เวลาที่ตรวจเจอว่ามีเชื้อเอชไอวี คำถามแรกๆ ที่หมอมักจะได้ยินจากคนไข้ในห้องตรวจเสมอคือ "หมอครับ ร่างกายผมจะสู้โรคไหวไหม?" หรือ "ผมจะใช้ชีวิตเหมือนคนอื่นได้หรือเปล่า?" ความกังวลใจนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้มากๆ ครับ เพราะเราต่างก็รู้ว่าเจ้าเชื้อตัวนี้เข้ามาท้าทายระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายโดยตรง
แต่ข่าวดีในยุคปัจจุบันคือ การแพทย์เราก้าวหน้าไปไกลมากแล้วครับ การกินยาต้านไวรัสสม่ำเสมอช่วยชีวิตคนไข้ได้มหาศาล และอีกหนึ่งเกราะป้องกันที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคและวัคซีนในผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งวันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย เหมือนนั่งคุยกันที่ห้องตรวจครับว่า เราจะช่วยกันปกป้องร่างกายได้อย่างไรบ้าง
เข้าใจก่อนว่าทำไมภูมิคุ้มกันของเราถึงไม่เหมือนคนอื่น
เปรียบเทียบง่ายๆ ร่างกายของเราก็เหมือนเมืองที่มีทหารคอยลาดตระเวนปกป้องเมือง เจ้าเชื้อเอชไอวีเนี่ย มันดันใจร้ายตรงที่บุกรุกเข้าไปทำลายทหารมือดีที่มีชื่อว่าเม็ดเลือดขาว CD4 ทำให้กองทัพทหารค่อยๆ อ่อนแอลง ถ้าปล่อยไว้โดยไม่รักษา เมืองนั้นก็จะมีศัตรูอย่างเชื้อโรคอื่นๆ บุกรุกเข้ามาได้ง่าย
ดังนั้น เป้าหมายหลักของเรามีสองขาครับ ขาแรกคือการกินยาต้านไวรัสเพื่อกดเชื้อไม่ให้มันมาทำลายกองทัพเพิ่ม ส่วนขาที่สองคือการเสริมกำลังพลเสริม ด้วยการดูแลตัวเองและฉีดวัคซีนที่จำเป็น เพื่อไม่ให้โรคฉวยโอกาสเข้ามาเล่นงานเราได้
อาวุธเสริมชิ้นสำคัญ: วัคซีนตัวไหนบ้างที่จำเป็นต้องฉีด?
คนไข้หลายคนกลัวการฉีดวัคซีน เพราะได้ยินมาว่าคนมีเชื้อเอชไอวีห้ามฉีดวัคซีนเชื้อเป็น หมอต้องขอเคลียร์ตรงนี้เลยนะครับว่า "ไม่ใช่ทุกวัคซีนที่ห้ามฉีด" และวัคซีนหลายตัวก็จำเป็นมากๆ เพื่อป้องกันโรคร้ายแรง มาดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ฉีดได้ทุกปี และควรฉีดด้วย
อันนี้หมอเชียร์ให้ฉีดเลยครับ เพราะไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่แค่เรื่องไข้ธรรมดา สำหรับคนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ถ้าติดขึ้นมาอาจลามไปเป็นปอดอักเสบจนต้องนอนโรงพยาบาลได้ วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นวัคซีนเชื้อตาย ฉีดแล้วปลอดภัย ช่วยลดความรุนแรงของโรคได้เยอะมาก แนะนำให้ฉีดทุกปีปีละครั้งครับ
วัคซีนโควิด-19 เกราะป้องกันที่ยังจำเป็น
เรื่องโควิดนี่เราผ่านศึกหนักกันมาเยอะแล้ว สำหรับคนที่มีเชื้อเอชไอวี การได้รับวัคซีนโควิด-19 ตามคำแนะนำของแพทย์ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ช่วยลดโอกาสป่วยหนักและเสียชีวิตได้จริงครับ โดยเฉพาะคนที่มีค่า CD4 ยังไม่สูงมากนัก
วัคซีนปอดอักเสบ ป้องกันโรคติดเชื้อรุนแรง
เชื้อนิวโมค็อกคัสเป็นตัวการร้ายที่ทำให้เกิดปอดบวมและติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งคนไข้เอชไอวีมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป วัคซีนตัวนี้ช่วยป้องกันได้ดีมากๆ ฉีดไม่บ่อยครับ นานๆ ทีตามที่แพทย์ประเมินความเหมาะสม
วัคซีนชนิดไหนบ้างที่ต้องห้ามเด็ดขาด?
นี่คือจุดที่ต้องระวังให้มากๆ ครับ เนื่องจากคนที่มีเชื้อเอชไอวีและมีภูมิคุ้มกันต่ำ (เช่น ค่า CD4 น้อยกว่า 200) ห้ามรับวัคซีนที่เป็นเชื้อเป็น (Live attenuated vaccines) เด็ดขาด เช่น วัคซีนอีสุกอีใส วัคซีนหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR) หรือวัคซีนไข้เหลือง
เหตุผลก็คือ วัคซีนเชื้อเป็นคือเชื้อโรคที่ถูกทำให้ฤทธิ์อ่อนลง แต่ถ้าภูมิคุ้มกันเราต่ำเกินไป เชื้อที่อ่อนแอตัวนี้อาจจะกลับมาออกฤทธิ์ทำให้เกิดโรคจริงๆ ได้ ดังนั้น ก่อนจะฉีดอะไรทุกครั้ง ต้องบอกประวัติและตรวจเลือดเช็กค่าภูมิคุ้มกันกับหมอเจ้าของไข้ก่อนเสมอครับ
ดูแลตัวเองในชีวิตประจำวัน เสริมภูมิคุ้มกันจากข้างใน
นอกจากเรื่องวัคซีนแล้ว การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันที่ดีต้องเริ่มจากกิจวัตรประจำวันด้วยครับ หมอมี 3 ข้อง่ายๆ ที่มักจะบอกคนไข้เสมอ
- กินยาต้านไวรัสให้ตรงเวลาเป๊ะๆ: อันนี้สำคัญที่สุด ถ้าเรากดไวรัสจนตรวจไม่พบ (Undetectable) ภูมิคุ้มกันของเราก็จะค่อยๆ ฟื้นกลับมาแข็งแรงขึ้นได้เอง
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนดึกคือศัตรูตัวฉกาจของเม็ดเลือดขาว ร่างกายซ่อมแซมตัวเองตอนที่เราหลับลึกครับ
- เลือกกินอาหารที่สุก สะอาด ปรุงใหม่ๆ: เพราะระบบย่อยและภูมิคุ้มกันในลำไส้ของเราอาจจะไม่ได้แข็งแรงเท่าคนทั่วไป การเลี่ยงอาหารกึ่งสุกกึ่งดิบช่วยป้องกันท้องเสียรุนแรงได้ดีมาก
การใช้ชีวิตอยู่กับเอชไอวีในยุคนี้ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิดอีกต่อไปแล้วครับ ขอแค่เราเข้าใจร่างกาย กินยาต่อเนื่อง และปรึกษาแพทย์ประจำตัวสม่ำเสมอเรื่องการรับวัคซีน แค่นี้เราก็มีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพอที่จะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยแล้วครับ