกลไกความร้อนในร่างกายก่อนเริ่มเช็ดตัว
เวลาที่เราเป็นไข้ สมองส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมอุณหภูมิร่างกายจะตั้งค่าความร้อนในร่างกายให้สูงขึ้น เลือดส่วนใหญ่จึงวิ่งไปเลี้ยงอวัยวะภายใน เพื่อรักษาความอบอุ่น ทำให้ผิวหนังของเราเย็นและรู้สึกหนาวสั่น
เป้าหมายหลักของการเช็ดตัวไม่ใช่การทำให้น้ำเย็นจัดไปช็อกผิวหนัง แต่เป็นการช่วยระบายความร้อนที่สะสมอยู่ภายในออกมาทางผิวหนัง และกระตุ้นให้เส้นเลือดฝอยขยายตัว น้ำอุ่นที่เราใช้เช็ดตัวจึงช่วยดึงความร้อนระเหยออกจากผิวได้ดีที่สุดครับ
เทคนิคการวางผ้าและการเช็ดตัวตามแนวการไหลเวียนของเลือด
หัวใจสำคัญที่จะทำให้ไข้ลดลงได้เร็วและนุ่มนวลที่สุด คือการวางผ้าและเช็ดตามทิศทางที่เลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการระบายความร้อนของร่างกาย
จุดสำคัญที่ต้องวางผ้าเพื่อดักความร้อน
ก่อนจะเริ่มเช็ดถู ให้เรานำผ้าชุบน้ำหมาดๆ ไปวางไว้ตามจุดชีพจรใหญ่ๆ ที่มีเส้นเลือดแดงวิ่งผ่านใกล้ผิวหนัง เพื่อช่วยลดอุณหภูมิของเลือดที่กำลังไหลผ่านจุดนั้น จุดสำคัญได้แก่:
- บริเวณซอกคอ: ช่วยลดความร้อนที่จะขึ้นไปเลี้ยงสมอง
- รักแร้และขาหนีบ: จุดที่มีเส้นเลือดใหญ่และต่อมน้ำเหลืองหนาแน่น การวางผ้าบริเวณนี้จะช่วยระบายความร้อนได้ดีมาก
ขั้นตอนการเช็ดตัวไล่ตามแนวการไหลเวียนของเลือด
เวลาลงมือเช็ด ให้ใช้ผ้าผืนเล็กชุบน้ำอุ่น (ไม่ต้องใช้น้ำเย็นจัดหรือน้ำแข็งเด็ดขาด) บิดพอหมาด แล้วเริ่มเช็ดตามสเต็ปนี้ครับ:
- เริ่มต้นจากใบหน้าและลำคอ: เช็ดเบาๆ เพื่อให้ร่างกายปรับตัว
- แขนและมือ: ให้เริ่มเช็ดจากปลายมือ เข้าหาต้นแขนและรักแร้ เพื่อช่วยไล่เลือดดำให้ไหลกลับเข้าสู่หัวใจตามหลักกายวิภาคศาสตร์
- ลำตัวและแผ่นหลัง: เช็ดจากหน้าอกลงมาถึงท้อง และพลิกตัวเช็ดหลังจากต้นคอลงมาถึงก้นกบ
- ขาและเท้า: เริ่มเช็ดจากหลังเท้าและปลายเท้า ยาวขึ้นมาที่น่อง ต้นขา และไปจบที่บริเวณขาหนีบ
หลังจากเช็ดเสร็จแต่ละส่วน ให้ใช้ผ้าแห้งซับเบาๆ ทันที ไม่ควรปล่อยให้ผิวเปียกชื้นเพราะจะทำให้เกิดอาการหนาวสั่นและไข้กลับสูงขึ้นได้อีก
ข้อควรระวังที่มักทำผิดกันบ่อย
การเช็ดตัวลดไข้มีรายละเอียดเล็กน้อยที่หลายคนมักเข้าใจคลาดเคลื่อน เช่น การใช้น้ำเย็นจัดหรือแอลกอฮอล์เช็ดตัว ซึ่งเป็นวิธีที่โบราณและไม่แนะนำในปัจจุบัน เนื่องจากน้ำเย็นจัดจะทำให้เส้นเลือดหดตัว ความร้อนระบายออกไม่ได้ และแอลกอฮอล์อาจซึมเข้าสู่ผิวหนังจนเกิดอาการพิษได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
นอกจากนี้ หากเช็ดตัวไปแล้วผู้ป่วยยังมีอาการหนาวสั่นสะท้าน ให้หยุดเช็ดทันทีและห่มผ้าให้ความอบอุ่นก่อน เพราะแปลว่าอุณหภูมิในร่างกายกำลังพยายามปรับขึ้นอีกระลอก การฝืนเช็ดต่อจะยิ่งทำให้ไข้สูงขึ้นไปอีก
อาการแบบไหนที่กินยาและเช็ดตัวแล้วยังต้องไปพบแพทย์
แม้การเช็ดตัวและการกินยาลดไข้จะช่วยบรรเทาอาการเบื้องต้นได้ดี แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย อย่านิ่งนอนใจเด็ดขาด ควรพาไปโรงพยาบาลทันที:
- ไข้สูงติดต่อกันนานเกิน 48 ถึง 72 ชั่วโมงโดยไม่ยอมลดลงเลย
- มีอาการซึมมาก ปลุกตื่นยาก หายใจหอบเหนื่อย หรือเจ็บหน้าอก
- มีอาการชักเกร็ง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก
- มีผื่นขึ้นตามตัวร่วมกับไข้สูง หรืออาเจียนรุนแรงจนกินอะไรไม่ได้เลย
การดูแลคนไข้ที่มีไข้สูงต้องอาศัยความใจเย็นและความเข้าใจกลไกของร่างกาย ลองนำเทคนิคการวางผ้าและการเช็ดตัวตามแนวการไหลเวียนของเลือดนี้ไปปรับใช้กันดูนะครับ จะช่วยให้ไข้ลดลงได้อย่างนุ่มนวลและปลอดภัยมากขึ้นครับ