ช่วงนี้อากาศร้อนอบอ้าว หรือเวลาที่เราท้องเสีย อาเจียน แล้วเผลอดื่มน้ำไม่พอ หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา เดี๋ยวก็หายเองได้ แต่ในฐานะหมอที่ตรวจคนไข้ในห้องฉุกเฉินอยู่บ่อยๆ อยากจะบอกว่าภาวะขาดน้ำไม่ใช่เรื่องเล็กเลยครับ โดยเฉพาะถ้าปล่อยให้ร่างกายสูญเสียน้ำจนถึงขั้นวิกฤต มันอันตรายถึงชีวิตได้เหมือนกัน วันนี้เรามาคุยกันสบายๆ ถึงเรื่องการสำรวจสัญญาณเตือนภาวะขาดน้ำร เพื่อที่เราจะได้สังเกตตัวเองและคนในครอบครัวได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่จะต้องหามส่งโรงพยาบาล
ทำไมร่างกายถึงขาดน้ำ และเกิดอะไรขึ้นข้างในตอนนั้น?
เวลาที่เราเสียเหงื่อ ท้องเสีย หรืออาเจียน ร่างกายไม่ได้สูญเสียแค่น้ำเปล่าธรรมดา แต่เราสูญเสียเกลือแร่ที่จำเป็นไปด้วย ลองนึกภาพตามง่ายๆ ว่าเลือดในร่างกายของเราเหมือนแม่น้ำ ถ้าปริมาณน้ำในแม่น้ำลดลงเรื่อยๆ จนแห้งขอด หัวใจซึ่งทำหน้าที่สูบฉีดเลือดก็จะทำงานหนักขึ้น เลือดไปเลี้ยงสมองและอวัยวะสำคัญไม่พอ ความดันโลหิตตก และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายเริ่มรวนและพังลงมาทีละระบบครับ
เช็กลิสต์อาการเตือนภัย: แบบไหนเรียกว่าขาดน้ำรุนแรงจนต้องระวัง?
อาการขาดน้ำไม่ได้มาแบบปุบปับแล้วหมดสติไปทันที แต่มักจะมีสัญญาณเตือนเป็นระยะๆ ถ้าเราสังเกตดีๆ จะพบความผิดปกติเหล่านี้
ปัสสาวะน้อยลง สีเข้มจัด หรือแทบไม่เข้าห้องน้ำเลย
นี่คือเรดาร์เตือนภัยชิ้นแรกที่แม่นยำที่สุด ปกติแล้วไตของเราจะกรองของเสียออกมาเป็นปัสสาวะ ถ้าเราดื่มน้ำน้อย ไตจะพยายามกักเก็บน้ำไว้ในร่างกาย ทำให้เราปัสสาวะน้อยลง หรือถ้าใครไม่ได้เข้าห้องน้ำเลยนานเกิน 6-8 ชั่วโมง และเวลาปัสสาวะออกมามีสีเหลืองเข้มจัดเหมือนน้ำชาเข้มๆ นั่นแปลว่าตุนน้ำในร่างกายไม่ไหวแล้วครับ
เริ่มมีอาการซึม มึนงง หรือสับสนผิดปกติ
เมื่อสมองได้รับน้ำและเลือดไปหล่อเลี้ยงไม่พอ สิ่งแรกที่จะเกิดขึ้นคือความรู้สึกเพลีย มึนหัว ลุกขึ้นแล้วหน้ามืดตาลาย แต่ถ้าอาการหนักขึ้นเรื่อยๆ จะเริ่มมีอาการซึม เรียกไม่ค่อยตอบ ตอบช้า หรือพูดจาสับสน วกวน ซึ่งในทางการแพทย์ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายระดับสีแดงที่ต้องรีบพามาพบแพทย์ด่วนที่สุด
ปากแห้งผาก ผิวแห้งตึง และตาโหล
ลองสังเกตกระจกดูครับ คนที่ขาดน้ำริมฝีปากจะแห้งแตก ลิ้นแห้ง น้ำลายน้อย เวลาดึงผิวที่หลังมือขึ้นมา ผิวจะคืนตัวช้ากว่าปกติ หรือในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ อาจสังเกตเห็นตาลึกโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา หรือกระหม่อมบุ๋มลงไปในเด็กทารก
ใครบ้างคือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?
บางคนร่างกายแข็งแรง ขาดน้ำนิดหน่อยก็แค่เพลียๆ แล้วดื่มน้ำชดเชยก็หาย แต่กลุ่มคนเหล่านี้อันตรายกว่าคนอื่นหลายเท่าครับ
- เด็กเล็ก: น้ำหนักตัวน้อย เสียน้ำได้ง่ายและรวดเร็วกว่าผู้ใหญ่ อาเจียนหรือท้องเสียแค่ไม่กี่ครั้งก็ช็อกได้แล้ว
- ผู้สูงอายุ: ศูนย์ควบคุมความกระหายน้ำทำงานลดลง บางทีหิวน้ำแต่ไม่ยอมบอก หรือเคลื่อนไหวลำบาก ทำให้หยิบน้ำดื่มเองไม่สะดวก
- คนไข้โรคเรื้อรัง: เช่น โรคไต หรือโรคหัวใจ ที่ต้องจำกัดน้ำ หรือทานยาขับปัสสาวะอยู่แล้ว ยิ่งต้องระวังเรื่องภาวะขาดน้ำเป็นพิเศษ
วิธีรับมือเบื้องต้นและการดูแลตัวเองให้ปลอดภัย
ถ้าเริ่มมีอาการขาดน้ำในระดับเริ่มต้น เช่น ปัสสาวะเริ่มน้อย ปากแห้ง รู้สึกกระหายน้ำมาก วิธีแก้ที่ดีที่สุดไม่ใช่การซดน้ำเปล่าพรวดเดียวเป็นลิตรๆ เพราะจะทำให้ร่างกายขับออกทันที แต่เป็นการจิบเกลือแร่ (ORS) หรือน้ำเปล่าทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ดูดซึมกลับเข้าไป
สัญญาณแบบไหนที่แปลว่าต้องไปโรงพยาบาลทันที?
ถ้าคนไข้เริ่มมีอาการซึมมาก ปลุกไม่ค่อยตื่น หายใจหอบเร็ว ชีพจรเต้นเร็วและเบา อาเจียนทุกอย่างที่กินเข้าไปจนไม่สามารถกินน้ำเองได้ หรือหมดสติไป การพยายามป้อนน้ำเองที่บ้านอาจจะไม่ทันการณ์แล้วครับ ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์พิจารณาให้สารน้ำหรือเกลือแร่ทางหลอดเลือดดำทันที เพราะปล่อยไว้ช้าอาจเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันหรือช็อกตามมาได้ครับ