ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เวลากลิวหรือผิดหวัง ลูกเราผ่านมันไปได้ด้วยวิธีไหน?

เวลาเดินตรวจที่คลินิก พ่อแม่หลายคนมักเล่าให้ฟังด้วยความกังวลว่า ลูกสอบตกครั้งแรกแล้วร้องไห้ฟูมฟาย ไม่ยอมไปโรงเรียน หรือบางคนแค่โดนเพื่อนล้อก็เก็บมาเครียดจนนอนไม่หลับ ในฐานะหมอเด็กและคนเป็นพ่อแม่เหมือนกัน ยอมรับเลยว่าเราไม่อยากเห็นลูกเสียใจ แต่ในความเป็นจริง โลกใบนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ การที่เด็กๆ จะเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ความเก่งคือ การสร้างความยืดหยุ่นทางอารมณ์แ หรือที่ภาษาจิตวิทยาเรียกว่า Resilience ซึ่งเปรียบเสมือนวัคซีนใจ ที่ช่วยให้เด็กๆ ล้มแล้วลุกไว พร้อมก้าวต่อได้แม้เจอเรื่องแย่

ความยืดหยุ่นทางอารมณ์แ คืออะไร ทำไมถึงสำคัญกับชีวิตลูกในระยะยาว

พูดง่ายๆ มันคือความสามารถในการปรับตัวเมื่อเจอเรื่องไม่คาดฝัน ความผิดหวัง หรือความเครียด แล้วฟื้นฟูพลังใจกลับมาเป็นปกติได้เร็ว เด็กที่มีทักษะนี้จะไม่มองว่าปัญหาคือจุดจบของโลก แต่จะมองว่ามันเป็นแค่สะพานข้ามผ่านไปสู่การเรียนรู้ สมองของเด็กๆ เปรียบเสมือนฟองน้ำครับ ถ้าเราฝึกให้เขารู้จักยืดหยุ่นตั้งแต่เล็ก เวลาเจอพายุชีวิตตอนโต เขาก็จะไม่หักโค้งง่ายๆ แต่จะเอนตามลมแล้วตั้งหลักใหม่ได้

เมื่อลูกเจอเรื่องแย่ พ่อแม่อยู่ตรงนั้นช่วยประคับประคองอย่างไรดี

ยอมรับและเข้าใจความรู้สึกของลูกก่อนจะสอนอะไร

เวลาลูกเสียใจ สิ่งแรกที่ผู้ใหญ่มักเผลอทำคือการปลอบแบบตัด1พ้อ เช่น โธ่เอ๊ย แค่นี้เอง ไม่เห็นมีอะไรเลย หรือ อย่าร้องไห้สิ ซึ่งสำหรับเด็กแล้ว มันเหมือนการปิดกั้นความรู้สึกของเขา หมอแนะนำให้เปลี่ยนเป็นคำพูดที่แสดงความเข้าใจ เช่น พ่อรู้ว่าลูกเสียใจมากนะที่ไม่ได้ไปเที่ยว หรือ แม่เข้าใจว่าลูกคงโกรธมากที่โดนแย่งของเล่น การที่เด็กได้รับการยอมรับความรู้สึก จะช่วยให้สมองส่วนอารมณ์สงบลงได้เร็วขึ้น และพร้อมเปิดรับฟังเหตุผลในขั้นตอนต่อไป

ฝึกให้ลูกมองปัญหาเป็นเรื่องชั่วคราว ไม่ใช่ตัวตนของเขา

เวลาเด็กสอบตก เขาอาจจะสรุปกับตัวเองว่า ฉันมันโง่ หน้าที่ของเราคือช่วยเขาปรับมุมมองใหม่ สอนให้เขารู้ว่า การสอบตกเป็นแค่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวิชานี้เวลานี้ แต่มันไม่ได้แปลว่าลูกเป็นคนไม่เก่งตลอดไป การแยกตัวตนออกจากปัญหา จะช่วยลดความรู้สึกดิ่งและช่วยให้เขากล้ากลับมาแก้ตัวใหม่

เปิดโอกาสให้ลูกได้ลองแก้ปัญหาด้วยตัวเองบ้าง

ความยืดหยุ่นเกิดจากการผ่านสนามจริงครับ ถ้าพ่อแม่คอยสกรีนทุกอุปสรรคและแก้ปัญหาให้ลูกตลอดเวลา เด็กจะไม่มีทางรู้เลยว่าตัวเองเก่งแค่ไหน คราวหน้าถ้าลูกทำของเล่นพัง หรือทำการบ้านไม่ได้ ลองตั้งคำถามปลายเปิดชวนคิด เช่น ลูกคิดว่าเราน่าจะลองทำยังไงดีนะ เพื่อให้เขาได้ใช้กระบวนการคิดและลงมือแก้ปัญหาด้วยตัวเอง แม้จะผิดพลาด อย่างน้อยเขาก็ได้เรียนรู้จากความล้มเหลวครั้งนั้น

สร้างบรรยากาศในบ้านให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยและพร้อมเติมพลังใจ

ไม่มีที่ไหนจะฝึกทักษะทางอารมณ์ได้ดีเท่ากับบ้านของเราเอง การที่เด็กจะกล้าลุกขึ้นมาสู้ใหม่ได้ เขาต้องมั่นใจก่อนว่าต่อให้เขาทำพลาด กลับบ้านมาก็ยังมีพ่อแม่ที่รักและพร้อมกอดเขาเสมอ นอกจากนี้ การที่พ่อแม่แสดงให้เห็นว่าตัวเองก็มีความผิดพลาดและบริหารจัดการความเครียดอย่างไรในชีวิตประจำวัน ก็จะเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่ซึมซับเข้าสู่ตัวเด็กโดยไม่ต้องท่องจำครับ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down