เวลาที่ตรวจพบว่าตัวเองมีเชื้อเอชไอวี คำถามแรกๆ ที่หมอมักจะได้ยินจากคนไข้ในห้องตรวจเสมอก็คือ แล้วร่างกายของผมหรือฉันจะยังสู้โรคอื่นๆ ไหวไหม? ต้องดูแลตัวเองต่างจากคนทั่วไปมากแค่ไหน? ยิ่งในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย เดี๋ยวฝนตกแดดออก การปกป้องร่างกายไม่ให้เจ็บป่วยจึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ เลยครับ
การดูแลตัวเองและการการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคและเกราะป้องกันให้ร่างกายของผู้ที่อยู่ร่วมกับเอชไอวีนั้น มีรายละเอียดที่แตกต่างจากคนทั่วไปเล็กน้อยครับ ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของเม็ดเลือดขาว หรือที่หมอชอบเรียกกันติดปากว่าค่า CD4 รวมถึงการกินยาต้านไวรัสอย่างสม่ำเสมอด้วย วันนี้หมอเลยอยากชวนมาคุยกันแบบเข้าใจง่ายๆ ว่าเราจะช่วยกันเสริมพลังให้ภูมิคุ้มกันของเราได้อย่างไรบ้างครับ
เข้าใจระบบภูมิคุ้มกันของตัวเองก่อนเริ่มดูแล
ก่อนที่เราจะไปคุยกันเรื่องตัวช่วยต่างๆ หมออยากให้ลองนึกภาพร่างกายของเราเหมือนเมืองที่มีทหารคอยตรวจตราความปลอดภัย เชื้อเอชไอวีเนี่ยเขาจะคอยเข้าไปบุกรุกและทำลายทหารเหล่านี้ทีละน้อย ทำให้เมืองเริ่มอ่อนแอลง
แต่ข่าวดีคือ ยาต้านไวรัสในปัจจุบันนี้เก่งมากครับ เขาสามารถช่วยหยุดยั้งไม่ให้เจ้าไวรัสตัวนี้มาทำลายทหารเพิ่มได้ แถมยังเปิดโอกาสให้ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเองจนภูมิคุ้มกันกลับมาแข็งแรงใกล้เคียงกับคนปกติได้เลยทีเดียว ดังนั้น หัวใจสำคัญที่สุดของการการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคและความแข็งแรงของร่างกาย ก็คือการกินยาต้านไวรัสตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดนี่แหละครับ
วัคซีนเกราะป้องกันชั้นยอดที่คนไข้เอชไอวีต้องรู้
หลายคนมักจะกังวลว่า ตัวเองมีภูมิคุ้มกันน้อยแบบนี้ จะฉีดวัคซีนได้ไหม จะอันตรายหรือเปล่า หมอขอแบ่งเรื่องนี้ออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ให้เข้าใจง่ายดังนี้ครับ
วัคซีนชนิดเชื้อตาย ฉีดได้ปลอดภัยและจำเป็นมาก
วัคซีนกลุ่มนี้ไม่มีเชื้อโรคที่มีชีวิตอยู่ข้างใน เป็นแค่ชิ้นส่วนของเชื้อโรคที่ตายแล้ว เพื่อให้ร่างกายเรียนรู้และสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาสู้ วัคซีนกลุ่มนี้คนไข้เอชไอวีควรได้รับครับ เช่น
- วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ฉีดปีละครั้งเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ๆ
- วัคซีนปอดอักเสบ ป้องกันเชื้อแบคทีเรียที่ชอบเล่นงานปอด โดยเฉพาะคนไข้ที่มีโรคประจำตัวร่วมด้วย
- วัคซีนตับอักเสบเอและบี ป้องกันโรคตับเรื้อรัง
- วัคซีนบาดยักษ์และคอตีบ
วัคซีนชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ ต้องระวังเป็นพิเศษ
ส่วนวัคซีนกลุ่มที่ทำมาจากเชื้อโรคที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ทำให้มันอ่อนแอลง เช่น วัคซีนอีสุกอีใส วัคซีนหัดคางทูมหัดเยอรมัน หรือวัคซีนไข้เหลือง กลุ่มนี้หมอต้องขอตรวจเช็คค่า CD4 ของคนไข้ก่อนอย่างละเอียดครับ ถ้าภูมิคุ้มกันยังต่ำมากๆ หมอจะไม่แนะนำให้ฉีดเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดโรคจากวัคซีนได้ แต่ถ้าค่า CD4 สูงและร่างกายแข็งแรงดีแล้ว บางตัวก็อาจจะพอฉีดได้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ครับ
กินอาหาร นอนหลับ และออกกำลังกาย ตัวช่วยเสริมภูมิจากธรรมชาติ
นอกจากการพึ่งพาทางการแพทย์แล้ว การการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคและสุขภาพที่ดีในชีวิตประจำวันก็เป็นสิ่งที่เราทำเองได้ทุกวันครับ
เริ่มต้นจากการเลือกกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีนคุณภาพดี ผักผลไม้หลากสีเพื่อให้ได้วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ของหมักดอง หรืออาหารที่ไม่สะอาด เพราะระบบย่อยและระบบภูมิคุ้มกันของเราอาจจะติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนทั่วไป
เรื่องการนอนหลับพักผ่อนก็สำคัญไม่แพ้กันครับ ช่วงเวลาที่เรานอนหลับสนิท ร่างกายจะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและสร้างเม็ดเลือดขาวขึ้นมาใหม่ การนอนดึกติดต่อกันจึงเป็นการทำลายภูมิคุ้มกันทางอ้อม ส่วนการออกกำลังกายก็เอาแบบพอดีๆ ไม่หักโหมเกินไป เช่น การเดินเร็ว การวิ่งเหยาะๆ หรือโยคะ เพื่อให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีขึ้นครับ
สัญญาณเตือนแบบไหนที่ควรมาพบแพทย์ทันที
แม้ว่าเราจะดูแลตัวเองดีแค่ไหน บางครั้งร่างกายก็อาจจะมีช่วงที่อ่อนล้าได้ ถ้าคนไข้เริ่มมีอาการเหล่านี้ เช่น มีไข้สูงเรื้อรัง ไอแห้งๆ หายใจเหนื่อยหอบ น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีตุ่มขึ้นตามผิวหนังแปลกๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาดนะครับ รีบมาพบแพทย์ที่ดูแลประจำเพื่อให้ตรวจเช็คอาการและปรับแนวทางการรักษาให้ทันท่วงที
สุดท้ายนี้ หมออยากบอกว่าการใช้ชีวิตอยู่กับเอชไอวีในยุคนี้ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดครับ ถ้าเราเข้าใจร่างกาย กินยาต่อเนื่อง พักผ่อนให้พอ และเข้ามาปรึกษาหมอตามนัดสม่ำเสมอ เราก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างแข็งแรงและมีความสุขได้เหมือนคนทั่วไปเลยครับ