ลูกเพิ่งแบเบาะ ทำไมคุณหมอถึงสั่งเจาะเลือดตรวจภูมิแพ้?
เวลาที่คุณพ่อคุณแม่พาทารกน้อยมาหาหมอด้วยปัญหาผื่นคันเรื้อรัง หายใจมีเสียงครืดคราด หรือท้องเสียถ่ายเหลวไม่หาย บางครั้งคุณหมออาจพิจารณาเจาะเลือดตรวจหาภูมิต้านทานชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า Total IgE เพื่อดูแนวโน้มว่าเจ้าตัวเล็กมีโอกาสเป็นเด็กภูมิแพ้หรือไม่
หลายคนพอเห็นผลตรวจออกมาแล้วตกใจมาก เพราะตัวเลขมันดูสูงกว่าเกณฑ์ผู้ใหญ่หลายเท่า หรือบางคนผลตรวจปกติดีแต่ลูกยังมีอาการแพ้ บทความนี้หมอจะมาช่วยไขข้อข้องใจเรื่องการแปลผลการตรวจระดับ IgE รวมในเลือดทารก แบบเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน เหมือนมานั่งคุยกันที่ห้องตรวจครับ
IgE คืออะไร และทำไมร่างกายทารกถึงมีสารนี้?
IgE (Immunoglobulin E) เป็นโปรตีนภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งในร่างกาย ปกติแล้วหน้าที่หลักของมันคือการปกป้องเราจากปรสิตและสิ่งแปลกปลอม แต่ในกลุ่มคนที่ร่างกายไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ ระบบภูมิคุ้มกันจะสร้างเจ้าตัวนี้ออกมามากกว่าคนทั่วไป เพื่อตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ฝุ่นละออง ขนสัตว์ หรืออาหารบางชนิด
แต่สำหรับทารกแรกเกิด ระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่ ปริมาณ IgE ในเลือดจึงควรจะต่ำมากๆ หรือแทบจะตรวจไม่พบเลยด้วยซ้ำในช่วงขวบปีแรก
เกณฑ์ปกติของเลือดทารกดูอย่างไร ทำไมตัวเลขถึงไม่เท่ากัน?
การแปลผลการตรวจระดับ IgE รวมในเลือดทารก ไม่เหมือนกับการตรวจเลือดของผู้ใหญ่ที่เรามีตัวเลขฟันธงชัดเจนว่าเกินเท่านี้คือผิดปกติ เพราะในเด็กเล็ก ค่ามาตรฐานจะเปลี่ยนไปตามอายุแบบเดือนต่อเดือนเลยทีเดียว
- ช่วงแรกเกิดถึง 6 เดือน: ค่า IgE มักจะต่ำมาก น้อยกว่า 10 IU/mL หรือแทบจะวัดไม่ได้
- ช่วงอายุ 1 ปี: ค่าปกติเริ่มขยับขึ้นเล็กน้อย แต่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ
- ช่วงวัยเตาะแตะ (1-3 ปี): ร่างกายเริ่มสัมผัสสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ค่านี้อาจค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นตามธรรมชาติ
ดังนั้น ใบรายงานผลจากห้องปฏิบัติการจึงมักจะมีช่วงอ้างอิง (Reference Range) แนบมาด้วยเสมอ ซึ่งคุณหมอจะต้องนำมาเทียบกับอายุจริงของทารกประกอบกัน ไม่สามารถดูแค่ตัวเลขโดดๆ ได้
ผลตรวจสูงเกินเกณฑ์ หมายความว่าลูกเป็นภูมิแพ้ชัวร์ไหม?
นี่คือคำถามที่หมอโดนถามบ่อยที่สุด คำตอบคือ ไม่เสมอไปครับ การที่ทารกมีระดับ IgE รวมในเลือดสูง อาจแปลความหมายได้หลายทาง ดังนี้
- ทารกอาจเริ่มมีแนวโน้มหรือกรรมพันธุ์โรคภูมิแพ้จากคุณพ่อคุณแม่
- ร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อบางอย่าง เช่น การติดเชื้อไวรัสในทางเดินหายใจ
- มีภาวะผื่นผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ (Atopic Dermatitis) ที่กระตุ้นให้เม็ดเลือดสร้างภูมิคุ้มกันออกมา
ในทางกลับกัน เด็กบางคนที่มีอาการแพ้นมวัวอย่างรุนแรง แต่ตรวจเลือดหาค่านี้แล้วดันอยู่ในเกณฑ์ปกติก็มีครับ เพราะการแพ้อาจเกิดจากภูมิคุ้มกันกลไกอื่นที่ไม่ใช่ IgE เช่น อาการแพ้แบบไม่เฉียบพลัน
ถ้าผลตรวจปกติ แต่ลูกยังมีอาการแพ้ ต้องทำอย่างไรต่อ?
พ่อแม่หลายคนสบายใจเมื่อเห็นผลตรวจอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ลูกกลับยังมีอาการผื่นขึ้นหรือน้ำมูกไหลไม่ยอมหยุด ตรงนี้หมอต้องย้ำว่า ผลตรวจ Total IgE เป็นเพียงตัวบอกภาพรวมของภูมิคุ้มกันเท่านั้น ไม่ได้บอกว่าแพ้อะไรเฉพาะเจาะจง
หากอาการของลูกยังรบกวนชีวิตประจำวัน คุณหมออาจต้องพิจารณาตรวจเจาะเลือดเฉพาะเจาะจงต่อสารก่อภูมิแพ้แต่ละตัว (Specific IgE) เพิ่มเติม หรือใช้การทดสอบสะดุดผิวหนัง (Skin Prick Test) ร่วมกับการสังเกตพฤติกรรมและการกินอาหารของลูกอย่างใกล้ชิด
คำแนะนำจากหมอในการดูแลผิวและภูมิคุ้มกันลูกน้อย
ไม่ว่าผลเลือดจะออกมาสูงหรือปกติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลสุขภาพพื้นฐานของทารกให้แข็งแรง
- หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่รู้ว่าทำให้ลูกมีอาการแพ้ เช่น ฝุ่น ควันบุหรี่ ขนสัตว์เลี้ยง
- บำรุงผิวพรรณของทารกให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอด้วยโลชั่นหรือครีมที่ไม่มีน้ำหอม เพื่อป้องกันผิวแห้งแตกซึ่งเป็นประตูให้สารก่อภูมิแพ้เข้าสู่ร่างกาย
- สำหรับคุณแม่ที่ให้นมบุตร อาหารบางชนิดที่คุณแม่ทานอาจส่งผ่านทางน้ำนมได้ หากสงสัยว่าลูกแพ้อาหารตัวไหน ควรปรึกษากุมารแพทย์ด้านภูมิแพ้เพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสม
การตรวจเลือดเป็นเพียงเครื่องมือช่วยแพทย์ในการวินิจฉัย อาการและพฤติกรรมจริงของลูกน้อยต่างหากคือสิ่งสำคัญที่สุดที่พวกเราต้องสังเกตและดูแลร่วมกันครับ